ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ประเทศต่างๆ ว่าจะขึ้นภาษีศุลกากรลงโทษหากพวกเขา “เล่นเกม” หลังจากนโยบายการค้าของทรัมป์พ่ายแพ้ต่อศาลฎีกา เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้
“ประเทศใดก็ตามที่ต้องการ ‘เล่นเกม’ กับคำตัดสินที่ไร้สาระของศาลฎีกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ ‘เอาเปรียบ’ สหรัฐฯ มานานหลายปี หรือแม้แต่หลายทศวรรษ จะต้องพบกับภาษีที่สูงขึ้นและเลวร้ายยิ่งกว่าที่พวกเขาเพิ่งตกลงกันไปเมื่อเร็วๆ นี้” ทรัมป์โพสต์บน Truth Social

ศาลฎีกาได้ยกเลิกภาษีศุลกากรระดับโลกของทรัมป์เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (20 ก.พ.) โดยตัดสินว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินเพื่อบังคับใช้ภาษีเหล่านั้น
นี่เป็นการสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อวาระทางเศรษฐกิจของทรัมป์ ซึ่งภาษีศุลกากร และความสามารถในการบังคับใช้ภาษีอย่างรวดเร็ว ถือเป็นเรื่องสำคัญ
ในประกาศที่เผยแพร่เมื่อคืนวันอาทิตย์ (22 ก.พ.) หน่วยงานศุลกากรและพิทักษ์ชายแดนของสหรัฐฯ ระบุว่า จะหยุดเก็บภาษีที่ศาลสั่งยกเลิกตั้งแต่วันอังคาร (24 ก.พ.) เป็นต้นไป
แต่ เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ ยืนยันในช่วงสุดสัปดาห์ว่า เขาคาดหวังว่าประเทศคู่ค้าจะ “เคารพ” ต่อข้อตกลงภาษีที่พวกเขาทำไว้กับสหรัฐฯ และว่า คาดว่ารัฐบาลทรัมป์จะเปิดการสอบสวนการค้าที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 301 ต่อหลายประเทศ ซึ่งเป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่คาดว่าจะทำให้รัฐบาลสามารถขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรใหม่ได้
หลังจากที่ศาลฎีกาตัดสินคัดค้านภาษีเฉพาะประเทศของทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำสหรัฐฯ ได้หันไปใช้กฎหมายอีกฉบับหนึ่งเพื่อลงนามในคำสั่งเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันอังคาร ไม่ถึง 24 ชั่วโมงต่อมาทรัมปืประกาศว่าจะเพิ่มเป็น 15%
ในโพสต์บน Truth Social เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยืนยันว่า “ในฐานะประธานาธิบดี ผมไม่จำเป็นต้องกลับไปขออนุมัติภาษีจากสภาคองเกรส”
ทรัมป์ยังอ้างอีกว่า ศาลได้มอบ “อำนาจและความแข็งแกร่งที่มากกว่าเดิม” ให้แก่เขาด้วยคำตัดสินนี้ และเขาสามารถใช้ “ใบอนุญาตในการทำสิ่งที่ ‘แย่มากๆ’ ต่อประเทศต่างๆ ได้”
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังเสนอแนะว่า สหรัฐฯ อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใหม่จากคู่ค้า แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม
Photo by CHIP SOMODEVILLA / POOL / AFP





