สหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มสงครามแต่ยูเออีโดนอิหร่านถล่มหนักกว่าใครเพื่อน

18 มี.ค. 2569 - 15:28

  • มีขีปนาวุธและโดรนมากกว่า 1,700 ลูกถูกยิงไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

  • ภาพไฟไหม้หน้าโรงแรมระดับนานาชาติในดูไบ หรือการโจมตีภายในบริเวณสนามบินนานาชาติดูไบ ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก

  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เคยเป็นแหล่งช่วยเหลือทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับอิหร่านในช่วงที่ถูกตะวันตกคว่ำบาตร

สหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มสงครามแต่ยูเออีโดนอิหร่านถล่มหนักกว่าใครเพื่อน

อิหร่านเตือนว่าการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลจะจุดชนวนความขัดแย้งในภูมิภาค

สหรัฐฯ และอิสราเอลไม่เชื่อคำเตือนนั้น หรือไม่ก็มองว่าเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่าที่จะรับมือ  

18 วันหลังสงครามเริ่มต้นขึ้น ประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียต่างต้องรับผลกระทบ แต่ไม่มีประเทศใดนอกจากอิสราเอลที่ได้รับผลกระทบหนักกว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า มีขีปนาวุธและโดรนมากกว่า 1,700 ลูกถูกยิงไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น และมากกว่า 90% ถูกสกัดกั้นโดยเครื่องบินขับไล่และเฮลิคอปเตอร์

แม้แต่นาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เองก็ยอมรับในการให้สัมภาษณ์กับ CNN เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ประหลาดใจมากกับการตัดสินใจโจมตีเพื่อนบ้านของอิหร่าน

ส่วนกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า พวกเขากำลังใช้กำลังอาวุธ 60% โจมตี “ฐานทัพ” และ “ผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์” ของสหรัฐฯ ในประเทศเพื่อนบ้านอาหรับ ส่วนที่เหลือมุ่งเป้าไปที่อิสราเอล

มีการยิงขีปนาวุธใส่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มากกว่าประเทศอื่นๆ และดูเหมือนว่าจะมากกว่าอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่ร่วมกับสหรัฐฯ เริ่มสงครามครั้งนี้ด้วยซ้ำ ขีปนาวุธหลายลูกตกใส่บ้านเรือน สำนักงาน และถนนในเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น และทำให้พลเรือนเสียชีวิต

ทำไมต้องดูไบ?

“ดูไบเป็นศูนย์กลางของโลกาภิวัตน์อย่างแท้จริง” ฟาวาซ เกอร์เจส ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากโรงเรียนเศรษฐศาสตร์ลอนดอนกล่าว “ผู้นำอิหร่านมองดูไบเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจโลกตะวันตก…มันสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่แค่ดูไบและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้น”

ภาพการรับรู้เป็นกุญแจสำคัญ ภาพไฟไหม้หน้าโรงแรมระดับนานาชาติในดูไบ หรือการโจมตีภายในบริเวณสนามบินนานาชาติดูไบ ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก ขณะที่ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนพยายามออกจากประเทศ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทั้งสองครั้ง แต่ผลกระทบทางจิตวิทยานั้นอาจสำคัญมาก

กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากท่าเรือเจเบล อาลี หลังมีรายงานว่าอิหร่านโจมตีดูไบเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2026 Photo by FADEL SENNA / AFP
กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นจากท่าเรือเจเบล อาลี หลังมีรายงานว่าอิหร่านโจมตีดูไบเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2026 Photo by FADEL SENNA / AFP

เกอร์เจสชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เคยเป็นแหล่งช่วยเหลือทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับอิหร่านมานานหลายปี ในขณะที่อิหร่านกำลังดิ้นรนภายใต้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ส่วนเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวกับ CNN ว่า ความสัมพันธ์จะกลับสู่ภาวะปกติในที่สุด แต่การสร้างความไว้วางใจขึ้นมาใหม่นั้นอาจต้องใช้เวลา “หลายสิบปี”

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นหนึ่งในคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน รองจากจีน การค้าขายระหว่างสองประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่องแม้ว่าสหรัฐฯ จะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านมากขึ้นก็ตาม องค์การการค้าโลกรายงานว่า การค้าทวิภาคีมีมูลค่า 28,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024

ชาวอิหร่านประมาณครึ่งล้านคนเรียกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่าเป็นบ้าน

อิหร่านอ้างถึงพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่ยาวนานหลายทศวรรษระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับสหรัฐฯ เป็นเหตุผลในการโจมตีครั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็น “พันธมิตรด้านการป้องกันประเทศที่สำคัญ” โดยสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไว้วางใจใครในด้านความมั่นคง

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ทุ่มเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ไปกับเครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้กำลังใช้งานอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องชาวเอมิเรตส์และชาวต่างชาติจากการโจมตีจากอิหร่าน

สร้างความเจ็บปวดให้พันธมิตรสหรัฐฯ

ซานัม วาคิล จากแชทแฮมเฮาส์กล่าวว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าเงื่อนไขมากกว่าหนึ่งข้อสำหรับอิหร่านในการสร้างความเจ็บปวดให้กับสหรัฐฯ และพันธมิตร

“การโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่านไม่เพียงแต่กำหนดเป้าหมายไปที่พันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณว่า ประเทศที่ให้ที่พักพิงแก่ชาวต่างชาติหลายล้านคนและทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญในด้านการเงิน การบิน และการค้าโลกนั้นไม่สามารถถูกละเลยได้”

ขอบเขตของการตอบโต้อาจบ่งชี้ถึงขอบเขตที่อิหร่านมองว่าสงครามครั้งนี้เป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ เมื่อครั้งก่อนที่อิสราเอลทิ้งระเบิดโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยมีสหรัฐฯ เข้าร่วมในวันสุดท้าย การตอบโต้ของอิหร่านมีจำกัดคือ  การโจมตีฐานทัพอากาศอัลอูเดอิดในกาตาร์ ซึ่งเชื่อกันว่ามีการวางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว

ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อให้การรับประกันความปลอดภัยแบบนาโตแก่กาตาร์ ซึ่งตกเป็นเป้าหมายของอิหร่านในช่วงสงครามปัจจุบันด้วย

และนอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องภูมิศาสตร์ อิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ห่างกันเพียงประมาณ 100 กิโลเมตรเท่านั้น ขีปนาวุธและโดรนสามารถโจมตีชายฝั่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้อย่างรวดเร็ว

“พูดง่ายๆ ก็คือ อยู่ใกล้กันมาก การโจมตีดูไบและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้นง่ายกว่าการโจมตีประเทศอื่นๆ เช่น จอร์แดนหรืออิสราเอล เพราะอิสราเอลมีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ดี” เกอร์เจสกล่าว

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกาศห้ามใช้ฐานทัพหรือน่านฟ้าในกรณีที่เกิดการโจมตีอิหร่าน แต่ท่าทีดังกล่าวไม่ได้ช่วยปกป้องสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จากการโจมตีแต่อย่างใด

พื้นที่ยุทธศาสตร์

สำหรับอิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นสถานที่สำคัญที่การโจมตีสามารถกดดันวอชิงตัน ขัดขวางการไหลเวียนของพลังงานทั่วโลก สร้างความไม่มั่นคงทางการเงินและบริษัทระหว่างประเทศ และดึงดูดความสนใจไปทั่วโลกได้พร้อมกัน

อิหร่านสามารถสร้างความเสียหายสูงสุดทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยทดสอบรัฐที่วางตัวเป็นสะพานเชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตกที่ปลอดภัยที่สุดในอ่าวเปอร์เซีย และเป็นอนาคตของภูมิภาคในด้านการเงิน โลจิสติกส์ การบิน และเทคโนโลยี

ความตกใจกลายเป็นความโกรธ

ความตกใจที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งในการตอบโต้ของอิหร่านได้เปลี่ยนไปเป็นความโกรธอย่างรวดเร็ว

มินา อัล-โอไรบี บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ The National ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า “ในเช้าวันที่สงครามเริ่มต้นขึ้น ผู้คนต่างรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่อิสราเอลและสหรัฐฯ เลือกใช้มาตรการทางทหาร…แต่หลังจากนั้นไม่นาน เมื่ออิหร่านเริ่มโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และประเทศอื่นๆ ความโกรธและความรู้สึกไม่ยุติธรรมก็หันไปที่อิหร่าน”

กระชับสัมพันธ์สหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

รีม อัล-ฮาชิมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความร่วมมือระหว่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เผยว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลัง “เสริมสร้าง” ข้อตกลงต่างๆ กับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หลังจากการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศในอ่าวอาหรับ

เมื่อถูกถามโดยสถานีโทรทัศน์ ABC ของออสเตรเลียในการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า การโจมตีของอิหร่านต่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พิจารณาการเป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ อีกครั้งหรือไม่ รัฐมนตรีกล่าวว่า “ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง”

“ความสัมพันธ์ของเรากับสหรัฐฯ เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ยาวนาน เป็นความร่วมมือที่ไม่สั่นคลอนในยามวิกฤต แต่สร้างขึ้นบนความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกันมานานหลายทศวรรษ” อัล-ฮาชิมีเผย “สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เราหวั่นไหว เพราะเราก็เป็นกลุ่มคนที่เข้มแข็ง และเราก็ไม่ยอมถูกรังแกเช่นกัน”

Photo by FADEL SENNA / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์