อิหร่านยังส่งออกน้ำมันเหมือนไม่ได้เกิดสงครามโกยเงินวันละ 140 ล้านดอลลาร์

17 มี.ค. 2569 - 15:27

  •   เรืออย่างน้อย 16 ลำในภูมิภาคนี้ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีด้วยโดรนหรืออาวุธอื่นๆ

  • อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

  • อิหร่านเร่งการส่งออกน้ำมันในเดือน ก.พ. ซึ่งอาจเป็นเพราะคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะโจมตี

อิหร่านยังส่งออกน้ำมันเหมือนไม่ได้เกิดสงครามโกยเงินวันละ 140 ล้านดอลลาร์

หากสหรัฐฯ คำนวณก่อนโจมตีอิหร่าน ว่าอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกจะไม่กล้าปิดช่องแคบฮอร์มุซเพราะจะเป็นการปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของตัวเอง สหรัฐฯ คิดผิด

การจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติแล้วเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ได้รับผลกระทบอย่างหนักนับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งล่าสุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เรืออย่างน้อย 16 ลำในภูมิภาคนี้ถูกโจมตีด้วยโดรนหรืออาวุธอื่นๆ โดยอิหร่านอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีบางส่วน

แต่อิหร่านเองยังคงขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในปริมาณเกือบเท่าเดิมก่อนสงคราม ซึ่งเป็นการหารายได้ที่จำเป็นอย่างมากเพื่อพยุงเศรษฐกิจและสนับสนุนการทำสงคราม นอกจากนี้ ก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้นขึ้น ก็มีน้ำมันดิบของอิหร่านหลายล้านบาร์เรลอยู่ในทะเลรอผู้ซื้ออยู่แล้ว

ข้อมูลการติดตามเรือบรรทุกน้ำมันและภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า น้ำมันดิบของอิหร่านยังไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าความขัดแย้งจะทำให้การส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงักลงก็ตาม

นักวิเคราะห์ด้านพลังงานจากบริษัทข้อมูลการค้าและการวิเคราะห์ Kpler ประเมินเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. ว่า อิหร่านส่งออกน้ำมัน 12 ล้านบาร์เรลนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. แต่ TankerTrackers บริษัทข่าวกรองทางทะเลที่เชี่ยวชาญในการติดตามกองเรือที่เรียกว่า “กองเรือเงา” (เครือข่ายเรือที่ใช้ขนส่งน้ำมันและก๊าซจากประเทศที่ถูกคว่ำบาตรโดยชาติตะวันตก) ประเมินไว้สูงกว่านั้น คือ 13.7 ล้านบาร์เรล ณ กลางสัปดาห์ที่แล้ว

ตัวเลขเหล่านั้นชี้ให้เห็นว่า อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-11 มี.ค. ซึ่งปริมาณน้ำมันดังกล่าวจะคิดเป็นรายได้ประมาณ 140 ล้านดอลลาร์ต่อวัน

ขณะที่ข้อมูลของ Kpler ระบุว่า ปีที่แล้วอิหร่านส่งออกเฉลี่ย 1.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน และตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้ เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มากหลายลำ ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดที่ยังใช้งานอยู่ ยังคงขนถ่ายน้ำมันอยู่ที่ศูนย์กลางการส่งออกเกาะคาร์กของอิหร่าน

ก่อนการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านได้เพิ่มการส่งออกน้ำมันเป็นประมาณ 2.17 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.พ. เพื่อเตรียมรับมือกับการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ ข้อมูลจาก Kpler แสดงให้เห็นว่า การส่งออกน้ำมันจากอิหร่านทำสถิติสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 3.79 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ของวันที่ 16 ก.พ.

เรือบรรทุกน้ำมันดิบ 6 ลำได้ออกจากอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. รวมถึงเรือ Cuma ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ซึ่งออกเดินทางในสัปดาห์นี้ ตามการวิเคราะห์จาก Kpler และ Lloyd's List Intelligence ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า เรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลว 2 ลำ ซึ่งอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เช่นกัน ได้ออกเดินทางจากอิหร่านในวันศุกร์หลังจากบรรทุกสินค้าแล้ว

และดูเหมือนว่าสหรัฐฯ จะไม่ได้พยายามหยุดยั้งเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านเลย แม้ว่าจะทำลายกองทัพเรือของอิหร่านไปเป็นจำนวนมากแล้วก็ตาม สหรัฐฯ ยังหลีกเลี่ยงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน เช่น โรงกลั่น ท่อส่งน้ำมัน และถังเก็บน้ำมันเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าการโจมตีของอิสราเอลจะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อถังเก็บน้ำมันรอบๆ กรุงเตหะรานก็ตาม

การที่อิหร่านยังส่งออกน้ำมันอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีรายงานการสกัดกั้นใดๆ จากสหรัฐฯ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ซึ่งในครั้งนั้นมีการปิดล้อมทางทะเลและการยึดเรือที่พยายามเข้าหรือออกจากน่านน้ำเวเนซุเอลา

เดวิด แทนเนนบอม ผู้อำนวยการบริษัทที่ปรึกษาแบล็กสโตน คอมพลีเมนต์ เซอร์วิสเซส กล่าวว่า “ผมประหลาดใจที่สหรัฐฯ ไม่ได้เริ่มปฏิบัติการที่คล้ายกันก่อนที่จะเริ่มความขัดแย้งนี้ หรือยังไม่ได้ทำเช่นนั้นในขณะนี้ เนื่องจากความสำเร็จในการยึดเรือที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลาเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ตาม มาทิอัส ท็อกนี นักวิเคราะห์ด้านน้ำมันและการขนส่งของ Next Barrel มองว่า ความพยายามของสหรัฐฯ ในการหยุดยั้งเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน อาจก่อให้เกิดการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น

ภาพที่เผยแพร่โดยองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ถ่ายโดยดาวเทียมโคเปอร์นิคัส เซนทิเนล-2 แสดงให้เห็นทิวทัศน์ของเกาะคาร์ก Photo by - / EUROPEAN SPACE AGENCY / AFP
ภาพที่เผยแพร่โดยองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ถ่ายโดยดาวเทียมโคเปอร์นิคัส เซนทิเนล-2 แสดงให้เห็นทิวทัศน์ของเกาะคาร์ก Photo by - / EUROPEAN SPACE AGENCY / AFP

น้ำมันของอิหร่านเกือบทั้งหมดถูกส่งออกจากท่าเทียบเรือน้ำลึกบนเกาะคาร์ก ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 30 กิโลเมตร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะอย่างหนัก แต่ไม่ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน

ต่อมาทรัมป์เตือนว่า สหรัฐฯ จะพิจารณาใหม่เกี่ยวกับการตัดสินใจที่จะไม่โจมตีโรงงานน้ำมันบนเกาะคาร์ก หากอิหร่านยังคงขัดขวางไม่ให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อถูกถามโดย CNN ว่า ทรัมป์เตรียมโจมตีโรงงานน้ำมันบนเกาะคาร์กหรือไม่ ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติตอบว่า ประธานาธิบดี “จะไม่ตัดตัวเลือกใดๆ ออกไป…ผมคิดว่าเขาคงจะรักษาสิทธิ์นั้นไว้หากเขาต้องการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของพวกเขา”

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า ขณะนี้ วอชิงตัน “ยอมหลับตา” ให้เรือของอิหร่าน รวมถึงเรือของอินเดียและจีนบางลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

รายงานของ TankerTrackers ระบุว่า ณ วันเสาร์ (15 มี.ค.) โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเกาะคาร์กยังคงใช้งานได้ และว่า จากภาพถ่ายดาวเทียม ถังเก็บน้ำมันดิบทั้ง 55 ถังบนเกาะดูเหมือนจะยังคงสภาพสมบูรณ์ และเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 2 ลำกำลังบรรทุกน้ำมันดิบ 2.7 ล้านบาร์เรลในวันเสาร์

ในความเป็นจริง อาจมีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านมากขึ้นที่ออกเดินทางจากเกาะคาร์ก การติดตามการเคลื่อนไหวของเรือเหล่านี้ทำได้ยาก เนื่องจากเรือมักปิดเครื่องส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง (transponder) เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของชาตะวันตก เช่น กลุ่มข่าวกรองทางทะเล Windward กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) ของอิหร่าน 6 ลำ กำลังปฏิบัติการโดยปิดเครื่องส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง หรือส่งสัญญาณระบุตำแหน่งที่หลอกลวง ขณะอยู่ที่เกาะคาร์กเมื่อวันศุกร์

นอกจากน้ำมันดิบของอิหร่านที่ยังคงส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว น้ำมันจำนวนมหาศาลของอิหร่านก็ถูกบรรทุกอยู่บนเรือในมหาสมุทรทั่วโลกก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้นขึ้น และกำลังมองหาผู้ซื้อ บริษัทข้อมูลด้านพลังงาน Vortexa ประเมินว่า มีน้ำมันของอิหร่านประมาณ 170 ล้านบาร์เรลอยู่ในทะเลในเดือน ม.ค.

อาจเป็นเพราะคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจะโจมตี อิหร่านจึงเร่งการส่งออกน้ำมันในเดือน ก.พ. Windward ระบุว่า ปริมาณน้ำมันเฉลี่ยต่อวันที่ส่งออกจากคลังน้ำมันคาร์กในเดือน ก.พ. อยู่ที่ 2.04 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับปริมาณเฉลี่ยของปีที่แล้ว

ตามรายงานของสำนักข่าว Fars ของอิหร่าน อิหร่านยังส่งออกก๊าซธรรมชาติเพิ่มอีกด้วย โดยอ้างคำกล่าวของกระทรวงไฟฟ้าของอิรักว่า การนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากอิหร่านในสัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าเป็น 18 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ดูเหมือนว่าเตหะรานกำลังใช้การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องต่อรองในความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ที่ต้องการน้ำมันจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะลูกค้าในเอเชีย

ขณะที่ อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเผยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “ช่องแคบฮอร์มุซเปิดอยู่ ปิดเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันและเรือของศัตรูของเรา เฉพาะผู้ที่โจมตีเราและพันธมิตรของพวกเขาเท่านั้น เรือลำอื่น ๆ สามารถผ่านได้โดยอิสระ”

หนังสือพิมพ์ Sharq ของอิหร่านรายงานว่า อินเดียปล่อยเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 3 ลำที่ถูกยึดเมื่อเดือนที่แล้ว แลกกับการอนุญาตจากอิหร่านให้เรืออินเดีย 2 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ยังรายงานว่าทั้งสองประเทศเจรจาเพื่อแก้ไข “ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางทะเลและการค้าน้ำมันระหว่างสองประเทศ” ด้วย

กระทรวงการเดินเรือของอินเดียยืนยันกับ CNN ว่า เรือ 2 ลำ ซึ่งบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยในช่วงคืนวันศุกร์ถึงวันเสาร์

เอส. จายชันการ์ รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียกล่าวกับ Financial Times เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การเจรจาที่อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของอินเดียผ่านช่องแคบได้นั้น เป็นตัวอย่างของสิ่งที่การทูตสามารถนำมาซึ่งผลได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์