แหล่งข่าวกรองเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ The Sun ว่า อิหร่านน่าจะใช้ขีปนาวุธนำวิถีแบบพกพา (MANPAD) ของรัสเซียยิงเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ตก
รัฐบาลอิหร่านทำข้อตกลงเงียบๆ กับรัสเซียมูลค่า 450 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อเครื่องยิงขีปนาวุธ Verba จำนวน 500 เครื่อง พร้อมขีปนาวุธ 9M336 จำนวน 2,500 ลูก โดยอย่างน้อยบางส่วนถูกส่งมอบไปแล้วเมื่อเดือนมกราคม
นักวิเคราะห์ข่าวกรองซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่ออ้างว่า เครื่องบินรบ F-15 Eagle ของสหรัฐฯ มูลค่า 60 ล้านปอนด์ ที่ถูกยิงตกเมื่อวันศุกร์ (3 เม.ย.) ถูกโจมตีด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพกพา (MANPAD) รุ่น 9K333 Verba ที่ได้มาจากรัสเซีย ซึ่งเป็นการวางแผนการซุ่มโจมตีไว้ล่วงหน้า
ขีปนาวุธร้ายแรงเหล่านี้มีประสิทธิภาพต่อเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และยานไร้คนขับที่บินในระดับต่ำ
พวกมันมีระยะทำการประมาณ 5 กิโลเมตร ควบคุมด้วยระบบค้นหาเป้าหมายอินฟราเรดสามช่องสัญญาณ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มความต้านทานและลดความเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าจากความร้อน และการตอบโต้ต่างๆ ของเครื่องบินรบทั่วไป
ในวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อที่มุ่งหมายจะทำให้ชาตะวันตกหวาดกลัว กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) อ้างว่า ยิงเครื่องบินขับไล่ F-15 Eagle และ A-10 Warthog ตกด้วย “ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ผลิตในประเทศรุ่นใหม่”
ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะไกล S-300 ของอิหร่าน ซึ่งอาจคุกคามเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ที่ทำลายบังเกอร์บัญชาการใต้ดิน โรงงานผลิตขีปนาวุธ และสถานที่นิวเคลียร์ ถูกทำลายโดยขีปนาวุธโทมาฮอว์ก เครื่องบินขับไล่ F-35 และ F-22 Stealth ของสหรัฐฯ ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม
พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อ้างในการบรรยายสรุปที่เพนตากอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “การครองอำนาจทางอากาศอย่างสมบูรณ์” ได้บรรลุผลแล้ว
แต่ระบบต่อต้านอากาศยานแบบพกพา (MANPAD) พิสัยใกล้ที่เพิ่งได้รับมาใหม่นั้น สามารถคุกคามเครื่องบินรบที่ทำการโจมตีในระดับต่ำมากขึ้นเรื่อยๆ
Photo by Wikipedia / Mil.ru





