สัปดาห์นี้คนไทยอาจรู้สึกว่าอากาศช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ยังพอมีลมเย็นๆ ปลอบประโลมช่วยให้อารมย์ดีขึ้นเล็กน้อย แต่รู้กันไหมว่านี่อาจเป็น “โค้งสุดท้ายของฤดูหนาว” ที่คนไทยจะได้สัมผัสก่อนที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนยาวนานอีกหนึ่งปี (หรืออาจมากกว่านั้น)
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าระหว่างวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2569 มวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้อุณหภูมิลดลงเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่ความหนาวจัด แต่พอให้รู้สึกถึงการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล ก่อนที่อุณหภูมิจะกลับสูงขึ้นอีกครั้งในช่วง 5-8 กุมภาพันธ์ พร้อมหมอกยามเช้าและสัญญาณของอากาศนิ่งที่เริ่มก่อตัว
ลมหนาวรอบนี้จึงไม่ใช่การกลับมาของฤดูหนาว หากแต่เป็นเหมือนฉากอำลาสั้นๆ ก่อนที่เวทีจะถูกส่งต่อให้ “ฤดูร้อน” อย่างเต็มตัว

ฤดูร้อน 2569 เริ่มปลายกุมภาพันธ์ ร้อนกว่าและร้อนนาน
ข้อมูลพยากรณ์ล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา ชี้ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อนประจำปี 2569 ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ (ช้ากว่าค่าเฉลี่ยราว 2 สัปดาห์) แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเบาลง ตรงกันข้าม ฤดูร้อนปีนี้มี “แนวโน้มร้อนกว่าปี 2568” และลากยาวถึงกลางเดือนพฤษภาคม
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนคาดว่าจะอยู่ที่ 36-37 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติระยะยาวที่ 35.4 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนืออย่างจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก มีโอกาสเผชิญอุณหภูมิสูงเกิน 42-43 องศาเซลเซียสอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยตลอดฤดูร้อนถูกประเมินว่าจะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 30-40 ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงด้านน้ำที่มากขึ้น ทั้งในมิติการเกษตร การอุปโภคบริโภค และระบบนิเวศในพื้นที่นอกเขตชลประทาน

ร้อนเป็นระยะ แปรปรวนเป็นช่วง แต่ “ร้อนยืดเยื้อ” คือภาพรวม
ฤดูร้อนปี 2569 จะไม่ใช่ความร้อนแบบเส้นตรง หากแต่เป็นความร้อนที่สลับกับพายุฤดูร้อนเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน ซึ่งเป็นช่วงพีคของอุณหภูมิ ขณะที่ช่วงต้นและปลายฤดูจะเต็มไปด้วยความแปรปรวน
ภาพที่คุ้นเคยคือ กลางวันร้อนจัด ตอนเย็นเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง หรือแม้แต่ลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ปรากฏการณ์เหล่านี้ช่วยคลายร้อนชั่วคราว แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และผลผลิตทางการเกษตรในเวลาเดียวกัน
สำหรับภาคใต้ ช่วงมีนาคมถึงเมษายน ยังมีฝนกระจายตัวไม่มากนัก ก่อนที่ฝนจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในเดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะฝั่งอันดามันที่อาจมีฝนตกหนักและคลื่นลมแรงจากการเปลี่ยนผ่านสู่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้

“เอลนีโญ” กำลังขาขึ้น บนโลกที่ร้อนเป็นความปกติใหม่
สิ่งที่ทำให้ฤดูร้อนปี 2569 น่าจับตา ไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขอุณหภูมิ แต่คือบริบทของระบบภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนไป ข้อมูลจากแบบจำลองสภาพอากาศระดับโลก เช่น NOAA และ ECMWF ชี้ว่า มีโอกาสที่ “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” จะกลับมาและมีกำลังแรงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
แม้เอลนีโญรอบใหม่อาจเริ่มต้นในระดับอ่อนถึงปานกลาง แต่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของโลกที่ร้อนจัดอยู่แล้ว ทำให้อุณหภูมิ ความแห้งแล้ง และคลื่นความร้อนมีแนวโน้มรุนแรงกว่าที่เคยประสบในอดีต
การประเมินระดับโลกยังระบุว่า ปี 2026 มีโอกาสสูงที่จะติดอันดับ 1-5 ของปีที่ร้อนที่สุดในรอบกว่า 170 ปี และสะท้อนชัดว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “ความร้อนสูงถาวร” มากกว่าความผันผวนชั่วคราว
ถ้านี่คือ...ลมหนาวสุดท้าย
ลมเย็นต้นกุมภาพันธ์ปีนี้อาจให้ความรู้สึกสบายเพียงชั่วครู่ แต่ในเชิงภูมิอากาศ มันคือสัญญาณเตือนว่าช่วงเวลาของอากาศเย็นกำลังสั้นลง ขณะที่ช่วงเวลาของความร้อนกลับยาวและรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทย ความเสี่ยงหลักของปี 2569 อาจไม่ใช่ภัยแล้งรุนแรงทั่วประเทศในคราวเดียว แต่คือ ภัยร้อนที่ยืดเยื้อ อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยต่อเนื่อง และฝนที่กระจายตัวไม่สม่ำเสมอ ซึ่งจะซ้ำเติมทั้งระบบน้ำ สุขภาพประชาชน และเศรษฐกิจฐานราก
การรับมือจึงไม่ควรยึดติดกับปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” เพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องมองภาพใหญ่ของโลกรวน ที่ทำให้ฤดูร้อนกลายเป็นฤดูกาลเสี่ยงอันดับต้นๆ ของสังคมไทย แล้วถ้านี่คือ...ลมหนาวสุดท้าย เราจะปรับตัวอย่างไร? โครงสร้างรัฐแข็งแรงพอหรือไม่? นี่อาจเป็นคำถามใหญ่ที่คนไทยอยากเห็นจากผู้ชนะการเลือกตั้ง 2569





