กองทัพเม็กซิโกบุกสังหาร เนเมซิโอ โอเซเกรา เซร์บันเตส หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เอล เมนโช” เป็นผู้นำแก๊งค้ายาเสพติด Jalisco New Generation (CJNG) ที่ทางการเม็กซิโกและสหรัฐฯ ต้องการตัวมากที่สุด อะไรทำให้อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้ผันตัวจากผู้รักษากฎหมายสู่หัวหน้าองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่ลักลอบขนโคเคน เมทแอมเฟตามีน และเฟนทานิลจำนวนมหาศาลเข้าสู่สหรัฐฯ
เอล เมนโช เกิดเมื่อปี 1966 ในหมู่บ้านจากจนในรัฐมิโชอากันทางตอนใต้ของเม็กซิโกซึ่งไร้ซึ่งชื่อแป และยังขึ้นชื่อเรื่องการปลูกฝิ่นและกัญชามาหลายทศวรรษ เอล เมนโชในวัยเด็กทำงานที่ไร่ฝิ่นไร่กัญชาที่บ้านเกิด ก่อนจะย้ายไปแสวงโชคด้วยการลักลอบเข้าสหรัฐฯ ช่วงทศวรรษ 1980
ที่สหรัฐฯ เอล เมนโช พัวพันกับวงการยาเสพติดในรัฐแคลิฟอร์เนียจนถูกจับหลายครั้ง ปี 1994 ถูกดำเนินคดีในข้อหาขนเฮโรอีนเข้าสหรัฐฯ รับโทษจำคุก 3 ปี ก่อนจะถูกเนรเทศกลับเม็กซิโกในวัย 30 ปี
เอล เมนโช เข้าร่วมกับตำรวจเม็กซิโกก่อนที่จะเข้าสู่แก๊งมิเลนิโอ ซึ่งเป็นแก๊งย่อยของแก๊งซิโนโลอา และไต่เต้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วในโลกใต้ดินของการค้ายาเสพติดในเม็กซิโก
เอล เมนโช ก่อตั้งแก๊ง Jalisco New Generation Cartel (CJNG) ราวปี 2009 แม้ว่าจะไม่โด่งดังในระดับนานาชาติเท่ากับแก๊งซิโนโลอาของ ฮัวคิน “เอล ชาโป” กุซมัน ที่ถูกจำคุกอยู่ในขณะนี้ แต่แก๊ง CJNG ก็เป็นที่รู้จักกันดีในเม็กซิโกในด้านการใช้ความรุนแรง ความโหดร้าย ไร้ความปรานี และคลังอาวุธขนาดใหญ่แบบเดียวกับที่ใช้ในกองทัพ
CJNG เป็นแก๊งอาชญากรที่เติบโตเร็วที่สุดของเม็กซิโก มีอิทธิพลอยู่ในอย่างน้อย 21 รัฐจากทั้งหมด 32 รัฐของเม็กซิโก และดำเนินกิจกรรมอยู่ในเกือบทุกรัฐของสหรัฐฯ
นอกจากยาเสพติดแล้ว ยังขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น การขโมยเชื้อเพลิง การบังคับใช้แรงงาน และการค้ามนุษย์
แก๊ง CJNG จ่ายเงินสินบนให้ตำรวจแลกกับความคุ้มครอง ทำให้ดำเนินกิจการอย่างลับๆ แทบไม่มีการลงโทษใดๆ ในรัฐฮาลิสโกที่เป็นฐานที่ตั้ง และยังซื้อใจชาวบ้านเม็กซิโกด้วยการแจกอาหารในช่วงที่โควิด-19 ระบาดด้วย

แก๊งของเอล เมนโชมีชื่อเสียงในด้านการโจมตีอย่างอุกอาจต่อกองกำลังรักษาความปลอดภัยของเม็กซิโก รวมถึงการยิงเฮลิคอปเตอร์ทหารตกในรัฐฮาลิสโกเมือปี 2015 และความพยายามลอบสังหาร โอมาร์ การ์เซีย ฮาร์ฟุช ผู้บัญชาการตำรวจนครเม็กซิโก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐของเม็กซิโก
ในช่วง 6 สัปดาห์ของปี 2015 แก๊งนี้ยังสังหารตำรวจกว่า 20 คนทางภาคตะวันตกของเม็กซิโก เพื่อเป็นการเตือนเจ้าหน้าที่
เอล เมนโช สามารถหลบหนีการจับกุมได้นานหลายปี แม้ว่าสหรัฐฯ จะตั้งรางวัลนำจับถึง 15 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมตัวเขา
เอดูอาร์โด เกร์เรโร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเผยเมื่อปี 2021 ว่า ทางการทั้งทางเหนือและทางใต้ของชายแดนสหรัฐฯ ถือว่ากลุ่มนี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ “พวกเขามีเงินจำนวนมหาศาล อาวุธรุ่นใหม่ล่าสุด กลุ่มติดอาวุธแบบทหาร และยานพาหนะ…และพวกเขาก่อให้เกิดความท้าทายอย่างร้ายแรงต่อรัฐบาล (เม็กซิโก) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่ซึ่งกลุ่มปฏิบัติการของแก๊งค้ายาเสพติด 50 คนสามารถเอาชนะกองกำลังตำรวจท้องถิ่นได้อย่างแน่นอน”
สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ (DEA) ถือว่าแก๊งนี้มีอำนาจมากพอๆ กับแก๊งซิโนโลอา เนื่องจากมีฐานที่มั่นอยู่ในทั้ง 50 รัฐของสหรัฐฯ โดยเป็นหนึ่งในผู้จัดหาโคเคนรายหลักให้กับตลาดสหรัฐฯ และสร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์จากการผลิตเฟนทานิลและเมทแอมเฟตามีนเช่นเดียวกับแก๊งซิโนโลอา
ความเป็นผู้นำของ เอล เมนโช และแก๊ง CJNG ของเขาได้รับอานิสงส์จากการล่มสลายของแก๊งซินาโลอาหลัง เอล ชาโป ถูกส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปสหรัฐฯ
เอล เมนโช ชอบเก็บตัว มีภาพถ่ายของเขาอยู่เพียงไม่กี่ภาพเท่านั้น ต่างจาก เอล ชาโป ที่ขอความช่วยเหลือจาก ฌอน เพนน์ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง ให้เปลี่ยนชีวิตอาชญากรรมของตัวเองให้กลายเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์
แต่ที่เหมือนกับ เอล ชาโป คือ ตัวพ่อในวงการอาชญากรรมยาเสพติดของเม็กซิโกครองความยิ่งใหญ่อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อทางการสหรัฐฯ ให้ข้อมูลข่าวกรองแก่กองทัพเม็กซิโกจนนำมาสู่ปฏิบัติการบุกรวบตัว เอล เมนโช การปะทะกันทำให้เจ้าพ่อยาเสพติดรายนี้บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นับเป็นชัยชนะของทั้งสหรัฐฯ และเม็กซิโก ที่สามารถกำจัดเป้าหมายสำคัญอันดับต้นๆ ในฐานะหนึ่งในผู้ค้ายาเฟนทานิลรายใหญ่ที่สุดที่ลักลอบนำเข้าสหรัฐฯ ไปได้อีก 1 ราย





