สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงร่วมกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นการยุติข้อพิพาททางการทูตที่เกิดขึ้นจากคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะยึดครองดินแดนดังกล่าวด้วยกำลังทหาร
“ข้อตกลงนี้จะให้สิทธิ์สหรัฐฯ ดูแลความมั่นคงและกิจการสำคัญอื่น ๆ ทั้งหมดในกรีนแลนด์อย่างถาวร ถือว่าตอบโจทย์ความกังวลของสหรัฐฯ ได้ครบทุกเรื่อง โดยที่สหรัฐฯ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย! และข้อตกลงนี้เป็น ‘ข้อตกลงที่ไม่มีวันหมดอายุ’”
— ทรัมป์ กล่าว
ทรัมป์ กล่าวอีกว่า “นับจากนี้เป็นต้นไป ประเทศที่เป็นอริกับสหรัฐฯ จะไม่สามารถตั้งฐานทัพ ส่งทหารเข้ามา หรือลงทุนในโครงการที่ละเอียดอ่อนในกรีนแลนด์ได้อีกเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเราอย่างชัดเจน...สหรัฐฯ จะเริ่มเดินหน้าทันทีในการตั้งกองกำลังทหารขนาดใหญ่ พร้อมทั้งร่วมมือกับชาวกรีนแลนด์ (ดินแดนของเดนมาร์ก) ในด้าน ‘การพัฒนาและการก่อสร้าง’ บนเกาะแห่งนี้”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากรัสเซียได้แผ่ขยายอิทธิพลทางทหารในแถบอาร์กติกมานานหลายสิบปี ขณะที่จีนก็กำลังเร่งสร้างบทบาทและเพิ่มสิ่งปลูกสร้างของตนเองในภูมิภาคนี้ (แถบอาร์กติก) อย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณข่มขู่มานานหลายเดือนว่าเขาจะ ‘ยึด’ กรีนแลนด์ เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยอ้างถึงชัยภูมิที่ตั้งทางยุทธศาสตร์เพื่อการป้องกันประเทศ รวมถึงความมั่งคั่งของทรัพยากรแร่ธาตุบนเกาะแห่งนี้
สำนักงานนายกรัฐมนตรีเดนมาร์กออกแถลงการณ์ว่า “สหรัฐฯ กรีนแลนด์ และเดนมาร์ก เตรียมลงนามข้อตกลง ‘ยกระดับความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกและแอตแลนติกเหนือ’ ในสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA)”
“เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่กำลังจะบรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญร่วมกัน ทั้งสำหรับกรีนแลนด์ ราชอาณาจักรเดนมาร์ก และสหรัฐฯ” เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวพร้อมย้ำว่า “ข้อตกลงนี้จะ ‘ส่งผลดีอย่างมากต่อ NATO และยุโรปด้วย’”
“ข้อตกลงนี้ ‘ยอมรับ’ ในอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรเดนมาร์ก และสิทธิ์ในการกำหนดอนาคตตัวเองของชาวกรีนแลนด์อย่างเต็มที่”
— นายกฯ เฟรเดอริกเซน กล่าวย้ำ
ด้าน เจนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ กล่าวว่า “ข้อตกลงนี้ตอบโจทย์ผลประโยชน์ของกรีนแลนด์ และแสดงให้เห็นถึงบทบาทของเราในเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ” พร้อมเสริมว่า “นี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเราทุกคน”
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงที่ลงนามร่วมกัน ยังคงต้องผ่านกระบวนการอนุมัติจากรัฐสภาเดนมาร์กและกรีนแลนด์ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย
“ข้อตกลงนี้เปิดทางให้สหรัฐฯ มี ‘สิทธิ์’ เข้าถึง ตั้งฐานทัพ และบินผ่านน่านฟ้าของกรีนแลนด์อย่างถาวร นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยัง สั่งห้ามประเทศนอกกลุ่ม NATO อย่างจีนและรัสเซีย เข้ามาตั้งฐานทัพหรือส่งทหารเข้ามาในกรีนแลนด์...สหรัฐฯ มีมาตรการที่รัดกุมพร้อมสกัดกั้นไม่ให้ประเทศเหล่านี้เข้ามาลงทุนในธุรกิจ หรือภาคส่วนที่ละเอียดอ่อนของเกาะแห่งนี้”
— เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยรายละเอียด
เกาะกรีนแลนด์มีปริมาณสำรองแร่หายาก (Rare Earth Minerals) จำนวนมหาศาลซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ โดยแร่ธาตุเหล่านี้จำนวนมากมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี รวมถึงโทรศัพท์มือถือและยานยนต์ไฟฟ้า
(Photo by Florent VERGNES / AFP)





