เริ่มต้นปี 2026 แค่ไม่กี่วัน สัญญาณปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) และเอลนีโญ (El Niño) เริ่มมา ล่าสุด รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เผยสถิติปี 2568 ร้อนเป็นอันดับ 3 ของโลกในรอบ 176 ปี! และ ปี 2026 คาดว่าจะร้อนติดอันดับที่ 1-5 ของโลก โดยปรากฏการณ์ “ลานีญา” จะลดกำลังเข้าสู่เฟสกลางในเดือน ก.พ. 2026 และเปลี่ยนไปสู่ “เอลนีโญ” ราวเดือน มิ.ย. 2026
ขณะที่อุณหภูมิทั่วประเทศจะ “สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ” ตั้งแต่เดือน ก.พ.-ก.ค. 2026 โดยภาคใต้และภาคตะวันออกตอนล่างต้องเตรียมรับมือภัยร้อนมากกว่าภาคอื่นๆ สำหรับภัยแล้ง ภาคตะวันตก และภาคใต้ มีแนวโน้มที่ปริมาณ “ฝนจะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ” ยาวนานกว่าภูมิภาคอื่น

ศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) สรุปว่า
- 48 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ ค.ศ. 1977 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของโลกสูงเกินค่าเฉลี่ยของศตวรรษที่ 20
- 3 ปีล่าสุดคือ 3 ปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 176 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2023-2025)
- ปี ค.ศ. 2025 อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของโลกสูงอันดับที่ 3 ของโลกในรอบ 176 ปี
- ปี ค.ศ. 2026 มีโอกาสสูงถึง 74.8% ที่อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของโลกจะสูงติดอันดับที่ 1-5 ของโลกในรอบ 176 ปี

ทางด้าน ศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางของยุโรป (ECMWF) คาดว่า “ลานีญา” จะลดกำลังเข้าสู่เฟสกลางในเดือน ก.พ. 2026 และจะเริ่มเปลี่ยนไปสู่ “เอลนีโญ” ราวเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป (ภาพซ้าย) และเข้าสู่เอลนีโญแบบเต็มรูปแบบราว ต.ค.-พ.ย. 2026 ด้วยกำลังระดับอ่อนถึงปานกลาง (ภาพขวา)
ทั้งนี้ มีโอกาสเกิดเอลนีโญกำลังรุนแรงขึ้นไป 20% ทั้งนี้ แบบจำลองจากฝั่งอเมริกา (NOAA) และฝั่งยุโรป (ECMWF) ให้ผลในทิศทางเดียวกัน

สำหรับค่าเฉลี่ยผลพยากรณ์ของสำนักอุตุนิยมวิทยา 12 สำนักทั่วโลกบ่งชี้ว่าช่วง ก.พ.-มี.ค. 2026 ปริมาณฝนมีแนวโน้มเท่ากับค่าเฉลี่ยปกติในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ บ่งชี้ว่าฤดูแล้งปีนี้น่าจะไม่แล้งมาก

ช่วง เม.ย. ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ตอนบน ปริมาณฝนมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติเล็กน้อย (พื้นที่สีส้มอ่อน) ขณะที่ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง ฝนมีแนวโน้มเท่ากับค่าเฉลี่ยปกติ และช่วง พ.ค. ปริมาณฝนจะน้อยกว่าปกติต่อเนื่องในภาคตะวันตก และภาคใต้ตอนบน ต้องเตรียมแหล่งน้ำให้พร้อมด้วยความไม่ประมาท

เดือน มิ.ย. ปริมาณฝนมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติเล็กน้อยในภาคเหนือ ภาคอีสานฝั่งตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคกลางฝั่งตะวันออก และภาคใต้ตอนล่าง (พื้นที่สีส้มอ่อน) ขณะที่เดือน ก.ค. 69 ภาคอีสานปริมาณฝนมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติเล็กน้อย

IRI มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐฯ พยากรณ์ช่วง ก.พ.-เม.ย. 2026 ปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติในภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก (พื้นที่สีเหลือง) ช่วง พ.ค.-มิ.ย. ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันตก และภาคอีสานตอนล่าง ปริมาณฝนจะมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติเล็กน้อย (พื้นที่สีเขียวอ่อน) โดยภาคใต้ตอนล่างต้องระวังปริมาณฝนที่จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติลากยาวช่วง มี.ค.-ก.ค. 2026

ขณะที่ IRI มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐฯ พยากรณ์ว่าอุณหภูมิทั่วประเทศจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติลากยาวตั้งแต่เดือน ก.พ.-ก.ค. โดยภาคใต้ทั้งตอนบนและตอนล่าง รวมถึงภาคตะวันออกตอนล่าง ต้องเตรียมรับมือภัยร้อนให้มากๆ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้มมาก ขณะที่ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกตอนบนต้องระวังภัยร้อนให้มากช่วง มี.ค.-ก.ค. (พื้นที่สีแดงเข้ม) ส่วนภาคกลางต้องระวังภัยร้อนให้มากช่วง มี.ค.-พ.ค. และภาคอีสานต้องระวังภัยร้อนให้มากช่วง เม.ย.-ก.ค. 2026
ทั้งนี้ รศ.ดร.วิษณุ แนะว่าควรเตรียมมือกับภัยร้อนและแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญกันด้วยความไม่ประมาท และต้องติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องในยุคโลกรวน ผลพยากรณ์ใหม่จะให้ความแม่นยำที่สูงกว่าผลพยากรณ์เก่าในเดือนที่ผ่านๆ มา

ขณะเดียวกัน ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ประเมินไว้ที่ 7 เต็ม 10 เผยไทยเสี่ยงเผชิญแล้ง ร้อนจัด ฝนมรสุมลด กระทบเกษตรและการจัดการน้ำ หากไม่เตรียมรับมือเชิงระบบ พร้อมระบุว่า การกลับมาอย่างน่าตกใจของ “เอลนีโญ” ทำให้อุณหภูมิโลกจะพุ่งสูงขึ้นภายในปี 2026 ขณะที่นักวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศยุโรปและอเมริกา คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะกลับมาอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจถึงจุดสูงสุดในช่วงฤดูหนาวปี 2026-2027
บทวิเคราะห์: เอลนีโญปี 2026
จากประเด็นที่ รศ.ดร.วิษณุ ยกมาทำให้เราเห็นว่าปี 2025–2026 สะท้อนชัดว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “ความร้อนสูงถาวร” มากกว่าจะเป็นความผันผวนระยะสั้น ปี 2026 ที่ร้อนเป็นอันดับ 3 ของโลกในรอบ 176 ปี ไม่ได้เป็นจุดสูงสุด แต่เป็น “ฐานใหม่ของอุณหภูมิโลก”
ขณะที่ปี 2026 มีโอกาสสูงติดอันดับ 1–5 ของโลก ท่ามกลางสัญญาณการเปลี่ยนผ่านจาก “ลานีญา” สู่ “เอลนีโญ” บนพื้นโลกที่ร้อนจัดอยู่แล้ว ทำให้แม้เอลนีโญจะมีกำลังเพียงอ่อนถึงปานกลาง แต่ผลกระทบจริงอาจรุนแรงกว่าที่ประสบในอดีต
สำหรับประเทศไทย ความเสี่ยงหลักของปีนี้ไม่ได้อยู่ที่ “ภัยแล้งรุนแรงทั่วประเทศ” หากแต่อยู่ที่ “ภัยร้อนยืดเยื้อ” ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ลากยาวถึงกรกฎาคม อุณหภูมิที่ “สูงกว่าค่าเฉลี่ย” ต่อเนื่องจะซ้ำเติมภาคใต้ และภาคตะวันออก ขณะที่บางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันตก และภาคใต้ อาจเผชิญฝนต่ำกว่าปกติยาวนาน ส่งผลให้แหล่งน้ำฟื้นตัวช้าและเพิ่มความเปราะบางของชุมชนและระบบเศรษฐกิจ
ภาพรวมจึงชี้ว่าปี 2026 คือปีที่ความร้อน ฝนที่กระจายไม่สม่ำเสมอ และ “เอลนีโญ” กำลังขาขึ้นจะเสริมแรงกันอย่างมีนัยสำคัญ การรับมือไม่ควรยึดติดกับค่าเฉลี่ยฝนหรือความรุนแรงของเอลนีโญเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของ “โลกรวน” ที่ทำให้ภัยร้อนกลายเป็นความเสี่ยงหลักของสังคมไทย และต้องเตรียมพร้อมอย่างไม่ประมาทภายใต้ความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง




