ผู้เชี่ยวชาญชี้ระบบป้องกันของซาอุฯ มีจุดอ่อนจนสกัดกั้นการโจมตีของกลุ่มฮูตีไม่ได้

12 ต.ค. 2569 - 14:14

  • การโจมตีซ้ำๆ ของกลุ่มฮูตี กำลังทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุฯ ตึงเครียด

  • แม้ว่าซาอุฯ จะสกัดกั้นการโจมตีได้ทั่วประเทศ แต่การโจมตีหลายครั้งก็ยังเล็ดลอดเข้ามาได้

  • การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนซ้ำหลายครั้งยังทำลายชื่อเสียงด้านความมั่นคงของราชอาณาจักรที่ร่ำรวยน้ำมันแห่งนี้ด้วย

ผู้เชี่ยวชาญชี้ระบบป้องกันของซาอุฯ มีจุดอ่อนจนสกัดกั้นการโจมตีของกลุ่มฮูตีไม่ได้

ซาอุดีอาระเบียทุ่มเงินมหาศาลไปกับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ​​แต่การโจมตีที่ร้ายแรงเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะที่สนามบินริยาด เผยให้เห็นถึงจุดอ่อนในความสามารถในการป้องกันการโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งของกลุ่มฮูตี

การโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดในซาอุฯ ในรอบกว่าทศวรรษเกิดขึ้นที่สนามบินริยาดเมื่อวันเสาร์ (10 ต.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน และบาดเจ็บมากกว่า 300 คน ส่งผลให้สถานทูตและสถานกงสุลต่างๆ ต้องเตือนพลเมืองของตนให้หลีกเลี่ยงสถานที่ดังกล่าว

การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนซ้ำหลายครั้งยังทำลายชื่อเสียงด้านความมั่นคงของราชอาณาจักรที่ร่ำรวยน้ำมันแห่งนี้ด้วย

ภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยแพร่โดยบริษัท Planet Labs PBC เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2026 แสดงให้เห็นกลุ่มควันสีดำใกล้กับสถานีสูบน้ำมันคูไรส์ของท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกในซาอุฯ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกรุงริยาด Photo by - / 2026 PLANET LABS PBC / AFP
ภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยแพร่โดยบริษัท Planet Labs PBC เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2026 แสดงให้เห็นกลุ่มควันสีดำใกล้กับสถานีสูบน้ำมันคูไรส์ของท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกในซาอุฯ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกรุงริยาด Photo by - / 2026 PLANET LABS PBC / AFP

ซาอุฯ สกัดกั้นการโจมตีไม่ได้?

การโจมตีซ้ำๆ ของกลุ่มฮูตี กำลังทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุฯ ตึงเครียด และอาจทำให้ขีปนาวุธสกัดกั้นลดจำนวนลง ซึ่งมีรายงานว่าทั่วโลกมีจำนวนไม่เพียงพอ

แม้ว่าซาอุฯ จะสกัดกั้นการโจมตีได้ทั่วประเทศ แต่การโจมตีหลายครั้ง รวมถึงการโจมตีโรงงานน้ำมันและสนามบินริยาด ก็ยังเล็ดลอดเข้ามาได้

สนามบินนานาชาติคิงคาลิดเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากพื้นที่ โดยครอบคลุมอาณาบริเวณ 225 ตารางกิโลเมตร และตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร

“แม้แต่ระบบแบบหลายชั้นที่รวม Patriot, THAAD, เครื่องบินรบ และเซ็นเซอร์อื่นๆ เข้าด้วยกัน ก็ไม่สามารถสร้างโดมที่ป้องกันการแทรกซึมเหนือประเทศขนาดเท่าซาอุฯ” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2.2 ล้านตารางกิโลเมตร

— อันเดรียส ครีก จากบริษัทความเสี่ยง MENA Analytica ในลอนดอน

ขีปนาวุธเหล่านี้ “ต้องปกป้องริยาด สนามบิน แหล่งน้ำมัน ฐานทัพ เมืองศักดิ์สิทธิ์ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง” ครีกเผย

ซาอุฯ มีขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมทางทหารที่จำกัด จึงต้องทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อนำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย

ในอดีต ซาอุฯ ต้องพึ่งพาบุคลากร ผู้รับเหมา และครูฝึกชาวต่างชาติจำนวนมากเพื่อเสริมกำลังพลของประเทศ

การจัดซื้ออาวุธหลักจากผู้ผลิตในตะวันตก ซึ่งรวมถึงบริษัทจากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส กลายเป็นจุดเด่นของนโยบายด้านการป้องกันประเทศและเป็นกลยุทธ์ทางการทูตเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศพันธมิตร

View post on Facebook

ทำไมกลุ่มฮูตีถึงเพิ่มความรุนแรง

ครีกบอกว่า แม้ว่าระบบป้องกันของซาอุฯ จะสกัดกั้นการโจมตีได้หลายครั้ง แต่ “กลุ่มฮูตีไม่จำเป็นต้องเจาะระบบทุกครั้ง” เพื่อบรรลุเป้าหมาย พวกเขาต้องการเพียงแค่การโจมตีเป็นครั้งคราว และการโจมตีสนามบินริยาดซ้ำๆ แสดงให้เห็นว่าพวกเขา “ยังคงมีความสามารถในการโจมตีต่อเนื่องในระยะยุทธศาสตร์”

การโจมตีของกลุ่มฮูตีที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการปะทุขึ้นอีกครั้งของสงครามกลางเมืองเยเมนที่ยืดเยื้อมานาน ซึ่งพันธมิตรที่นำโดยซาอุฯ สนับสนุนรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในการต่อต้านกลุ่มฮูตี ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

โทมัส จูโน นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจากมหาวิทยาลัยออตตาวากล่าวว่า กลุ่มฮูตีต้องการ “เขียนกฎใหม่ของเกม”

ด้วยเหตุที่เครื่องบินรบของซาอุฯ โจมตีสนามบินซานา ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี กลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านกลุ่มนี้จึงต้องการ “ทำกับซาอุฯ ในสิ่งที่ซาอุฯ ทำกับพวกเขา” จูโนเผย

กลุ่มฮูตี หรือที่รู้จักกันในชื่อ อันซาร์ อัลเลาะห์ มีนักรบหลายหมื่นคน ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี มีความอดทน และผ่านการสู้รบอย่างโชกโชนในภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันของเยเมน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ขีปนาวุธและโดรนของกลุ่มฮูตีกลายเป็นภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับที่ร่ำรวยด้วยน้ำมัน และเมื่อเร็วๆ นี้ยังสามารถโจมตีไปไกลถึงอิสราเอลได้อีกด้วย

จูโนบอกว่า การมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของซาอุฯ เป็นการส่งสัญญาณจากกลุ่มฮูตีว่า “ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสันติภาพนั้นนับวันยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ” ซึ่งเป็นการกล่าวถึงความหวังที่จะยุติสงครามในเยเมนให้ได้ในที่สุด

“สำหรับซาอุฯ แล้ว นี่ถือเป็นหายนะอย่างแท้จริง เพราะพวกเขาพยายามจะถอนตัวออกจากสงครามในเยเมนมาหลายปีแล้ว” จูโนเผย

เปลวเพลิงลุกไหม้ที่โรงงานของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ Aramco ของซาอุฯ ทางตอนใต้ของกรุงริยาด เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2026 Photo by - / AFP
เปลวเพลิงลุกไหม้ที่โรงงานของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ Aramco ของซาอุฯ ทางตอนใต้ของกรุงริยาด เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2026 Photo by - / AFP

ซาอุฯ มีความเห็นอย่างไร

ครีกกล่าวว่า “สนามบินแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง” เนื่องจากเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030 ภายใต้การนำของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้กรุงริยาดกลายเป็นศูนย์กลางหลักสำหรับนักท่องเที่ยว บริษัทข้ามชาติ และการจัดงานระดับนานาชาติ

“กลุ่มฮูตีเองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ดี”

ครีกเตือนว่า แม้การก่อกวนการดำเนินงานของสนามบินในกรุงริยาดอาจไม่ได้บั่นทอนแสนยานุภาพทางทหารของซาอุฯ แต่การโจมตีที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจและจิตวิทยา ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่าความเสียหายทางกายภาพที่เกิดขึ้นจริง

เหตุโจมตีสนามบินเมื่อวันเสาร์ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในซาอุฯ นับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อปี 2015 เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้าที่จะเข้าสู่ฤดูกาลแห่งการจัดงานประชุมและกิจกรรมความบันเทิงครั้งสำคัญของประเทศ โดยงาน WPC Energy Congress มีกำหนดเปิดฉากขึ้นที่กรุงริยาดในวันอาทิตย์

ก่อนหน้านี้ ทางการมักแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับภัยคุกคามหรือความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีผ่านทางข้อความสั้น (SMS) แต่การแจ้งเตือนดังกล่าวยุติลงในระยะหลัง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกกังวลและระแวดระวังภัย

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คณะทูตที่แสดงความกังวลได้ร้องเรียนว่าไม่ได้รับการแจ้งข้อมูลอย่างสม่ำเสมอจากเจ้าหน้าที่ซาอุฯ สถานทูตหลายแห่งแนะนำให้พลเมืองหลีกเลี่ยงสนามบินริยาดหลายชั่วโมงก่อนที่ทางการซาอุฯ จะออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรก

Photo by MOHAMMED HUWAIS / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


ผู้เชี่ยวชาญชี้ระบบป้องกันของซาอุฯ มีจุดอ่อนจนสกัดกั้นการโจมตีของกลุ่มฮูตีไม่ได้