กลุ่มฮูตีจากเยเมนโจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบีย เป็นครั้งที่สองในรอบสองวัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชาวปากีสถาน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 11 คน สำนักงานการบินพลเรือนของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X พร้อมระบุว่า การโจมตียังก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่า
โจมตีซ้ำหลังเหตุรุนแรงสุดในรอบทศวรรษ
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากเหตุโจมตีเมื่อวันเสาร์ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดบนแผ่นดินซาอุดีอาระเบียในรอบกว่าทศวรรษ โดยมีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 12 ราย ทั้งชาวซาอุดี บังกลาเทศ อเมริกัน อียิปต์ จอร์แดน ซีเรีย ปาเลสไตน์ และซูดาน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 309 คน โดยสถานทูตอินเดียในซาอุดีอาระเบียระบุว่า พลเมืองอินเดีย 1 รายเสียชีวิตเพิ่มเติมในวันอาทิตย์ จากอาการบาดเจ็บที่ได้รับในวันก่อน
กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ยืนยันการโจมตีหลายจุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พร้อมประกาศขู่จะโจมตีศูนย์กลางการขนส่งของซาอุดีอาระเบียต่อไป โดยระบุว่า สนามบินเหล่านี้คือ "เวทีปฏิบัติการของกองกำลังเรา"
ปิดสนามบินยาว ระบบป้องกันภัยรับมือไม่ได้ทั้งหมด
เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 รายงานว่า ทางการซาอุดีอาระเบียขยายการปิดสนามบินออกไปอีก 24 ชั่วโมง จนถึงเวลา 21.00 น. GMT วันจันทร์ ระบบเรดาร์และอุปกรณ์สื่อสารของสนามบินได้รับความเสียหาย และรันเวย์อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
โทมัส จูโน นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงแห่งมหาวิทยาลัยออตตาวาระบุว่า "ระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของกลุ่มฮูตีได้บางส่วน แต่ซาอุดีอาระเบียมีพื้นที่กว้างใหญ่มากจนไม่อาจป้องกันได้อย่างสม่ำเสมอ"
นานาชาติประณาม-สหรัฐฯ พิจารณาร่วมโจมตี
การโจมตีเมื่อวันเสาร์ได้รับเสียงประณามจากสหประชาชาติและผู้นำทั่วโลก รวมถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวว่า กำลังพิจารณาเข้าร่วมการโจมตีกลุ่มฮูตีกับซาอุดีอาระเบีย ด้านนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ก็ออกมาประณาม "การโจมตีของผู้ก่อการร้ายอันโหดร้าย" นี้ด้วย สถานทูตของสหรัฐฯ แคนาดา เยอรมนี และสเปนในซาอุดีอาระเบียเตือนพลเมืองของตนให้หลีกเลี่ยงสนามบินริยาด




