เกิดกระแสวิพากษ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากฏภาพการปล่อยน้ำสีดำลงสู่ทะเลบริเวณชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน โดยบริษัทผู้รับจ้างพบว่ามีน้ำทิ้งสะสมในระบบท่อระบายน้ำเป็นจำนวนมาก จนเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน คนงานจึงตัดสินใจสูบน้ำดังกล่าวระบายลงทะเลโดยตรง ส่งผลให้สีของน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 ร่วมกับเมืองพัทยา และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บริเวณชายหาดจอมเทียน ซอยจอมเทียน 14 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้สั่งระงับการกระทำดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน จนสภาพน้ำทะเลกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมประสานศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ตรวจสอบคุณภาพน้ำและผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลอย่างละเอียด
จากการสอบสวนข้อเท็จจริง พบมูลเหตุแห่งการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหา “ปล่อยทิ้งของเสียหรือมลพิษลงสู่แหล่งน้ำหรือทะเล” ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พ.ศ.2563 โดยอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา พร้อมตั้งคำถามถึงสามัญสำนึกของการดำเนินโครงการพัฒนาในพื้นที่ชายฝั่ง
“โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ที่จอมเทียน ดันปล่อยน้ำเสียลงทะเล เห็นอยู่ชัดๆ ว่าน้ำดำปี๋ ส่งผลกระทบแน่นอน ยังทิ้งลงไปได้ สามัญสำนึกเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ไม่มี”
ผศ.ดร.ธรณ์ ยังระบุว่า ควรสนับสนุนให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้กรณีลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ พร้อมย้ำถึงสถานการณ์วิกฤตของทะเลในยุคโลกร้อน
“โลกร้อนขนาดนี้ ทะเลก็ย่ำแย่เต็มทนแล้ว เลิกซ้ำเติมเธอได้แล้วครับ”
— ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุ
ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าวโดยทันที โดย ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยืนยันจะเดินหน้าคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หากพบเห็นการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อทะเลและชายฝั่ง สามารถแจ้งเบาะแสเพื่อร่วมกันปกป้องทรัพยากรของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน



