สูญเสียหนักครั้งแรก! อิหร่านทำลายเครื่องบินตรวจการณ์ “ตาทิพย์” ของสหรัฐฯ ในฐานทัพซาอุฯ

30 มี.ค. 2569 - 11:06

  •   นับเป็นครั้งแรกที่กองทัพสหรัฐฯ สูญเสียเครื่องบินรุ่นนี้ในการรบ

  • กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์นี้อย่างเป็นทางการ

  • เครื่องบิน E-3 Sentry มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการพื้นที่การรบของกองทัพสหรัฐฯ เปรียบเสมือนเป็น “ตาทิพย์”

สูญเสียหนักครั้งแรก! อิหร่านทำลายเครื่องบินตรวจการณ์ “ตาทิพย์” ของสหรัฐฯ ในฐานทัพซาอุฯ

ภาพถ่ายที่ได้รับการยืนยันแล้วแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินบัญชาการและควบคุมของสหรัฐฯ ถูกทำลายที่ฐานทัพอากาศในซาอุดีอาระเบีย นับเป็นครั้งแรกที่กองทัพสหรัฐฯ สูญเสียเครื่องบินรุ่นนี้ในการรบ

ภาพดังกล่าวดูเหมือนจะถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดยเพจเฟซบุ๊กที่นำเสนอข่าวสารทางการทหารของสหรัฐฯ ภาพแสดงให้เห็นว่าเครื่องบิน E-3 Sentry ดูเหมือนจะแตกออกเป็น 2 ส่วน

สำนักข่าว BBC และ CNN ยืนยันแล้วว่า ภาพถ่ายดังกล่าวถ่ายที่ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร ลักษณะที่เห็นในภาพ รวมถึงเสาแขวน หน่วยจัดเก็บ และเครื่องหมายบนพื้นที่ปูพื้น ตรงกับภาพถ่ายดาวเทียม

ภาพที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (UGC) นี้ถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2026 และได้รับการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ AFP แสดงให้เห็นเครื่องบินระบบเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ถูกทำลายหลังการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านในซาอุดีอาระเบีย Photo by - / UGC / AFP
ภาพที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (UGC) นี้ถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2026 และได้รับการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ AFP แสดงให้เห็นเครื่องบินระบบเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ถูกทำลายหลังการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านในซาอุดีอาระเบีย Photo by - / UGC / AFP

อย่างไรก็ดี กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์นี้อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 มี.ค.) เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งบอกกับ Reuters ว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 12 นายได้รับบาดเจ็บ  โดย 2 นายในจำนวนนี้อาการสาหัส จากการโจมตีทางทหารของอิหร่านที่ฐานทัพอากาศ หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่า เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ลำก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน

ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักข่าว Fars ของอิหร่าน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) รายงานว่า โดรนชาเฮด (Shahed) โจมตีเครื่องบิน E-3

การตรวจสอบของ BBC Verify พบเครื่องบิน E-3 ในตำแหน่งเดียวกันในภาพถ่ายดาวเทียมที่ถ่ายเมื่อวันที่ 11 มี.ค.เช่นกัน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเครื่องบินลำเดียวกันหรือไม่

ในภาพที่ได้รับการยืนยันภาพหนึ่งนั้น สามารถมองเห็นหมายเลขหางเครื่องบินได้

จากข้อมูลนี้ BBC ได้ตรวจสอบกับเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินลำดังกล่าวบินอยู่ใกล้ฐานทัพเมื่อวันที่ 18 มี.ค.

ภาพถ่ายดาวเทียมที่ถ่ายเมื่อวันศุกร์ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นไฟไหม้บนลานจอดเครื่องบินของฐานทัพอากาศ ห่างจากเครื่องบิน E-3 ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1,600 เมตร แต่ยังไม่ชัดเจนว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีเดียวกันกับที่ทำให้เครื่องบินที่เห็นในภาพเหล่านี้ได้รับความเสียหายหรือไม่

ภาพที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (UGC) นี้ถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2026 และได้รับการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ AFP ปรากฏให้เห็นเป็นภาพเครื่องบินระบบเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ถูกทำลายหลังการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านในซาอุดีอาระเบีย Photo by - / UGC / AFP
ภาพที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (UGC) นี้ถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2026 และได้รับการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ AFP ปรากฏให้เห็นเป็นภาพเครื่องบินระบบเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ (AWACS) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ถูกทำลายหลังการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านในซาอุดีอาระเบีย Photo by - / UGC / AFP

เครื่องบิน E-3 Sentry มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการพื้นที่การรบของกองทัพสหรัฐฯ

เครื่องบินควบคุมทางอากาศและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า E-3 Sentry  (AWACA) มีต้นแบบมาจากเครื่องบินโดยสารโบอิง 707 และมีลักษณะเด่นคือ มีจานเรดาร์หมุนได้ติดตั้งอยู่ที่ส่วนท้ายของลำตัวเครื่องบิน ซึ่งจากภาพจะเห็นโดมเรดาร์หมุนได้อันเป็นเอกลักษณ์นี้ตกอยู่บนพื้นใกล้กับเครื่องบินที่เสียหายด้วย

เรดาร์นี้ช่วยให้สามารถตรวจจับและติดตามเป้าหมายในระยะไกลได้ประมาณ 600 เป้าหมายในเวลาเดียวกัน สามารถให้ข้อมูลแก่ผู้บัญชาการและหน่วยรบเกี่ยวกับตำแหน่งที่แน่นอนของกองกำลังฝ่ายศัตรู ฝ่ายเดียวกัน และฝ่ายเป็นกลาง และช่วยกำหนดทิศทางการโจมตีและการป้องกัน รวมทั้งเตือนภัยล่วงหน้าเกี่ยวกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการรบ

กองทัพอากาศระบุว่า โดมเรดาร์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 ฟุต ติดตั้งอยู่บนโครงค้ำสูง 11 ฟุตเหนือลำตัวเครื่องบิน ทำให้ Sentry สามารถมองเห็นพื้นที่การรบจากพื้นดินไปจนถึงชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ได้ไกลถึง 250 ไมล์ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 120,000 ตารางไมล์ จึงเปรียบเสมือนเป็น “ตาทิพย์ลอยฟ้า” ของสหรัฐฯ

เครื่องบินลำแรกเข้าประจำการในปี 1977 และมีมูลค่าราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีรายงานว่าคาดว่า E-3 จะยังคงใช้งานในกองทัพอากาศสหรัฐฯ ต่อไปจนถึงปี 2035

Photo by - / UGC / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์