นักวิเคราะห์ออกมาเตือนว่า “การที่กลุ่มฮูษี (กลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุนในเยเมน) เข้าร่วมสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน อาจคุกคามเส้นทางน้ำสำคัญแห่งที่ 2 สำหรับการค้าโลก”
“ในช่วง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา เราเห็นว่ากลุ่มฮูษีมีอำนาจมาก และหากพวกเขาตัดสินใจที่จะปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งนั่นจะทำให้เรือสินค้าไม่สามารถผ่านไปทะเลแดงและคลองสุเอซได้ เรามีจุดอ่อนสำคัญ 2 แห่งในตอนนี้ คือ ช่องแคบฮอร์มุซและคลองสุเอซ”
— โมฮาหมัด เอลมาสรี ศาสตราจารย์จากสถาบันบัณฑิตศึกษาโดฮา บอกกับสำนักข่าว Al jazeera
“นี่คือเส้นทางน้ำสำหรับขนส่งสินค้าสำคัญระดับโลกที่จำเป็นต่อการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้นผมคิดว่ามันอาจมีความสำคัญมาก...การโจมตีอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มฮูษีจะยิ่งเพิ่มภาระให้กับระบบป้องกันทางอากาศของอิสราเอลที่แข็งแกร่งแต่ ‘ไม่สามารถเจาะทะลุได้’”
“ขีปนาวุธ จรวดของฮิซบอลเลาะห์ และขีปนาวุธของอิหร่าน สามารถรุกคืบเข้ามาได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่หากอิสราเอลต้องป้องกันขีปนาวุธจากเยเมนอีก นั่นจะทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นอย่างมาก”
— ศาสตราจารยเอลมาสรี กล่าว
ศาสตราจารยเอลมาสรีบอกอีกว่า “หากว่ากันในทางการเมืองซึ่งอาจจะดูขัดแย้งกัน แต่อิสราเอลอาจยินดีกับเรื่องนี้ เพราะพวกเขาต้องการขยายสงคราม ต้องการยืดเวลาสงคราม พวกเขาต้องการให้แน่ใจว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ถอนตัวจากสงครามในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากเป้าหมายของอิสราเอลยังไม่บรรลุผล”
ด้าน ฟาเรีย อัล-มุสลิมี นักวิจัยจากสถาบันด้านนโยบายระหว่างประเทศ ‘Chatham House’ กล่าวว่า “การเข้ามามีส่วนร่วมใหม่ของกลุ่มฮูษีในความขัดแย้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากพวกเขาควบคุมเส้นทางการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่ง คือ ‘ทะเลแดง’”
“กลุ่มฮูษียังไม่ได้กล่าวว่าจะโจมตีทะเลแดง พวกเขา (กลุ่มฮูษี) อาจพยายามหลีกเลี่ยงการถูกสหรัฐฯ โจมตีอีกครั้ง” อัล-มุสลิมี กล่าว
แต่เมื่อ อัล-มุสลิมี ถูกถามว่า ‘หากมีการปิดช่องแคบบับเอลมันเดบด้วยจะสร้างความเสียหายมากน้อยเพียงใด นอกเหนือจากภัยคุกคามที่มีอยู่แล้วในช่องแคบฮอร์มุซ’ อัล-มุสลิมีก็ตอบว่า“มันคือฝันร้าย ซึ่งตอนนี้เราก็เผชิญกับฝันร้ายอยู่แล้ว นี่จะทำให้ฝันร้ายของเราเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก”
(Photo by MOHAMMED HUWAIS / AFP)





