หลายประเทศในเอเชียบรรลุข้อตกลงผ่านช่องแคบฮอร์มุซกับอิหร่าน

7 เม.ย. 2569 - 14:43

  •   มาเลเซียเป็นประเทศล่าสุดที่ยืนยันว่าบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน และเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว

  • ยังไม่แน่ชัดว่าเรือบางลำเจรจาขอผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัยภายใต้เงื่อนไขใด และต้องจ่ายค่าผ่านทางหรือไม่

  • นักเศรษฐศาสตร์ด้านพลังงานมองว่า แม้ข้อตกลงเหล่านี้จะเป็น “ความก้าวหน้าทางการทูต” แต่ก็ไม่ใช่ทางออกของปัญหา

หลายประเทศในเอเชียบรรลุข้อตกลงผ่านช่องแคบฮอร์มุซกับอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะกำจัดอิหร่าน “ภายในคืนเดียว” หากอิหร่านไม่สามารถตกลงกันได้ภายในเวลา 20:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (07:00 น.ของวันพุธตามเวลาไทย) เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายประเทศในเอเชีย รวมถึงปากีสถาน อินเดีย และฟิลิปปินส์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ พากันบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านสำหรับการใช้เส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย จีนก็ยอมรับว่าเรือของตัวเองก็ใช้ช่องทางนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับขอบเขตของการรับประกันเหล่านี้ และข้อตกลงกับอิหร่านจะมียืนยาวเพียงใด

ดิมิทริส มาเนียติส จากบริษัทที่ปรึกษาด้านการขนส่งทางทะเล Marisks กล่าวว่า เรายังไม่ทราบว่าการรับประกันนี้ใช้ได้กับเรือบางลำหรือเรือทุกลำที่จดทะเบียนในประเทศใดประเทศหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ร็อค ชิ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์เผยว่า ประเทศที่ต้องการพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียกำลังตระหนักว่าพวกเขาต้องร่วมมือกับอิหร่านหากต้องการกลับมาขนส่งสินค้าอีกครั้ง

มาเลเซียเป็นประเทศล่าสุดที่ยืนยันว่าบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน และเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว

กระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียยืนยันว่า เรือพาณิชย์ของมาเลเซีย 1 ใน 7 ลำที่ก่อนหน้านี้ติดอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ “ได้รับอนุญาตให้ผ่านอย่างปลอดภัย” และกำลังเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายแล้ว

กระทรวงฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ผลลัพธ์ในเชิงบวกนี้เป็นผลมาจากการเจรจาทางการทูตระดับสูง” รวมถึงการโทรศัพท์ระหว่างนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย และประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่านเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ไม่ได้ระบุชื่อเรือ สินค้าที่บรรทุก หรือจุดหมายปลายทางสุดท้ายของเรือลำดังกล่าว

ขณะที่สถานทูตอิหร่านในกรุงกัวลาลัมเปอร์โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ว่า เรือมาเลเซียลำแรกได้ผ่านช่องแคบไปแล้ว

เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศของฟิลิปปินส์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านรับรอง “การผ่านเข้าออกอย่างปลอดภัย ไม่ติดขัด และรวดเร็ว” สำหรับเรือที่ติดธงฟิลิปปินส์ในช่องแคบฮอร์มุซ

ลาซาโรกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งบรรลุหลังจาก “การสนทนาทางโทรศัพท์ที่ได้ผลดีมาก” กับเตหะรานเมื่อวันพฤหัสบดีนั้น “มีความสำคัญอย่างยิ่ง” ในการช่วยรับประกันการจัดหาพลังงานและปุ๋ย

ฟิลิปปินส์นำเข้าน้ำมัน 98% จากตะวันออกกลาง และเป็นประเทศแรกที่ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติหลังจากราคาน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าหลังสงครามอิหร่านเปิดฉากขึ้น

อย่างไรก็ดี โรเจอร์ ฟูเกต์ จากสถาบันศึกษาด้านพลังงาน มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เผยว่า ยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างของอิหร่านที่ว่าช่องแคบเปิดให้ทุกประเทศยกเว้นสหรัฐฯ และพันธมิตร

ฟูเกต์เผยอีกว่า ฟิลิปปินส์ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ เป็นกรณีที่น่าสนใจ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าอิหร่าน “เต็มใจที่จะแยกแยะ” เรื่องนี้ และว่า “อิหร่านดูเหมือนจะแยกแยะความแตกต่างระหว่างพันธมิตร กับการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในความขัดแย้ง”

ประเทศอื่นๆ ก็เจรจากับอิหร่านเช่นกัน

ปากีสถานประกาศเมื่อวันที่ 28 มีนาคมว่า อิหร่านตกลงอนุญาตให้เรือ 20 ลำของปากีสถานผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

“นี่เป็นท่าทีที่น่ายินดีและสร้างสรรค์จากอิหร่าน และสมควรได้รับการชื่นชม” อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานกล่าว “การเจรจา การทูต และมาตรการสร้างความไว้วางใจเช่นนี้ เป็นหนทางเดียวที่จะก้าวไปข้างหน้า”

อิหร่านปล่อยเรือที่ติดธงอินเดียที่แล่นผ่านช่องแคบอย่างเปิดเผย โดยสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านในอินเดียโพสต์บน X เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “เพื่อนชาวอินเดียของเราได้รับการปกป้องอย่างดี ไม่ต้องกังวล”

สุบราห์มานยัม ไจชานการ์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอินเดียเผยกับหนังสือพิมพ์ Financial Times เมื่อเดือนมีนาคมว่า การผ่านของเรือบรรทุกน้ำมันของอินเดียเป็นผลมาจากการเจรจาทางการทูต

จีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด ก็ยืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เรือของจีนบางลำได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าจะไม่ได้กล่าวถึงอิหร่านหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรือเหล่านั้นก็ตาม

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “หลังจากการประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เรือของจีน 3 ลำได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อเร็วๆ นี้ เราขอแสดงความขอบคุณต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้องสำหรับความช่วยเหลือที่ได้รับ”

ข้อมูลการติดตามเรือแสดงให้เห็นว่า แม้จะมีสงคราม แต่น้ำมันอิหร่านหลายล้านบาร์เรลที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ก็ยังถูกส่งไปยังจีนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จีนมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่เป็นมิตรกับอิหร่าน และได้ร่วมกับปากีสถานในการพยายามไกล่เกลี่ยหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

อย่างไรก็ดี ยังไม่แน่ชัดว่าเรือบางลำเจรจาขอผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัยภายใต้เงื่อนไขใด และต้องจ่ายค่าผ่านทางหรือไม่

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทขนส่ง Mitsui OSK Lines แจ้งกับ BBC ว่า เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวลำหนึ่งของญี่ปุ่นแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และว่า “ความปลอดภัยของเรือและลูกเรือทั้งหมดได้รับการยืนยันแล้ว” แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นว่ามีการจ่ายค่าผ่านทางหรือไม่ และลูกเรือได้รับความปลอดภัยในการผ่านช่องแคบได้อย่างไร

นอกจากนี้ เงื่อนไขข้อตกลงเหล่านี้สำหรับประเทศอื่นๆ ยังคงไม่แน่นอน ตัวอย่างเช่น ประเทศอื่นๆ จะเปลี่ยนธงชาติของตัวเองเป็นธงของประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านหรือไม่

มาเนียติสเผยว่า ปัจจุบันเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำชักธงของประเทศต่างๆ เช่น ปานามาและหมู่เกาะมาร์แชลล์ ซึ่งยังไม่ได้รับการรับรองความปลอดภัยในการผ่านแดน

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ด้านพลังงานอย่างชิกล่าวว่า แม้ข้อตกลงเหล่านี้จะเป็น “ความก้าวหน้าทางการทูต” แต่ก็ไม่ใช่ทางออกของปัญหา

เขากล่าวว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการรับรองเหล่านี้จะคงอยู่ได้นานแค่ไหน และปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคจะส่งผลกระทบต่อการรับรองเหล่านี้อย่างไร

Photo by GIUSEPPE CACACE / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์