จีนเผยเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกครั้งแรก พร้อมขยายพลังงานหมุนเวียนสู่อนาคต

4 พ.ย. 2568 - 04:57

  • จีนตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 7-10% ภายในปี 2035 เป็นครั้งแรกที่มีตัวเลขชัดเจน

  • วางแผนขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนให้ถึง 3,600 กิกะวัตต์ในปี 2035

  • รถยนต์ไฟฟ้าในจีนคิดเป็นกว่า 40% ของยอดขายรถใหม่ในปัจจุบัน

จีนเผยเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกครั้งแรก พร้อมขยายพลังงานหมุนเวียนสู่อนาคต

จีนประกาศเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกเป็นครั้งแรกในรูปแบบตัวเลขชัดเจน โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อย 7-10% ภายในปี 2035 พร้อมเร่งขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้า ท่ามกลางการเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก

ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก

ประเทศจีน เป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก ตามข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ จีนปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 30% ของปริมาณทั่วโลก หรือราว 156,000 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี 2024 แม้ยอดสะสมทางประวัติศาสตร์และการปล่อยต่อหัวจะยังต่ำกว่าสหรัฐอเมริกา แต่ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ถ่านหินยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักของจีน โดยคิดเป็นเกือบ 60% ของการผลิตไฟฟ้าในปีที่ผ่านมา ทว่าการขยายการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนกำลังช่วยรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน จีนยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า คิดเป็นกว่า 70% ของการผลิตทั่วโลก โดยเกือบครึ่งของรถยนต์ใหม่ในประเทศเป็นรถไฟฟ้าหรือรถปลั๊กอินไฮบริด

การประกาศตัวเลขครั้งแรกของจีน

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จีนประกาศเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเชิงตัวเลขครั้งแรก โดยตั้งเป้าลดลงร้อยละ 7–10 ภายในปี 2035 พร้อมยืนยันพันธสัญญาให้การปล่อยก๊าซถึงจุดสูงสุดภายในปี 2030 และบรรลุ ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2060 นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าการปล่อยก๊าซของจีนอาจถึงจุดสูงสุดแล้ว เนื่องจากการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนและนิวเคลียร์

ภายใต้แผนสภาพภูมิอากาศฉบับล่าสุด จีนตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และลมให้มากขึ้นถึง 6 เท่าจากระดับปี 2020 เป็น 3,600 กิกะวัตต์ ภายในปี 2035 ปัจจุบันจีนมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 1,482 กิกะวัตต์ เพื่อให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว จีนจำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตราว 200 กิกะวัตต์ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้นในปี 2024 นักวิเคราะห์จึงคาดว่าจีนอาจบรรลุเป้าหมายก่อนกำหนด

นอกจากนี้ จีนยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิลให้เกิน 30% ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี 2035 และส่งเสริมให้รถยนต์พลังงานใหม่กลายเป็น กระแสหลักของยอดขายรถใหม่ ซึ่งปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนมากกว่า 40% ของยอดขายทั้งหมดแล้ว

จีนยังเดินหน้าขยายระบบซื้อขายสิทธิ์การปล่อยคาร์บอน (Carbon Trading Scheme) จากภาคพลังงานไปสู่อุตสาหกรรมหนัก เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียม โดยมีแผนขยายต่อไปยังภาคส่วนอื่นๆ อีกในอนาคต

นอกจากนั้น แผนปี 2035 ยังตั้งเป้าเพิ่ม ปริมาตรพื้นที่ป่าไม้จาก 20,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 24,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนและฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติ

แม้จีนจะยังคงเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก แต่การเร่งขยายพลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และนโยบายสิ่งแวดล้อมระยะยาว กำลังส่งสัญญาณว่าประเทศนี้อาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของโลกในอนาคต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์