ฝุ่น PM2.5 คลุม กทม.-ปริมณฑล อุตุฯ ชี้การระบายอากาศอ่อนถึง 25 ม.ค. ลมหนาวระลอกใหม่ซ้ำเติมคุณภาพอากาศ

19 ม.ค. 2569 - 08:49

  • ค่าฝุ่น PM2.5 วันนี้กรุงเทพฯ เฉลี่ย 33.7 มคก./ลบ.ม. หลายเขตแตะระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ


  • กรมอุตุฯ ระบุการระบายอากาศอ่อนต่อเนื่องถึง 25 ม.ค. ปัจจัยหลักทำฝุ่นสะสมในเขตเมือง


  • ลมหนาวระลอกใหม่จากจีน 20–24 ม.ค. กดอุณหภูมิไทยตอนบน 1–3 องศาฯ เสี่ยงซ้ำเติมวิกฤตฝุ่น

ฝุ่น PM2.5 คลุม กทม.-ปริมณฑล อุตุฯ ชี้การระบายอากาศอ่อนถึง 25 ม.ค. ลมหนาวระลอกใหม่ซ้ำเติมคุณภาพอากาศ

ชาว กทม.และปริมณฑล ยังคงต้องใส่หน้ากากอนามัยต่ออีกทั้งสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่ยังคงอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง หลังหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยา และศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ ประเมินตรงกันว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่ง ลมอ่อน และการระบายอากาศในชั้นบรรยากาศที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ฝุ่นสะสมต่อเนื่อง แม้ค่าฝุ่นเฉลี่ยบางช่วงจะยังไม่เกินมาตรฐาน แต่เริ่มส่งผลกระทบสุขภาพ

ค่าฝุ่นเช้านี้หลายเขตเริ่มกระทบสุขภาพ

ค่า PM2.5 ภาพรวมทั้งประเทศ

ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 19 มกราคม 2569 ณ 07:00 น สรุปดังนี้

ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.ปทุมธานี  จ.นนทบุรี กรุงเทพฯ  จ.นครปฐม  จ.สมุทรสาคร  จ.พิษณุโลก  จ.อุทัยธานี  จ.สิงห์บุรี  จ.สระบุรี  จ.อ่างทอง  จ.สุพรรณบุรี  จ.พระนครศรีอยุธยา  จ.กาญจนบุรี  จ.ราชบุรี  จ.สมุทรสงคราม  จ.ปราจีนบุรี  จ.สระแก้ว  จ.ฉะเชิงเทรา  จ.ชลบุรี  จ.หนองคาย  จ.หนองบัวลำภู  จ.ขอนแก่น  จ.กาฬสินธุ์  จ.มหาสารคาม  จ.ร้อยเอ็ด  จ.ชัยภูมิ  จ.อุบลราชธานี  จ.ศรีสะเกษ  จ.นครราชสีมา  จ.บุรีรัมย์ และ จ. สุรินทร์ 

  • ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 6.2 - 41.5 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 19.5 - 66.0 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 16.6 - 54.8 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 4 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 14.4 - 48.1 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 15.1 - 20.1 มคก./ลบ.ม.

ทางด้านศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ประจำวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ยทั้งกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 33.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) มีหลายพื้นที่ที่ค่าฝุ่นขยับเข้าสู่ระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ”

 รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ประจำวันที่ 19 มกราคม 2569 พบค่าเฉลี่ยทั้งกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 33.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ประจำวันที่ 19 มกราคม 2569 พบค่าเฉลี่ยทั้งกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 33.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

เขตที่มีค่าฝุ่นสูงสุด 12 อันดับแรก ได้แก่

  1.  เขตจตุจักร 49 มคก./ลบ.ม.
  2.  เขตปทุมวัน 45.3 มคก./ลบ.ม.
  3.  เขตลาดกระบัง 44.4 มคก./ลบ.ม.
  4.  เขตบางรัก 41.6 มคก./ลบ.ม.
  5.  เขตหลักสี่ 40.5 มคก./ลบ.ม.
  6.  เขตสาทร 40.2 มคก./ลบ.ม.
  7.  เขตราชเทวี 39.6 มคก./ลบ.ม.
  8.  เขตคลองสามวา 39.1 มคก./ลบ.ม.
  9.  เขตพระนคร 38.9 มคก./ลบ.ม.
  10.  เขตบางซื่อ 38.5 มคก./ลบ.ม.
  11.  เขตประเวศ 38.4 มคก./ลบ.ม.
  12.  เขตสายไหม 37.9 มคก./ลบ.ม.

ค่าฝุ่น PM2.5 ตามโซนใน กทม.

  • กรุงเทพเหนือ 31.5 - 49 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
  • กรุงเทพตะวันออก 28.9 - 44.4 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
  • กรุงเทพกลาง 27.1 - 39.6 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
  • กรุงเทพใต้ 27.2 - 45.3 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
  • กรุงธนเหนือ 25.7 - 36.6 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
  • กรุงธนใต้ 23.4 - 34 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครระบุว่า แม้แนวโน้มค่าฝุ่นระยะสั้นจะลดลงเล็กน้อยในบางพื้นที่ แต่ภาพรวมยังต้องติดตามใกล้ชิด สำหรับข้อแนะนำสุขภาพ กรณีคุณภาพอากาศระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ประชาชนทั่วไป : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา

ประชาชนกลุ่มเสี่ยง : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

อุตุฯ ชี้การระบายอากาศอ่อนหนุนฝุ่นสะสม

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเฝ้าระวังฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระบุว่า การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์อ่อนต่อเนื่อง และคาดว่าจะยาวไปจนถึงวันที่ 25 มกราคม 2569 ส่งผลให้ฝุ่นละอองสามารถสะสมในบรรยากาศได้ง่าย

รายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ลมใต้พัดอ่อนร่วมกับการเกิดปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผัน (temperature inversion)ที่ยกระดับขึ้นเล็กน้อย ทำให้การถ่ายเทอากาศไม่ดี ส่งผลให้ค่าฝุ่นอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพในหลายพื้นที่

19 ม.ค.เหนือ–อีสานยังหนาว กทม.มีฝนเล็กน้อย

ในด้านสภาพอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า (19 มกราคม 2569) ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังมีอากาศเย็นถึงหนาว จากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นที่ปกคลุม ขณะที่ลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมา เคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและลาวตอนบน

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหมอกในตอนเช้า และมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22–24 องศาเซลเซียส สูงสุด 33–35 องศาเซลเซียส ลักษณะลมอ่อนยังคงเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ฝุ่น PM2.5 กระจายตัวได้ไม่ดี

เตือนลมหนาวระลอกใหม่ 20–24 ม.ค. อุณหภูมิลด 1–3 องศาฯ

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์แนวโน้มอากาศล่วงหน้า ระบุว่า ในช่วงวันที่ 20–24 มกราคม 2569 มวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงอีก 1–3 องศาเซลเซียส ทำให้หลายพื้นที่มีอากาศเย็นถึงหนาวอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรงขึ้น โดยคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างอาจสูง 1–2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

รายงานผลคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 10 วัน ระหว่างวันที่ 18–27 มกราคม 2569
รายงานผลคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 10 วัน ระหว่างวันที่ 18–27 มกราคม 2569

คาดฝุ่นสัปดาห์นี้ยังน่าห่วง กทม.-ภาคเหนือเสี่ยง

ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานผลคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 10 วัน ระหว่างวันที่ 18–27 มกราคม 2569 ระบุว่า พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคกลาง ภาคเหนือ และบางส่วนของภาคตะวันออก มีแนวโน้มค่าฝุ่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–25 มกราคม ขณะที่ภาคใต้ยังคงมีคุณภาพอากาศดีอย่างต่อเนื่อง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ 4 ปัจจัยหลัก ดันค่าฝุ่นพุ่ง

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก “Sonthi Kotchawat” ว่า ปริมาณฝุ่น PM2.5 จะสูงขึ้นจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่
แหล่งกำเนิดมลพิษจากการเผาไหม้และยานพาหนะ อุณหภูมิอากาศต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ความเร็วลมต่ำกว่า 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความชื้นสัมพัทธ์ตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย

sustainability-pm25-bangkok-weather-19jan2569-SPACEBAR-Photo03.jpg

ย้ำใส่หน้ากาก ลดกิจกรรมกลางแจ้ง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ประชาชนเตรียมพร้อมดูแลสุขภาพในช่วงฝุ่น PM2.5 โดยเน้นการใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก N95 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว

หน่วยงานด้านสาธารณสุขย้ำว่า ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงทั้งสภาพอากาศ การคมนาคม และรูปแบบการพัฒนาเมือง ซึ่งยังคงต้องการมาตรการระยะยาวควบคู่กับการป้องกันตนเองในชีวิตประจำวัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


ฝุ่น PM2.5 คลุม กทม.-ปริมณฑล อุตุฯ ชี้การระบายอากาศอ่อนถึง 25 ม.ค. ลมหนาวระลอกใหม่ซ้ำเติมคุณภาพอากาศ