เน็ตจะล่มทั้งโลก? กังวลอิหร่านตัดสายเคเบิลใต้ทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ

22 มี.ค. 2569 - 15:55

  •   ช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงเป็นที่ตั้งของสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำความยาวหลายพันกิโลเมตร

  • ข้อมูลของ Capacity Global ระบุว่า มีสายเคเบิลใต้น้ำอย่างน้อย 20 เส้นในช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง

  • การซ่อมแซมสายเคเบิลใต้น้ำอาจใช้เวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

เน็ตจะล่มทั้งโลก? กังวลอิหร่านตัดสายเคเบิลใต้ทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ

ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง ความกังวลใหม่ได้เกิดขึ้นมานอกเหนือจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้การส่งขนน้ำมันทั่วโลกหยุดชะงัก นั่นก็คือ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอาจชะงักตามไปด้วย เนื่องจากใต้ทะเลมีสายเคเบิลที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลกอยู่

ตอนนี้ช่องแคบฮอร์มุซถูกอิหร่านปิดกั้น ผู้เชี่ยวชาญจึงกังวลว่าช่องแคบบับเอลมันเดบในทะเลแดงอาจได้รับผลกระทบจากการกระทำของกลุ่มตัวแทนของอิหร่าน โดยเฉพาะกลุ่มฮูษี ไปด้วย เนื่องจากเส้นทางเดินเรือที่สำคัญทั้งสองนี้เป็นที่ตั้งของสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำความยาวหลายพันกิโลเมตร

ใต้ทะเลแดงและอ่าวเปอร์เซีย มีสายเคเบิลใยแก้วนำแสงหลายร้อยเส้นที่วางอยู่บนพื้นมหาสมุทร ซึ่งรองรับปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกมากกว่า 95% นั่นหมายความว่า อีเมล การสนทนาทางวิดีโอ บริการคลาวด์ ไปจนถึงธุรกรรมทางการเงินและการสตรีมมิ่ง ล้วนขึ้นอยู่กับสายเคเบิลเหล่านี้

ข้อมูลของ Capacity Global ระบุว่า มีสายเคเบิลใต้น้ำอย่างน้อย 20 เส้นในช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง โดย 17 เส้นพาดผ่านทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางส่งข้อมูลที่สำคัญเชื่อมต่อยุโรป เอเชีย และแอฟริกา

พนักงานของ Orange Marine ปฏิบัติงานติดตั้งสายเคเบิลใต้น้ำความเร็วสูงมาก “SEA-ME-WE 5” ซึ่งเชื่อมต่อสิงคโปร์กับฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2016 ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส (Photo by BORIS HORVAT / AFP)
พนักงานของ Orange Marine ปฏิบัติงานติดตั้งสายเคเบิลใต้น้ำความเร็วสูงมาก “SEA-ME-WE 5” ซึ่งเชื่อมต่อสิงคโปร์กับฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2016 ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส (Photo by BORIS HORVAT / AFP)

บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Amazon, Microsoft และ Google ลงทุนมหาศาลในการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย โดยมีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งภูมิภาคนี้ให้เป็นศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต สายเคเบิลใต้น้ำเชื่อมโยงศูนย์ข้อมูลเหล่านี้กับผู้ใช้ทั่วเอเชียและแอฟริกา ทำให้การทำงานของศูนย์ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานในยุคปัจจุบัน

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ความตึงเครียดทางทหารที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้การซ่อมแซมสายเคเบิลใต้น้ำแทบเป็นไปไม่ได้ เรือเฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับการซ่อมแซมสายเคเบิลใต้น้ำไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ถูกปิดกั้นได้อย่างปลอดภัย อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการชนกับทุ่นระเบิดหรือการแทรกแซงโดยเจตนา อาจทำให้สายเคเบิลใช้งานไม่ได้เป็นเวลานาน หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

ก่อนหน้านี้เคยเกิดอุบัติเหตุกับสายเคเบิลใต้น้ำมาแล้ว เมื่อปี 2024 การโจมตีของกลุ่มฮูษีได้ทำลายสายเคเบิลหลายเส้นในทะเลแดง ส่งผลให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตลดลงอย่างมากในบางส่วนของเอเชียและแอฟริกา และการซ่อมแซมทั้งหมดใช้เวลาหลายเดือน เพราะเรือไม่ได้เข้ามาในบริเวณนั้นเนื่องจากเป็นเขตอันตราย

และปีที่แล้ว สายเคเบิลในทะเลแดงถูกตัดขาด ส่งผลกระทบต่อบริการอินเทอร์เน็ตในอินเดีย ปากีสถาน และประเทศในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานว่าเรือพาณิชย์ลำหนึ่งลากสมอและตัดสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำหลายเส้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ทะเลแดงมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ เนื่องจากสายเคเบิลวางอยู่ในน้ำตื้น ทำให้สมอที่ลากไปอาจทำให้สายเคเบิลเสียหายได้ง่าย ส่วนช่วงที่แคบที่สุดของช่องแคบฮอร์มุซก็ลึกเพียง 61 เมตร ดังนั้นสายเคเบิลจึงอยู่ในน้ำตื้น

ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าการปิดจุดเชื่อมต่อสำคัญทั้งสองจุดพร้อมกันอาจนำไปสู่วิกฤตการสื่อสารระดับโลก

ขณะนี้สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตยังคงใช้งานได้ตามปกติ แต่ด้วยการวางทุ่นระเบิดใต้น้ำ การโจมตีอย่างต่อเนื่อง และการซ่อมแซมที่อาจถูกขัดขวาง ทำให้ความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักอย่างรุนแรงอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์

แม้ว่ายังไม่มีข้อบ่งชี้ที่แน่ชัดว่าอิหร่านจะโจมตีสายเคเบิลใต้น้ำ แต่ความเป็นไปได้ดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะอิหร่านยังมีทีมใต้น้ำและกองเรือเงาปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่

และหากเหตุการณ์ที่ทุกคนกังวลเกิดขึ้นจริง ความเสียหายจะไม่จำกัดอยู่แค่โทรศัพท์และเว็บไซต์เท่านั้น ธนาคาร ตลาดหุ้น โรงพยาบาล และระบบ AI ล้วนพึ่งพาการเชื่อมต่อเหล่านี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์