







ผู้ประท้วงได้ออกมาเดินขบวนบนท้องถนนในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐฯ รวมถึงนิวยอร์ก วอชิงตัน ดี.ซี. และลอสแอนเจลิส ภายใต้ชื่อ “No Kings” เพื่อประท้วงนโยบายต่างๆ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงสงครามในอิหร่าน การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ การประท้วงครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในรัฐที่มีแนวโน้มสนับสนุนพรรคเดโมแครตเท่านั้น แต่ยังขยายไปยังรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน เช่น เท็กซัส ฟลอริดา และโอไฮโอ แสดงให้เห็นว่ากระแส “No Kings” ได้ขยายตัวไปในวงกว้างมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
การประท้วงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง โดยการเดินขบวน “No Kings” 2 ครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนและตุลาคม และมีผู้เข้าร่วมหลายล้านคน
ขณะที่โฆษกทำเนียบขาวเรียกการประท้วงเหล่านี้ว่า “การบำบัดอาการคลั่งไคล้ทรัมป์” และว่า คนเดียวที่สนใจ “คือพวกนักข่าวที่ได้รับค่าจ้างให้มาทำข่าว”
ทั้งนี้ “No Kings” คือชื่อของขบวนการประท้วงทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ในการต่อต้านแนวคิดการใช้อำนาจแบบรวมศูนย์หรือผู้นำที่อยู่เหนือกฎหมาย โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารของทรัมป์ ผู้ชุมนุมใช้คำว่า “No Kings” เพื่อสื่อว่า สหรัฐฯ เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบบกษัตริย์หรือเผด็จการ และอำนาจสูงสุดควรเป็นของประชาชน












