พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ เผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะไล่ล่าเรือที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในน่านน้ำนอกตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ตามข้อมูลจาก Lloydslist.com ภูมิภาคแปซิฟิก โดยเฉพาะจุดจอดเรือในและรอบช่องแคบมะละกา เป็นที่ตั้งของกองเรือบรรทุกน้ำมันผิดกฎหมายหรือที่ถูกคว่ำบาตรจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งขนส่งน้ำมันจากประเทศต่างๆ เช่น อิหร่าน
“เรากำลังดำเนินการสกัดกั้นทางทะเลและกิจกรรมที่คล้ายคลึงกันในพื้นที่ปฏิบัติการ (AOR) ในมหาสมุทรแปซิฟิกต่อเรือเหล่านั้นที่ออกจากพื้นที่นั้นก่อนที่เราจะเริ่มการปิดล้อม” เคนเผย
ชาร์ลี บราวน์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการติดตามกองเรือลับขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร United Against Nuclear Iran และอดีตเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯ เผยกับ CNN ว่า ภาษาที่เคนใช้และการเคลื่อนไหวของเรือรบสหรัฐฯ บางลำที่ตรวจสอบได้จากแพลตฟอร์มติดตามเรือและภาพถ่ายดาวเทียม บ่งชี้ว่า สหรัฐฯ อาจกำลังพิจารณาปฏิบัติการที่คล้ายคลึงกับที่เคยใช้กับเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาในช่วงการปิดล้อมประเทศนั้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
“ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรในพื้นที่ห่างไกลจากเวเนซุเอลา รวมถึงในมหาสมุทรอินเดีย” บราวน์กล่าว “นั่นคือที่ที่ผมคาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกัน ในน่านน้ำสากลที่สหรัฐฯ มีเสรีภาพในการปฏิบัติการและข้อจำกัดน้อยกว่า”
CNN ได้ติดต่อสอบถามกองเรือที่ 7 เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเรือยูเอสเอสมิเกลคีธ (USS Miguel Keith) ซึ่งภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่ากำลังมุ่งหน้าไปยังช่องแคบมะละกาในวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น
เรือ USS Miguel Keith ซึ่งเป็นเรือขนาดมหึมาเกือบเท่าเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ ออกจากเมืองซาเซโบะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 เม.ย. และแวะจอดในน่านน้ำสิงคโปร์ชั่วครู่ในวันศุกร์ ก่อนที่จะแล่นผ่านช่องแคบมะละกาในตอนเย็น
เรือลำนี้เป็นที่รู้จักในฐานะฐานทัพทางทะเลสำหรับปฏิบัติการนอกชายฝั่ง และภารกิจของเรือรวมถึงการปฏิบัติการกวาดล้างหรือทำลายทุ่นระเบิดทางทะเลโดยใช้อากาศยาน (AMCM) และปฏิบัติการพิเศษ
ในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี เคนกล่าวถึงสภาพการณ์ที่วุ่นวายบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า “แออัดอย่างเหลือเชื่อ” และชื่นชมกองกำลังสหรัฐฯ ที่ดำเนินการปิดล้อมได้สำเร็จในสภาวะเช่นนั้น
ก่อนหน้านี้ มีรายงานจากบริษัทติดตามการเดินเรือ Kpler ว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ เป็นเรือบรรทุกน้ำมันเต็มลำกลุ่มแรกที่ออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มปิดล้อมท่าเรืออิหร่านเมื่อวันที่ 13 เม.ย.
Kpler แจ้งกับสำนักข่าว AFP ว่า เรือ Deep Sea, Sonia I และ Diona ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบรวมกัน 5 ล้านบาร์เรล ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) หลังจากบรรทุกน้ำมันที่เกาะคาร์กของอิหร่านเมื่อต้นเดือนนี้ โดยบรรทุกสินค้าเมื่อวันที่ 2, 8 และ 9 เม.ย. ตามลำดับ
จากข้อมูลของ Kpler ไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านลำใดบรรทุกน้ำมันดิบออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกเลยนับตั้งแต่เรือ Starla เมื่อวันที่ 10 เมษายน
เว็บไซต์ติดตามข้อมูลทางทะเลไม่ได้ให้ข้อมูลทรานสปอนเดอร์ AIS ล่าสุดเกี่ยวกับเรือบรรทุกน้ำมันทั้งสามลำ เนื่องจากอุปกรณ์ของเรือเหล่านั้นถูกปิดใช้งาน
เว็บไซต์ Marine Traffic ระบุว่า เรือทั้งสามลำส่งสัญญาณครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้วในช่องแคบมะละกา
แต่ Kpler ยังใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการติดตามเรือ และยืนยันกับ AFP ว่า เรือทั้งหมดได้แล่นผ่านช่องแคบในวันพุธ
จุดหมายปลายทางของเรือเหล่านั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เรือเหล่านี้ได้ขนส่งสินค้าไปยังพื้นที่สิงคโปร์อย่างเป็นระบบมาหลายปีแล้ว
ในพื้นที่ดังกล่าว ตรวจพบการถ่ายโอนสินค้าจากเรือสู่เรือ โดยเคลื่อนย้ายสินค้าไปยังเรือบรรทุกน้ำมันลำอื่นที่มุ่งหน้าไปยังประเทศจีน ตามข้อมูลจาก Global Fishing Watch และ Kpler
เรือทั้งสามลำได้ขนถ่ายน้ำมันดิบจากอิหร่านใกล้กับสิงคโปร์ในเดือน มี.ค.
สินค้าที่บรรทุกมาก่อนหน้านี้ของเรือ Deep Sea ถูกส่งโดยเรือ Utopia Quest ไปยังท่าเรือเยียนไถทางตอนเหนือของจีน เมื่อวันที่ 30 มี.ค.
ส่วนสินค้าของเรือ Diona ถูกส่งโดยเรือ Indigo Ray เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ไปยังสถานีขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือต่งเจียโข่วซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของจีนเช่นกัน
และสินค้าของเรือ Sonia I ถูกถ่ายโอนไปยังเรือ Adeline G ซึ่งปลายทางยังไม่ทราบแน่ชัด

ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม มีการขนถ่ายน้ำมันจากเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 37 ลำที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในทะเลบริเวณสิงคโปร์ คิดเป็นปริมาณน้ำมันดิบอย่างน้อย 62.3 ล้านบาร์เรล ตามข้อมูลของ Kpler ที่วิเคราะห์โดย AFP
เรือบรรทุกสินค้าของอิหร่าน 2 ลำที่ถูกคว่ำบาตรได้ออกจากอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบเมื่อต้นสัปดาห์นี้ แต่ได้วกกลับใกล้กับชายแดนปากีสถาน และตรวจพบครั้งสุดท้ายใกล้กับท่าเรือชาบาฮาร์ของอิหร่าน
นอกจากนี้ เรือบรรทุกสินค้าที่ถูกคว่ำบาตรอีก 2 ลำก็แล่นผ่านช่องแคบในทิศทางตรงกันข้าม และตรวจพบครั้งสุดท้ายใกล้กับท่าเรือบันดาร์อับบาสของอิหร่าน
ขณะที่สำนักข่าว BBC รายงานว่า ข้อมูลการติดตามเรือบ่งชี้ว่า เรืออย่างน้อย 4 ลำที่ติดตามจากท่าเรืออิหร่านได้ข้ามเส้นปิดล้อมของสหรัฐฯ นับตั้งแต่การปิดล้อมมีผลบังคับใช้
เรือ 3ใน 4 ลำ ได้แก่ Shabdis, Tava 4 และ Azargoun อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และกำลังส่งสัญญาณระบุตำแหน่งนอกชายฝั่งอินเดีย
ส่วนเรือบรรทุกสินค้า Ashkan3 25278 กำลังส่งสัญญาณระบุตำแหน่งที่ท่าเรือการาจีในปากีสถาน
BBC รายงานว่า โดยปกติแล้ว การติดตามเรืออาศัยการส่งข้อมูลตำแหน่งที่แม่นยำจากเรือ อย่างไรก็ตาม เรือบางลำอาจปิดเครื่องติดตาม หรือส่งสัญญาณระบุตำแหน่งปลอม ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียกว่า “การปลอมแปลงตำแหน่ง” (spoofing)
ผู้เชี่ยวชาญได้บอกกับ BBC Verify ว่านี่เป็นเรื่องปกติสำหรับเรือที่ถูกคว่ำบาตรซึ่งเชื่อมโยงกับอิหร่าน
Photo by SAUL LOEB / AFP





