เกิดอะไรขึ้น จู่ๆ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีอยากเจรจากับอิหร่าน

24 มี.ค. 2569 - 15:11

  • ท่าทีของทรัมป์ต่ออิหร่านเปลี่ยนแปลงแทบจะรายวัน

  • การเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียส่งเสียงเตือนว่าการโจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านอาจนำมาสู่การยกระดับความตึงเครียดครั้งใหญ่

  • หลายประเทศกำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

เกิดอะไรขึ้น จู่ๆ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีอยากเจรจากับอิหร่าน

สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะจากฝั่งสหรัฐฯ

สัปดาห์ที่แล้ว ดูเหมือนว่าการยุติสงครามกับอิหร่านจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่อยู่ในความคิดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

“คุณไม่สามารถหยุดยิงได้ในขณะที่คุณกำลังทำลายล้างอีกฝ่ายอย่างราบคาบ” ทรัมป์เผยจากทำเนียบขาวก่อนขึ้นเครื่องบินเมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค)

3 วันต่อมา หลังจากที่ทรัมป์บอกว่าได้ยื่นคำขาด และได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่อิหร่านคนหนึ่ง ท่าทีของทรัมป์ก็เปลี่ยนไป

“พวกเขาต้องการยุติความขัดแย้ง และเราจะทำให้มันสำเร็จ” ทรัมป์กล่าวต่อหน้าฝูงชนในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี เมื่อวันจันทร์ ก่อนที่จะเดินทางไปเยี่ยมชมบ้านเกรซแลนด์ของเอลวิส

การพลิกผันอย่างกะทันหัน และการเจรจาสันติภาพที่คืบหน้าอย่างรวดเร็ว ตามที่ทรัมป์กล่าว ทำให้แนวทางการบริหารของรัฐบาลต่อสงครามเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน หลังจากทรัมป์ขู่เมื่อเย็นวันเสาร์ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านหากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดภายใน 48 ชั่วโมง

และตอนนี้ก็มีข้อเสนอให้ปากีสถานเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในปลายสัปดาห์นี้ โดยรองประธานาธิบดี เจ ดี แวนซ์ จะเข้าร่วมด้วย

บุคคลที่ทราบเรื่องนี้ดีเผยกับ CNN ว่า การเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียส่งเสียงเตือนว่าการโจมตีแหล่งพลังงานซึ่งถือเป็นเป้าหมายพลเรือนในอิหร่านอาจนำมาสู่การยกระดับความตึงเครียดครั้งใหญ่ และการประกาศว่าทั้งสองฝ่ายเจรจากัน ซึ่งมีขึ้น 2 ชั่วโมงก่อนตลาดเปิดในวันจันทร์ ก็ทำให้หุ้นขยับขึ้นและราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวลง ทั้งสองประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้กับทรัมป์และที่ปรึกษาของเขามาโดยตลอด

ใครกันแน่ที่กำลังเจรจาอยู่ หรือแม้กระทั่งว่า พวกเขากำลังเจรจากันอยู่จริงหรือไม่นั้น กลายเป็นประเด็นถกเถียงขึ้นมาทันที ทรัมป์ซึ่งปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อคู่เจรจาชาวอิหร่านที่คณะทูตของเขากำลังติดต่ออยู่ ให้รายละเอียดเพียงเล็กน้อย นอกเหนือจากการอธิบายว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเป็น “บุคคลที่ได้รับความเคารพ” และแม้ในขณะที่ประธานาธิบดีกำลังกล่าวสุนทรพจน์อยู่นั้น หน่วยนาวิกโยธินก็กำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติมอีก ทำให้เกิดความสงสัยเกี่ยวกับความจริงของการเจรจามากขึ้น

ส่วนฝั่งอิหร่านก็ปฏิเสธหัวชนฝาว่าไม่มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นทั้งทางตรงทางอ้อม และยังบลัฟกลับว่า ทรัมป์ยอมถอยเพราะกลัวว่าอิหร่านจะเอาคืน

“ไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ” โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาอิหร่าน ซึ่งมีข่าวลือว่าคือเจ้าหน้าที่ที่ทรัมป์เอ่ยถึง โพสต์บน X และว่า การเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไป มีจุดประสงค์เพื่อให้ “หลุดพ้นจากวังวนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังติดอยู่”

ถึงอย่างนั้น คำปฏิเสธเหล่านั้นก็ถูกเรียบเรียงอย่างระมัดระวัง และไม่ได้หักล้างข้อเท็จจริงที่ว่า มีการส่งข้อความไปมาเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ในการกลับมาเจรจาอีกครั้ง

คนกลางหลายคน

แหล่งข่าว 5 คนที่ทราบเรื่องดังกล่าวเผยกับ CNN ว่า มีหลายประเทศกำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เนื่องจากผลกระทบจากสงครามแผ่ขยายไปทั่วโลก แต่แหล่งข่าวไม่ทราบว่ามีการเจรจากันโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น แม้ว่าทรัมป์จะอ้างว่ามีก็ตาม

ส่วนทำเนียบขาวก็ไม่เปิดเผยรายละเอียดการพูดคุยที่ทรัมป์บอกว่านำโดย สตีฟ วิตคอฟฟ์ ที่ปรึกษา และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับสถานการณ์ระบุว่า ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ และโอมาน กำลังมีส่วนร่วมในความพยายามเจรจา โดยความพยายามทางการทูตมีเป้าหมายทั้งในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

แหล่งข่าวในภูมิภาค 2 คนเผยว่า สหรัฐฯ ได้ส่งรายการข้อเรียกร้อง 15 ข้อให้แก่อิหร่านผ่านทางปากีสถาน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าอิหร่านได้ตกลงตามเงื่อนไขใดบ้างหรือไม่ แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า ในหลายข้อนั้น “แทบเป็นไปไม่ได้เลย” ที่อิหร่านจะยอมรับ และอีกแหล่งข่าวหนึ่งเผยว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวคล้ายคลึงกับข้อเรียกร้องที่สหรัฐฯ ยื่นต่ออิหร่านในการเจรจาเมื่อปีที่แล้ว และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (23 มี.ค.) ทรัมป์ยังได้อ้างถึงข้อเสนอ 15 ข้อนี้เมื่อเขากล่าวอ้างว่าสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุ “ข้อตกลงในประเด็นสำคัญ” แล้ว

แหล่งข่าวระบุว่า ฝ่ายปากีสถานกำลังดำเนินการจัดทำข้อเสนอและเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย ขณะที่ฝ่ายโอมานได้ส่งข้อความไปมาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังเผยว่า ฝ่ายอียิปต์ก็กำลังดำเนินการทางการทูตอย่างแข็งขันเช่นกัน

ปากีสถานได้พัฒนาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับรัฐบาลทรัมป์ในช่วงปีที่ผ่านมา และได้มีการหารือกับรัฐบาลอิหร่านมาอย่างยาวนาน ปากีสถานมีพรมแดนติดกับอิหร่านเป็นระยะทางยาว และได้รับน้ำมันประมาณ 90% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้นความขัดแย้งจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากีสถาน

“หากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน ปากีสถานพร้อมเสมอที่จะเป็นเจ้าภาพการเจรจา” ทาฮีร์ ฮุสเซน อันดราบี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน เผยกับ CNN เมื่อวันจันทร์

และแหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า มีการติดต่อทางโทรศัพท์กันอย่างคึกคักระหว่าง ฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี กับคู่เจรจาหลายฝ่าย รวมถึงอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน และบาดร์ อับเดลัตตี รัฐมนตรีต่างประเทศอียิปต์ นอกจากนี้ ฟิดานยังได้พูดคุยกับวิทคอฟฟ์เมื่อวันอาทิตย์ด้วย

แหล่งข่าวในภูมิภาครายหนึ่งตั้งข้อสันนิษฐานว่า รัฐบาลปากีสถานกำลังติดต่อกับอิหร่านผ่านหลายประเทศ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อความต่างๆ ได้ถูกส่งไปยังบุคคลสำคัญทุกฝ่ายในเตหะราน แหล่งข่าวรายนี้กล่าวว่า มีความเข้าใจกันว่า การยุติสงครามอย่างยั่งยืนนั้นน่าจะเป็นกระบวนการที่ยาวนานกว่า

“ขณะนี้กำลังมีการเจรจาทางการทูตอยู่ มีข้อเสนอหลายอย่างที่กำลังพิจารณาอยู่ ธรรมชาติของการเจรจาทางการทูตคือการพูดคุยที่เปิดกว้าง” แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการเจรจากล่าว “ข้อเสนอที่หารือกันมายังไม่ถึงขั้นที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป”

รัฐบาลอื่นๆ กล่าวว่า พวกเขาทราบถึงการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่ “พวกเรา สหราชอาณาจักร ทราบว่าเรื่องนี้กำลังเกิดขึ้น” นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ ซึ่งได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับทรัมป์เมื่อเย็นวันอาทิตย์ กล่าวในวันต่อมา

แหล่งข่าวระบุว่า สมาชิกอาวุโสของรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงประธานาธิบดีและแวนซ์ ได้ทำงานในวันจันทร์เพื่อให้แน่ใจว่าอิสราเอลรับทราบถึงความคืบหน้า ทั้งทรัมป์และแวนซ์ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งเป้าหมายในการทำสงครามของเขาดูเหมือนจะแตกต่างจากของสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

รถขุดกำลังเคลียร์ซากปรักหักพังจากอาคารที่พักอาศัยที่ถูกทำลายในทางตอนเหนือของกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2026 Photo by - / AFP
รถขุดกำลังเคลียร์ซากปรักหักพังจากอาคารที่พักอาศัยที่ถูกทำลายในทางตอนเหนือของกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2026 Photo by - / AFP

เปิดกว้างสำหรับการเจรจากะทันหัน

เมื่อวันจันทร์ ขณะกล่าวถึงการเจรจาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ทรัมป์ได้อธิบายรายละเอียดหลายประการในข้อเสนอ 15 ข้อ ซึ่งหลายข้อฟังดูคล้ายกับข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ก่อนสงคราม

“พวกเขาจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ นั่นคือข้อแรก นั่นคือข้อที่หนึ่ง สอง และสาม” เขากล่าวถึงรายการข้อเรียกร้อง “พวกเขาจะไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์”

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า สหรัฐฯ จะยืนกรานที่จะครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน ซึ่งเชื่อกันว่าฝังอยู่ลึกใต้พื้นที่โรงงานนิวเคลียร์อิสฟาฮาน ซึ่งสหรัฐฯ ทำลายไปแล้วระหว่างการโจมตีทางอากาศในเดือนมิถุนายน “เราต้องการฝุ่นนิวเคลียร์ เราจะต้องการมัน และผมคิดว่าเราจะได้มันมา”

แหล่งข่าวในภูมิภาค 2 แห่งระบุว่า ประเด็นอื่นๆ ที่อยู่ในโต๊ะเจรจา ได้แก่ การจำกัดขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของเตหะราน การยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทน และการยอมรับสิทธิในการดำรงอยู่ของอิสราเอล

คำกล่าวของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีของประธานาธิบดี ซึ่งตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ปฏิเสธแม้กระทั่งแนวคิดที่จะเริ่มต้นการเจรจากับอิหร่านอีกครั้ง

เย็นวันศุกร์ แม้ทรัมป์จะบอกว่าไม่สนใจที่จะเจรจาหยุดยิง แต่ก็เปิดช่องว่าพร้อมพูดคุย

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ขณะกำลังเดินทางไปยังปาล์มบีชด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ทรัมป์เขียนบนโซเชียลมีเดียว่า กำลังพิจารณา “ลดระดับ” สงครามลง เนื่องจากสงครามเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว

แต่ในเย็นวันถัดมา ระหว่างปรึกษาหารือกับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ก็เป็นที่ชัดเจนว่าความพยายามในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญสำหรับน้ำมัน 20% ของโลกนั้นล้มเหลว ทรัมป์ก็กำหนดเส้นตายใหม่โดยให้เวลา 48 ชั่วโมง หากช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิด สหรัฐฯ จะ “ทำลายล้าง” โรงไฟฟ้าของอิหร่าน

จากคำกล่าวอ้างของทรัมป์เอง การเจรจากับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่เขาออกคำขู่ในเย็นวันเสาร์

อย่างไรก็ตาม การคุกคามโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่านทำให้เจ้าหน้าที่ในอ่าวเปอร์เซียตื่นตระหนก และรีบเตือนฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ว่า การทำเช่นนั้นจะเท่ากับเป็นการยกระดับความตึงเครียดขึ้นไปอีกหลายขั้น

อิหร่านตอกย้ำความกลัวด้วยการขู่ว่าจะโจมตีแหล่งพลังงานลัโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ขอประเทศพันธมิตรสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง รวมทั้งโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล ซึ่งหลายประเทศในภูมิภาคนี้พึ่งพาแหล่งน้ำจืดเกือบทั้งหมดจากที่นี่

และพันธมิตรบางส่วนของสหรัฐฯ แสดงความคิดเห็นว่า การทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอิหร่านอาจสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศ และขัดขวางความพยายามในการฟื้นฟูหลังสงครามสิ้นสุดลง

แต่ท่ามกลางการพูดคุยเรื่องการเจรจาครั้งใหม่นี้ ยังไม่ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ลงนามอนุมัติขั้นสุดท้ายในนามของอิหร่าน

สถานะสุขภาพของ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ประสบการณ์ที่น้อยของเขาในด้านการทูตระดับสูงก็ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของเขา และ อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีว่การกระทรวงต่างประเทศ กำลังติดต่อกับฝ่ายโอมาน แต่แหล่งข่าวระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าเขาเป็นผู้ประสานงานหลักของฝ่ายอิหร่านในการส่งข้อความจากประเทศอื่นๆ ระหว่างสองฝ่ายหรือไม่

“เรายังไม่ได้รับข่าวคราวจากลูกชายของเขา” ทรัมป์เผยเมื่อวันจันทร์

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ดูเหมือนจะมองโลกในแง่ดีว่าความพยายามของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การยุติสงครามได้อย่างรวดเร็ว

“คุณต้องเข้าใจว่า ชีวิตของผมทั้งหมดคือการเจรจา” ทรัมป์กล่าวกับผู้ฟังในเมืองเมมฟิส “แต่กับอิหร่าน เราเจรจากันมานานแล้ว และครั้งนี้ พวกเขาเอาจริง”

Photo by JIM WATSON / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์