ฤดูร้อนปี 2569 มาเร็วกว่าที่หลายคนตั้งตัว ประเทศไทยประกาศเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะลากยาวถึงกลางพฤษภาคม ท่ามกลางอุณหภูมิสูงสุดแตะ 42–43 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยในหลายพื้นที่ของไทยตอนบนอาจอยู่ที่ 36–37 องศาเซลเซียส
ความน่ากังวลไม่ใช่แค่ “ตัวเลขบนปรอท” แต่คือสิ่งที่เรียกว่า ดัชนีความร้อน (Heat Index) อุณหภูมิที่ร่างกายรับรู้จริงสูงกว่าความเป็นจริงจากความชื้นสะสม โดยเฉพาะในมหานครอย่างกรุงเทพมหานคร ที่เผชิญปรากฏการณ์ Urban Heat Island จากคอนกรีต ตึกสูง และพื้นผิวดูดซับความร้อน
เมื่อเมืองร้อนขึ้น ความเสี่ยง “ฮีตสโตรก” หรือโรคลมแดด ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มทำงานกลางแจ้ง ไรเดอร์ พนักงานกวาดถนน วินมอเตอร์ไซค์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ
...ปีนี้ เมืองจึงต้องมี “พื้นที่พักร้อน” อย่างเป็นรูปธรรม

ปักหมุด 190 จุดทั่วกรุงฯ สร้างพื้นที่เย็นเพื่อคนเมือง
กรุงเทพมหานครเดินหน้าเปิด “ห้องหลบร้อน” (BKK Cooling Center) รวม 190 จุดทั่วเมือง (อัปเดตข้อมูลล่าสุดจาก Greener Bangkok 25 กุมภาพันธ์ 2026) เพื่อให้ประชาชนเข้าใช้บริการฟรี ลดความเสี่ยงต่อภาวะฮีตสโตรกในช่วงอุณหภูมิพุ่งสูง
โดยจุดบริการกระจายตัวครอบคลุมพื้นที่สำคัญ ได้แก่
- สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต (เปิดในวันและเวลาราชการ)
- ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง
- ศูนย์กีฬาในชุมชน
- โรงเรียนนำร่องในหลายพื้นที่
แนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงการ “เปิดแอร์” แต่คือมาตรการเชิงรุกด้านสาธารณสุขเมืองที่หลายประเทศใช้รับมือคลื่นความร้อนอย่างเป็นระบบ ทั้งระยะสั้น (รณรงค์–เตือนภัย) และระยะยาว (ปรับโครงสร้างเมืองให้เย็นลง)
ห้องหลบร้อนกลางเมือง มีอะไรบ้าง?
หลายจุดไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ปรับอากาศ แต่จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการพักฟื้นร่างกาย เช่น
- โรงเรียนวัดปทุมวนารามฯ เขตปทุมวัน เปิดเครื่องปรับอากาศเต็มเวลา
- โรงเรียนวัดคลองภูมิ เขตยานนาวา มีมุมหนังสือ Wi-Fi และตู้กดน้ำเย็นมาตรฐาน
- โรงเรียนวัดสะพาน เขตคลองเตย เปิดแอร์สลับพัดลม พร้อมบอร์ดให้ความรู้สุขภาพ
- โรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร เขตดุสิต มีมุมอ่านหนังสือและเปิดโทรทัศน์สารคดี
ทั้งหมดออกแบบให้เป็น “จุดพักชั่วคราว” สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรืออยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
4 แผนหลักสู้ภัยความร้อนเมือง
นอกจากการเปิดพื้นที่หลบร้อน กรุงเทพมหานครยังวางมาตรการรับมือเชิงระบบ 4 ด้าน ได้แก่
- แจ้งเตือนไว พัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนดัชนีความร้อน (Heat Index)
- ดูแลกลุ่มเสี่ยง คุ้มครองสุขภาพกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ
- ปรับเมืองให้เย็น จัดการโครงสร้างพื้นฐาน ลดพื้นที่สะสมความร้อน
- สื่อสารใกล้ชิด ให้ข้อมูลความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในระดับชุมชน
นี่คือการขยับจาก “รับมือเฉพาะหน้า” ไปสู่ “การออกแบบเมืองให้รับมือสภาพอากาศสุดขั้ว”
เช็กพิกัดใกล้บ้าน
ประชาชนสามารถตรวจสอบจุดให้บริการ เวลาเปิด–ปิด และเส้นทางได้ผ่านระบบแผนที่ GIS ที่เว็บไซต์ greener.bangkok.go.th

ฤดูร้อนปีนี้อาจยาวนานและรุนแรงกว่าที่ผ่านมา แต่เมื่อเมืองเตรียมพร้อม และประชาชนรับรู้ข้อมูล “ความร้อน” ก็อาจไม่ใช่ “ภัยเงียบ” อีกต่อไป เพราะในวันที่อุณหภูมิกลายเป็นเรื่องชีวิต พื้นที่เย็นหนึ่งห้อง อาจมีค่ามากกว่าที่คิด
แล้วหากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการตัวร้อนจัด แต่ไม่มีเหงื่อ ใจสั่น เวียนศีรษะ หรือสับสน อย่าฝืนทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรรีบเข้าพื้นที่เย็นทันที





