ทรัมป์ไม่ตัดความเป็นไปได้ ‘ใช้กำลังทางทหาร’ ครอบครองกรีนแลนด์

7 ม.ค. 2569 - 05:30

  •   ทรัมป์มองว่า กรีนแลนด์เป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ

  • นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กเตือนว่า หากทรัมป์โจมตีกรีนแลนด์ พันธมิตรนาโตจะถึงจุดจบ

  • ผู้นำของอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ และสเปน รวมตัวกันสนับสนุนเดนมาร์กและกรีนแลนด์

ทรัมป์ไม่ตัดความเป็นไปได้ ‘ใช้กำลังทางทหาร’ ครอบครองกรีนแลนด์

ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหารือถึงทางเลือกต่างๆ รวมถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นการเพิ่มความตึงเครียดที่เดนมาร์กเตือนว่าอาจทำลายพันธมิตรนาโตได้

ทรัมป์เร่งแผนการเข้าครอบครองดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุในแถบอาร์กติกแห่งนี้ นับตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในการจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า “การได้มาซึ่งกรีนแลนด์เป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ด้านความมั่นคงแห่งชาติ” สำหรับทรัมป์ เพื่อยับยั้งศัตรูของสหรัฐฯ เช่น รัสเซียและจีน

เลวิตต์ระบุในแถลงการณ์ที่สำนักข่าว ABC News ได้รับมาว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การได้มาซึ่งกรีนแลนด์เป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการยับยั้งศัตรูของเราในภูมิภาคอาร์กติก ประธานาธิบดีและทีมงานกำลังหารือถึงทางเลือกต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายนโยบายต่างประเทศที่สำคัญนี้ และแน่นอนว่า การใช้กำลังทหารของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ผู้บัญชาการสูงสุดสามารถใช้ได้เสมอ”

View post on Instagram
 

Wall Street Journal รายงานว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวกับสมาชิกรัฐสภาว่า ตัวเลือกที่ทรัมป์ต้องการคือ การซื้อกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก พร้อมเสริมว่าคำขู่ดังกล่าวไม่ได้บ่งชี้ถึงการรุกรานที่ใกล้จะเกิดขึ้น

ในการให้สัมภาษณ์กับ CNN สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานของทรัมปกล่าวว่า “สหรัฐฯ ควรมีกรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ” แต่หลีกเลี่ยงคำถามว่าสหรัฐฯ จะใช้กำลังทหารเพื่อยึดครองหรือไม่

มิลเลอร์เผยว่า “คำถามที่แท้จริงคือ เดนมาร์กมีสิทธิอะไรในการอ้างสิทธิ์ควบคุมกรีนแลนด์ อะไรคือพื้นฐานของการอ้างสิทธิ์ในดินแดนของพวกเขา อะไรคือพื้นฐานที่พวกเขามีกรีนแลนด์เป็นอาณานิคมของเดนมาร์ก”

มิลเลอร์กล่าวต่อว่า “สหรัฐฯ เป็นมหาอำนาจของนาโต เพื่อให้สหรัฐฯ รักษาความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกเพื่อปกป้องและพิทักษ์นาโตและผลประโยชน์ของนาโต เห็นได้ชัดว่ากรีนแลนด์ควรเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ”

นายกรัฐมนตรี เมตเต เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก เตือนว่า หาก โดนัลด์ ทรัมป์ โจมตีเกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก นั่นจะหมายถึงจุดจบของพันธมิตรนาโต

“ดิฉันเชื่อว่าเราควรรับฟังประธานาธิบดีอเมริกันอย่างจริงจังเมื่อเขากล่าวว่าเขาต้องการกรีนแลนด์” เฟรเดอริกเซนกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ TV2 ของเดนมาร์ก “แต่ดิฉันก็ขอชี้แจงให้ชัดเจนด้วยว่า หากสหรัฐฯ เลือกที่จะโจมตีทางทหารต่อประเทศสมาชิกนาโตอื่น ทุกอย่างก็จะหยุดลง รวมถึงนาโต และความมั่นคงที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองด้วย”

สำหรับยุโรปและนาโต เดิมพันนั้นมหาศาล การเคลื่อนไหวทางทหารในกรีนแลนด์จะทำลายรากฐานของพันธมิตรที่ยึดหลักการป้องกันร่วมกันในมาตรา 5 ซึ่งการโจมตีสมาชิกหนึ่งประเทศถือเป็นการโจมตีทุกประเทศ ไม่มีประเทศใดในนาโตเคยทำสงครามกับสมาชิกอื่น และความเป็นไปได้ที่วอชิงตันจะใช้กำลังต่อพันธมิตรอาจทำให้ระเบียบความมั่นคงของชาติตะวันตกทั้งหมดสั่นคลอนได้

ก่อนหน้านี้กรีนแลนด์และเดนมาร์กระบุว่า พวกเขาได้ขอพบกับรูบิโออย่างเร่งด่วน เนื่องจากความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นในประเด็นนี้

วิเวียน มอตซ์เฟลด์ รัฐมนตรีต่างประเทศของกรีนแลนด์โพสต์โซเชียลมีเดียว่า “จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้” พร้อมเสริมว่า พวกเขาได้ผลักดันให้มีการประชุมตลอดปี 2025

ลาร์ส ล็อกเก ราสมุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของเดนมาร์กกล่าวว่า การพบกับรูบิโอจะช่วย “คลายความเข้าใจผิดบางประการ”

ก่อนหน้านี้ เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีของกรีนแลนด์ยืนยันว่า เกาะนี้ไม่ได้มีไว้ขาย และมีเพียงประชาชน 57,000 คนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของเกาะ

(จากบนซ้าย) นายกฯ เยอรมนี นายกฯ อิตาลี นายกฯ สเปน นายกฯ โปแลนด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนายกฯ อังกฤษPhoto by NICOLAS TUCAT / AFP
(จากบนซ้าย) นายกฯ เยอรมนี นายกฯ อิตาลี นายกฯ สเปน นายกฯ โปแลนด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนายกฯ อังกฤษPhoto by NICOLAS TUCAT / AFP

-ยอมรับไม่ได้-

พันธมิตรต่างๆ ได้รวมตัวกันสนับสนุนเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ขณะเดียวกันก็พยายามไม่ทำให้ทรัมป์ไม่พอใจ

ผู้นำของอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ และสเปน ร่วมกับเดนมาร์กออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบุว่า พวกเขาจะปกป้อง “หลักการสากล” ของ “อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความไม่สามารถละเมิดได้ของพรมแดน”

ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ ต่างพยายามลดความสำคัญของความขัดแย้งนี้ลง ขณะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพยูเครนในปารีส เคียงข้าง สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์

มาครงกล่าวว่า “ผมไม่อาจจินตนาการถึงสถานการณ์ใดๆ ที่สหรัฐฯ จะอยู่ในฐานะที่จะละเมิดอธิปไตยของเดนมาร์กได้”

มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ซึ่งทรัมป์เคยกล่าวไว้เมื่อต้นปีนี้ว่า แคนาดาควรเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ ก็ได้แสดงความคิดเห็นเช่นกัน

คาร์นีย์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในปารีสว่า “อนาคตของกรีนแลนด์และเดนมาร์กขึ้นอยู่กับประชาชนของเดนมาร์กและกรีนแลนด์แต่เพียงผู้เดียว”

ชาวกรีนแลนด์ก็ปฏิเสธคำขู่ของทรัมป์เช่นกัน

“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราชื่นชอบ” คริสเตียน เคลด์เซน ผู้อำนวยการสมาคมธุรกิจกรีนแลนด์ กล่าวกับสำนักข่าว AFP ในกรุงนูอุก เมืองหลวงของกรีนแลนด์ “มันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในโลกที่เจริญแล้ว”

อย่างไรก็ตาม โคเปนเฮเกนได้ลงทุนอย่างหนักในด้านความปลอดภัย โดยจัดสรรงบประมาณประมาณ 90,000 ล้านโครเนอร์ในปีที่ผ่านมา

ทรัมป์ได้เสนอแนวคิดเรื่องการผนวกกรีนแลนด์มาตั้งแต่นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยแรก และพูดถึงแนวคิดที่จะเข้ายึดครองกรีนแลนด์อยู่บ่อยครั้ง โดยอ้างถึงความกังวลด้านความมั่นคงของชาติและยุทธศาสตร์ กรีนแลนด์ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล ทำให้เป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศที่น่าดึงดูดใจ ด้วยการเข้าถึงทรัพยากรแร่ธาตุที่สำคัญ ซึ่งจีนและรัสเซียต่างแข่งขันกันเพื่อขยายอิทธิพลเหนือพื้นที่กว้างใหญ่ในแถบอาร์กติก

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีฐานทัพทหารในกรีนแลนด์ คือฐานอวกาศบีดูฟีค โดยมีกำลังพลประจำการอยู่ประมาณ 150 นาย

นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่า ยุโรปล้มเหลวในการตระหนักถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของกรีนแลนด์ และจำเป็นต้องขยายการปรากฏตัวทางทหารของตัวเองในภูมิภาคนี้

“ปัญหาของยุโรปไม่ใช่ว่าสหรัฐฯ มองกรีนแลนด์เป็นสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ แต่เป็นเพราะยุโรปเองล้มเหลวในการทำเช่นนั้น” จัสตินา บัดจิไนเต-โฟรห์ลี นักวิเคราะห์ของ Atlantic Council และนักวิจัยอาวุโสที่ไม่ประจำการกล่าว “เป็นเวลาหลายทศวรรษที่กรีนแลนด์ถูกมองว่าเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองมากกว่าเป็นลำดับความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ความเฉยเมยเช่นนั้นกำลังเป็นอันตรายในขณะนี้”

“กรีนแลนด์ไม่สามารถขายได้ แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ตกอยู่ในสุญญากาศทางอำนาจเช่นกัน” บัดจิไนเต-โฟรห์ลีเผย “หากยุโรปต้องการให้แน่ใจว่าไม่มีใครสามารถทำกับกรีนแลนด์ได้เหมือนที่สหรัฐฯ ทำในเวเนซุเอลา ยุโรปต้องหยุดพึ่งพากฎเกณฑ์เพียงอย่างเดียวและเริ่มสร้างความเป็นจริงทางยุทธศาสตร์ที่ทำให้การบีบบังคับเป็นไปไม่ได้”

Photo by DOUG MILLS / POOL / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์