สายการบินทั่วโลกแห่ยกเลิกเที่ยวบิน-ขึ้นราคาตั๋วหลังสงครามอิหร่านทำราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่ง 2 เท่า

1 เม.ย. 2569 - 15:50

  •   นักวิเคราะห์ด้านการบินเตือนภาวะขาดแคลนอย่างรุนแรงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

  • เที่ยวบินมากกว่า 1 ใน 20 เที่ยวบินที่กำหนดจะขึ้นบินเมื่อวันจันทร์ (30 มี.ค.) ถูกยกเลิก ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสองเท่าของช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

  • ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินอยู่ที่ 742 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมื่อปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันพุ่งสูงกว่า 1,710 ดอลลาร์สหรัฐ

สายการบินทั่วโลกแห่ยกเลิกเที่ยวบิน-ขึ้นราคาตั๋วหลังสงครามอิหร่านทำราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่ง 2 เท่า

จากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ด้านการบิน Cirium พบว่า เที่ยวบินมากกว่า 1 ใน 20 เที่ยวบินที่กำหนดจะขึ้นบินเมื่อวันจันทร์ (30 มี.ค.) ถูกยกเลิก ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสองเท่าของช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และเกิดขึ้นในขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังบีบอุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินทั่วโลกและทำให้ราคาสูงขึ้น

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินอยู่ที่ 742 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมื่อปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันพุ่งสูงกว่า 1,710 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก ทำให้ปริมาณน้ำมันลดลง

ราคากำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากราคาน้ำมันดิบยังคงเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับสูงสุดที่ 116 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์

นอกเหนือจากราคาที่สูงขึ้นแล้ว ความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากต้องใช้น้ำมันดิบมากกว่าในการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินหนึ่งลิตรเมื่อเทียบกับน้ำมันเบนซินและดีเซล นั่นหมายความว่าการขาดแคลนน้ำมันดิบจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาด

อเล็กซ์ มาเชอราส นักวิเคราะห์ด้านการบิน เขียนเตือนใน X ว่า “ภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ จะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินอย่างรุนแรงในหลายตลาด” รวมถึง “ที่สนามบินหลักบางแห่งในยุโรป”

มาเชอราสอ้างว่า สนามบินต่างๆ “กำลังแจ้งให้สายการบินเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ ‘ไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงให้บริการที่นี่’ ที่อาจเกิดขึ้น”

“นี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะในยุโรปเท่านั้น สายการบินระหว่างประเทศจากเอเชีย อเมริกาใต้ แอฟริกา…กำลังวางแผนรับมือ ซึ่งรวมถึงการพยายามแวะเติมน้ำมันระหว่างทางไป/กลับ เนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และราคาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ลดเที่ยวบิน

สายการบินที่ยืนยันว่าจะลดเที่ยวบิน ได้แก่ Air New Zealand ซึ่งลดเที่ยวบิน 1,100 เที่ยวจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม และกลุ่มสายการบินสแกนดิเนเวีย SAS ซึ่งยกเลิก 1,000 เที่ยวในเดือนหน้า โดยทั้งสองสายการบินระบุว่า การลดเที่ยวบินส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบต่อเส้นทางภายในประเทศ

สัปดาห์ที่แล้ว สายการบินแห่งชาติ Vietnam Airlines ระบุว่า จำเป็นต้องลดเที่ยวบินลง 10-20% ต่อเดือนในช่วงไตรมาสถัดไป หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินสูงถึง 160-200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามรายงานของสื่อของรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศมากถึง 18% และมากกว่า 1 ใน 4 ของเครือข่ายภายในประเทศ

United Airlines กลายเป็นสายการบินหลักของสหรัฐฯ แห่งแรกที่ยกเลิกเที่ยวบินเมื่อต้นเดือนนี้ เนื่องจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น โดยลดเที่ยวบินลงประมาณ 5% ในเส้นทางที่ไม่ทำกำไรให้กับบริษัท

สก็อตต์ เคอร์บี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ United Airlines ซึ่งเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเผยกับ Bloomberg ว่า ตั๋วโดยสารอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 20% หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินยังคงสูงอยู่

เคอร์บีกล่าวว่า “ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ที่ระดับปัจจุบัน นั่นหมายความว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินเพียงอย่างเดียว เพื่อให้เห็นภาพ ในปีที่ดีที่สุดของ United เราทำกำไรได้น้อยกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เราต้องขึ้นราคาตั๋วเครื่องบิน 20% เพื่อให้คุ้มทุนและชดเชยค่าใช้จ่ายนั้น”

“10 สัปดาห์ที่มีรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ของเราคือ 10 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่การที่จะส่งต่อภาระราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ให้กับลูกค้าอาจเป็นเรื่องท้าทาย หากราคาน้ำมันยังคงสูงขึ้นต่อไปอีกนาน”

“ค่าโดยสารเครื่องบินเพิ่มขึ้น 15-20% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา...ความต้องการจะลดลง (และ) จำนวนผู้เดินทางจะลดลงเมื่อราคาสูงขึ้น” เคอร์บีเผย

เขาคาดการณ์ว่า ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงถึง 175 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และซื้อขายอยู่ที่มากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลไปจนถึงปี 2027

ผู้โดยสารและนักบินที่สนามบินนานาชาติฮาร์ทส์ฟิลด์-แจ็กสัน แอตแลนตา เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2026 ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย (Photo by Elijah Nouvelage / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)
ผู้โดยสารและนักบินที่สนามบินนานาชาติฮาร์ทส์ฟิลด์-แจ็กสัน แอตแลนตา เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2026 ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย (Photo by Elijah Nouvelage / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)

นอกจากต้นทุนเชื้อเพลิงแล้ว สงครามในอิหร่านยังทำให้มีการยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากการเดินทางในตะวันออกกลางหยุดชะงัก สายการบิน British Airways (ในเครือ IAG) Air France-KLM และ Lufthansa เป็นหนึ่งในสายการบินหลายแห่งที่ยกเลิกเที่ยวบินที่กำหนดไว้ไปยังและจากภูมิภาคนี้

จากข้อมูลของ Cirium พบว่า เกือบ 7% ของเที่ยวบินที่กำหนดไว้ทั่วโลก 104,618 เที่ยวบินถูกยกเลิกในวันจันทร์ หรือ 7,049 เที่ยวบิน ขณะที่ในวันเดียวกันของปีที่แล้ว มีเที่ยวบินถูกยกเลิก 4,797 เที่ยว จากทั้งหมด 102,132 เที่ยว หรือคิดเป็น 4.7%

การยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งมีเที่ยวบินขาออกถูกยกเลิกถึง 14.6% เมื่อเทียบกับ 4.4% ในปีที่แล้ว

Korean Air เตรียมเข้าสู่ 'โหมดบริหารจัดการฉุกเฉิน'

แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า Korean Air สายการบินแห่งชาติของเกาหลีใต้ จะเข้าสู่ “โหมดบริหารจัดการฉุกเฉิน” ตั้งแต่เดือนเมษายน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุน

สำนักข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในวงการว่า อู คี-ฮง รองประธานสายการบิน Korean Air โพสต์ประกาศภายในว่า ทางสายการบินจะเริ่มใช้ระบบการจัดการฉุกเฉินตั้งแต่วันพุธที่ 1 เมษายน “มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่การลดต้นทุนครั้งเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเชิงโครงสร้างที่กว้างขึ้นเพื่อเสริมสร้างรากฐานของบริษัท”

สรุปสั้นๆ ว่า ผู้โดยสารเจอข่าวร้าย 2 เด้งคือ สายการบินยกเลิกเที่ยวบิน หนำซ้ำราคาตั๋วเครื่องบินยังพุ่งกระฉูด และนักวิเคาะห์ยังมองว่า ราคาตั๋วเครื่องบินจะยังอยู่ในระดับสูงไปอีกหลายเดือน แม้ว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลงแล้วก็ตาม

สายการบินไหนบ้างที่ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร

สายการบิน Cathay Pacific, AirAsia และ Thai Airways เป็นหนึ่งในสายการบินจำนวนมากที่ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ระหว่างการแถลงข่าว โรนัลด์ แลม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคาเธย์แปซิฟิกกล่าวว่า ต้นทุนเชื้อเพลิงในเดือนนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสองเดือนก่อนหน้าถึง 2 เท่า

สายการบินได้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง ซึ่งจะมีผลต่อทุกเส้นทางตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม

Air Asia ประกาศว่า จะปรับขึ้นราคาตั๋วและค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงชั่วคราว โดยสัญญาว่าจะปรับราคาค่าโดยสารตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด

เจ้าหน้าที่ของ Thai Airways เผยกับสื่อว่า พวกเขาคาดว่าราคาค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้น 10-15% ในขณะที่ Qantas ระบุว่า ปรับขึ้นราคาในอัตราที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเส้นทาง

SAS ของสแกนดิเนเวียระบุว่า มีการ “ปรับราคาชั่วคราว”

สายการบิน Air New Zealand ปรับขึ้นราคาแล้ว ในอีเมลตอบกลับสำนักข่าว Reuters สายการบินระบุว่า ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารชั้นประหยัดเที่ยวเดียว 10 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (188 บาท) สำหรับเส้นทางภายในประเทศ 20 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (375 บาท) สำหรับเส้นทางระยะสั้น และ 90 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (1,686 บาท ) สำหรับเส้นทางระยะไกล

ตามรายงานของ Reuters สายการบินอื่นๆ ที่มีการทำสัญญาประกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (ซึ่งกำหนดราคาเฉพาะสำหรับการบริโภคในอนาคต) สามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วนได้ในราคาคงที่ รวมถึงสายการบิน Lufthansa และ Ryanair

Photo by MICHAEL CIAGLO / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / GETTY IMAGES VIA AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์