เพนตากอนเตือนถึงความเสี่ยงในการโจมตีอิหร่านแต่ทรัมป์ปฏิเสธ

24 ก.พ. 2569 - 14:46

  • เพนตากอนเตือนแผนแผนโจมตีอิหร่านมีความเสี่ยงหลายประการ รวมถึงการสูญเสียกำลังพลของสหรัฐฯ และพันธมิตร

  • การลงมือที่ยืดเยื้อ อาจก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายจำนวนมากต่อกองกำลังและคลังกระสุนของสหรัฐฯ

  • ทรัมป์บอกว่า สหรัฐฯจะเอาชนะอิหร่านได้อย่างง่ายดายในสงครามใดๆ ก็ตาม

เพนตากอนเตือนถึงความเสี่ยงในการโจมตีอิหร่านแต่ทรัมป์ปฏิเสธ

The Wall Street Journal รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังแสดงความกังวลต่อประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารที่ยืดเยื้อต่ออิหร่าน โดยเตือนว่า แผนการทำสงครามที่กำลังพิจารณาอยู่นั้นมีความเสี่ยงหลายประการ รวมถึงการสูญเสียกำลังพลของสหรัฐฯ และพันธมิตร การลดกำลังการป้องกันทางอากาศ และการใช้งานกำลังพลเกินกำลัง

คำเตือนเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากพลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม จากภายในกระทรวงกลาโหม และระหว่างการประชุมของสภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่ผู้นำคนอื่นๆ ในกระทรวงกลาโหมก็แสดงความกังวลในลักษณะเดียวกันด้วย

เจ้าหน้าที่บางคนกล่าวว่า การหารือเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวางแผนฉุกเฉินก่อนปฏิบัติการทางทหารเสมอ โดยระบุว่า ผู้นำทางทหาร โดยเฉพาะประธานคณะเสนาธิการร่วม จะให้การประเมินอย่างรอบคอบเกี่ยวกับจำนวนผู้บาดเจ็บและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากปฏิบัติการทางทหาร

ตัวเลือกที่อยู่ระหว่างการพิจารณาสำหรับการโจมตีอิหร่านมีตั้งแต่การโจมตีแบบจำกัดในเบื้องต้น ไปจนถึงการโจมตีทางอากาศที่กินเวลานานหลายวัน โดยมีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มระบอบการปกครอง ตัวเลือกทั้งหมดมีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงมือที่ยืดเยื้อ อาจก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายจำนวนมากต่อกองกำลังและคลังกระสุนของสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้การปกป้องพันธมิตรในภูมิภาคซับซ้อนขึ้นหากอิหร่านตอบโต้ได้ หากสหรัฐฯ ใช้กระสุนป้องกันภัยทางอากาศและสิ่งของอื่นๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัดเป็นจำนวนมาก ก็อาจส่งผลกระทบต่อการเตรียมการสำหรับความขัดแย้งในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นกับจีนได้เช่นกัน

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าประเด็นต่างๆ ที่เคน ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้ช่วยที่ไว้วางใจได้ของทรัมป์ และบุคคลอื่นๆ หยิบยกขึ้นมา จะเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจของประธานาธิบดีว่าจะโจมตีอิหร่านหรือไม่ และจะโจมตีอย่างไร

ปฏิบัติการทางทหารใดๆ ย่อมมีความเสี่ยง แต่การรุกคืบอย่างต่อเนื่องต่ออิหร่านน่าจะเป็นหนึ่งในปฏิบัติการทางทหารที่ซับซ้อนและอันตรายที่สุดที่ทรัมป์เคยริเริ่ม เนื่องจากอาจจะดึงสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามที่กว้างขึ้นในตะวันออกกลาง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ในระหว่างการโจมตีอิหร่าน นักบินชาวอเมริกันอาจตกอยู่ในความเสี่ยงต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านในระหว่างการโจมตีหลายครั้ง ขีปนาวุธของอิหร่านอาจพุ่งเป้าไปที่กองกำลังสหรัฐฯ ที่ฐานทัพทั่วตะวันออกกลาง อิหร่านยังสามารถโจมตีศูนย์กลางประชากรในอิสราเอลด้วยขีปนาวุธและโดรน เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

เจ้าหน้าที่บางคนกล่าวว่า สหรัฐฯ คาดว่าอิหร่านจะยิงทุกอย่างที่มีเพื่อปกป้องระบอบการปกครอง และสหรัฐฯ มีระบบสกัดกั้นเพียงพอที่จะตอบโต้ขีปนาวุธของอิหร่านได้เพียงประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งจะยิ่งกระทบต่อคลังอาวุธของสหรัฐฯ ที่มีจำกัดอย่างระบบ Patriot, Thaad และ SM-3

เจ้าหน้าที่กองทัพเรือยังได้เน้นย้ำถึงภาระและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการประจำการระยะยาวของเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) สำหรับปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน USS Gerald R. Ford ซึ่งเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ อยู่ในทะเลมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ในเส้นทางที่จะประจำการเป็นเวลา 11 เดือน ซึ่งจะทำลายสถิติภารกิจต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดของเรือรบสหรัฐฯ

ขณะนี้เรือลำนี้ประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสีย และลูกเรือทำงานหนักเกินไป และบางคนถึงกับกำลังพิจารณาที่จะลาออกจากกองทัพเรือหลังจากกลับบ้าน

ลูกเรือที่ทำงานหนักเกินไปเคยเป็นสาเหตุของความผิดพลาดและอุบัติเหตุมาก่อน เมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2025 ซึ่งใกล้สิ้นสุดภารกิจ 8 เดือน เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส แฮร์รี เอส. ทรูแมน (USS Harry S. Truman) สูญเสียเครื่องบินรบหลายลำขณะต่อต้านการโจมตีของกลุ่มกบฏฮูษีในทะเลแดง การสอบสวนของกองทัพเรือระบุว่าสาเหตุมาจากอัตราการปฏิบัติงานที่สูงของภารกิจ

หลังสื่อรายงานเรื่องคำเตือนของเจ้าหน้าที่กลาโหม ทรัมป์ปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยกล่าวว่า สหรัฐฯจะเอาชนะอิหร่านได้อย่างง่ายดายในสงครามใดๆ ก็ตาม


ทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่า “ไม่ถูกต้อง 100%” ที่เคน “ต่อต้านการที่เราจะทำสงครามกับอิหร่าน”

“นายพลเคนไม่อยากเห็นสงครามเช่นเดียวกับพวกเราทุกคน แต่หากมีการตัดสินใจที่จะโจมตีอิหร่านในระดับกองทัพ เขามีความเห็นว่ามันจะเป็นสิ่งที่ชนะได้ง่าย” ทรัมป์ระบุ “เขาไม่ได้พูดถึงการไม่ทำกับอิหร่าน หรือแม้แต่การโจมตีแบบจำกัดที่ผมได้อ่านมา เขารู้เพียงสิ่งเดียวคือ วิธีที่จะชนะ และหากเขาได้รับคำสั่งให้ทำเช่นนั้น เขาจะเป็นผู้นำ”

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Axios รายงานว่า เคนได้เตือนว่าสหรัฐฯ อาจ “เข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ”

Axios รายงานอีกว่า สตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้เจรจาของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ ก็ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีชะลอการโจมตีและให้โอกาสกับการเจรจาทางการทูตด้วย

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวหาว่าสื่อเหล่านั้นเขียน “ไม่ถูกต้อง และจงใจทำเช่นนั้น”

ทรัมป์กล่าวเสริมว่า “ผมเป็นคนตัดสินใจ ผมอยากได้ข้อตกลงมากกว่าที่จะไม่มี แต่ถ้าเราไม่ทำข้อตกลง มันจะเป็นวันที่เลวร้ายมากสำหรับประเทศนั้น และน่าเศร้ามากสำหรับประชาชนของพวกเขา”

Photo by JOE RAEDLE / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / GETTY IMAGES VIA AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์