กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกำลังเข้าสู่ช่วงเสี่ยงสูงด้านคุณภาพอากาศอีกครั้ง เมื่อสภาพอุตุนิยมวิทยาอยู่ในภาวะ “ลมอ่อน-อากาศปิด” ทำให้อัตราการระบายอากาศต่ำ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่สามารถกระจายตัวได้ตามธรรมชาติ ส่งผลให้ฝุ่น PM2.5 จมตัวและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนถึงช่วงเช้า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพอากาศเรียกว่าเป็น “ช่วงอันตราย” ของเมืองใหญ่

ค่าฝุ่น PM2.5 วันนี้ กทม.ค่าเฉลี่ยเกินมาตรฐาน
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 07:00 น.
ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 38.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐาน 37.5 มคก./ลบ.ม.)
12 อันดับ ของค่าฝุ่น PM2.5 เขตสูงสุดในกรุงเทพมหานคร
- 1 เขตปทุมวัน 49.9 มคก./ลบ.ม.
- 2 เขตบางรัก 46.3 มคก./ลบ.ม.
- 3 เขตจตุจักร 44.1 มคก./ลบ.ม.
- 4 เขตสาทร 43.2 มคก./ลบ.ม.
- 5 เขตประเวศ 42.8 มคก./ลบ.ม.
- 6 เขตลาดกระบัง 42.1 มคก./ลบ.ม.
- 7 เขตราชเทวี 42 มคก./ลบ.ม.
- 8 เขตบางซื่อ 41.2 มคก./ลบ.ม.
- 9 เขตบางคอแหลม 40.8 มคก./ลบ.ม.
- 10 เขตหนองแขม 40.1 มคก./ลบ.ม.
- 11 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 39.9 มคก./ลบ.ม.
- 12 เขตทวีวัฒนา 39.9 มคก./ลบ.ม.
ค่าฝุ่น PM2.5 ตามโซนในกรุงเทพมหานคร
- กรุงเทพเหนือ 32.4 - 44.1 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
- กรุงเทพตะวันออก 30.5 - 42.8 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
- กรุงเทพกลาง 29.2 - 42 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
- กรุงเทพใต้ 27.7 - 49.9 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
- กรุงธนเหนือ 29.7 - 39.9 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
- กรุงธนใต้ 32.1 - 40.1 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
แนวโน้มค่าฝุ่น PM2.5 กรุงเทพมหานคร: ฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง

จับตาค่าฝุ่น 12–15 มกราคม 2569
จากการประเมินอัตราการระบายอากาศ (Ventilation Rate: VR) กรุงเทพมหานครระบุว่าในช่วงวันที่ 12–15 มกราคม 2569 สภาพอากาศมีแนวโน้มระบายตัวได้ไม่ดี (น้อยกว่า 2,000) โดยเฉพาะช่วงกลางคืนถึงช่วงเช้า ทำให้ฝุ่น PM2.5 สะสมได้ง่าย และมีโอกาสไต่ระดับจากสีเหลืองเป็นสีส้ม หรือสีแดงได้อย่างรวดเร็ว หากมีแหล่งกำเนิดมลพิษเพิ่มขึ้น
เพื่อลดผลกระทบล่วงหน้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานประกอบการ พิจารณาให้บุคลากรทำงานที่บ้าน (Work From Home) ในวันที่ 12–13 มกราคม 2569 ตามความเหมาะสม เพื่อลดการจราจรและลดมลพิษจากท่อไอเสียในช่วงที่อากาศระบายตัวได้ต่ำ โดยคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 10–17 มกราคม จะเป็นช่วงเสี่ยงสูงจากภาวะอากาศปิดต่อเนื่องหลายวัน

สาเหตุ กทม.จมฝุ่น PM2.5 รอบนี้
สาเหตุหลักของปัญหาฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นการผสมซ้อนของหลายปัจจัย ทั้งสภาพลมอ่อนที่ทำให้ฝุ่นระบายไม่ออก การเผาชีวมวลในพื้นที่รอบกรุงและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถูกพัดพามากับลมชั้นบน รวมถึงมลพิษจากยานพาหนะและกิจกรรมอุตสาหกรรมในเมืองขนาดใหญ่ ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างเมืองที่ยังพึ่งพาการคมนาคมแบบใช้เครื่องยนต์สันดาปและพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครระบุว่าได้ยกระดับมาตรการรับมือในทุกมิติ ตั้งแต่การตรวจเข้มควันดำรถบรรทุก รถโดยสาร และรถในไซต์ก่อสร้าง การกวดขันห้ามเผาขยะและการเผาในที่โล่งอย่างเด็ดขาด การประสานจังหวัดรอบกรุงซึ่งเป็นพื้นที่ต้นลมเพื่อลดแหล่งกำเนิดฝุ่น รวมถึงการเตรียมดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
ช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือระหว่างเวลา 19.00–10.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราการระบายอากาศต่ำที่สุด หากมีการเผา ควัน หรือกิจกรรมก่อฝุ่น จะทำให้ค่าฝุ่นสะสมและเพิ่มระดับได้อย่างรวดเร็ว
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมชี้ว่า วิกฤตฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เพียงปัญหาคุณภาพอากาศระยะสั้น แต่เป็นภาพสะท้อนความท้าทายด้านความยั่งยืนของเมืองใหญ่ การลดการปล่อยจากแหล่งกำเนิด ทั้งการเผาในที่โล่งและการใช้ยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน คือมาตรการที่จำเป็นในระยะยาว ขณะที่ในระยะสั้น เมืองจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับช่วงลมอ่อนหลายวันอย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างความร่วมมือจากประชาชนและภาคธุรกิจ
ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ และแจ้งเบาะแสการเผาได้ที่ www.airbkk.com แอปพลิเคชัน AirBKK และ Traffy Fondue



