ความสับสนในการเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซจากฝั่งอิหร่านสะท้อนความแตกแยกภายในกลุ่มอำนาจ

19 เม.ย. 2569 - 16:16

  •   สำนักข่าวซึ่งเป็นเครือข่ายของ IRGC วิจารณ์การประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซของอาราคชีว่า “เป็นการขาดความรอบคอบในการเผยแพร่ข้อมูลอย่างสิ้นเชิง”

  • หลังอดีตผู้นำสูงสุดเสียชีวิต IRGC เข้ามามีบทบาทที่แข็งกร้าวมากขึ้นทางการทูตของอิหร่าน

  • กลุ่มต่างๆ ในอิหร่านมีจุดยืนในการเจรจาที่แตกต่างกันมากต่อการเจรจาหยุดยิง

ความสับสนในการเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซจากฝั่งอิหร่านสะท้อนความแตกแยกภายในกลุ่มอำนาจ

กองทัพอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในวันเสาร์ (18 เม.ย.) หลังจากการส่งสัญญาณที่สับสนวุ่นวายจากรัฐบาลตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเน้นย้ำถึงความขัดแย้งระหว่างศูนย์อำนาจที่แข่งขันกัน

เช้าวันศุกร์ อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเผยว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือที่ใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนดไว้ผ่านได้ “อย่างสมบูรณ์”

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ประกาศเช่นกันว่า อิหร่านได้เปิดเส้นทางน้ำแคบๆ นี้อีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นอย่างมาก

แต่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยืนยันในเวลาต่อมาว่า ยังคงควบคุมช่องแคบนี้อย่างมั่นคง สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่าน ซึ่งเป็นเครือข่ายของ IRGC ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซของอาราคชี โดยเรียกการประกาศนั้นว่า “เป็นการขาดความรอบคอบในการเผยแพร่ข้อมูลอย่างสิ้นเชิง”

สำนักข่าว Fars ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสำนักข่าวที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านได้โจมตีอาราคชี โดยบอกว่า  “หลังจากทวีตที่ไม่คาดคิดจากรัฐมนตรีต่างประเทศเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ สังคมอิหร่านก็ตกอยู่ในบรรยากาศแห่งความสับสน”

นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากสงครามกับอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ และสังหาร อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด พร้อมกับผู้นำระดับสูงคนอื่นๆ อีกหลายคน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านได้เข้ามามีบทบาทที่แข็งกร้าวมากขึ้นในการตอบโต้ทางทหารและทางการทูตของอิหร่าน

แม้ว่าผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่า เจ้าหน้าที่ที่เหลืออยู่กำลังนำอิหร่านไปสู่ท่าทีที่แข็งกร้าวและก้าวร้าวมากขึ้น โดยสนับสนุนการสู้รบต่อไปแทนที่จะเจรจาหยุดยิง ซึ่งจะทำให้อิหร่านสูญเสียอำนาจต่อรองหลักที่มีต่อสหรัฐฯ นั่นคือ ช่องแคบฮอร์มุซ

ซาอีด โกลการ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านจากมหาวิทยาลัยเทนเนสซีในแชตทานูกา กล่าวว่า การเสียชีวิตของคาเมเนอีทำให้ผู้นำของประเทศแตกแยก

โกลการ์เผยกับ Wall Street Journal ว่า “เนื่องจากผู้ไกล่เกลี่ยหลักจากไปแล้ว การต่อสู้ระหว่างกลุ่มต่างๆ จึงเริ่มต้นขึ้น”

ในทำนองเดียวกัน สถาบันเพื่อการศึกษาด้านสงคราม (Institute for the Study of War หรือ ISW) ระบุในบันทึกเมื่อวันศุกร์ว่า การวิพากษ์วิจารณ์ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ต่ออาราคชีนั้น “สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกในวงกว้างภายในระบอบการปกครองของอิหร่าน”

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงรายงานที่ว่าความขัดแย้งภายในระบอบการปกครองได้ขัดขวางการเจรจาหยุดยิงในกรุงอิสลามาบัดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มต่างๆ ในอิหร่านมีจุดยืนในการเจรจาที่แตกต่างกันมาก

ISW กล่าวเสริมว่า “การต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายในระบอบการปกครองทวีความรุนแรงขึ้นจากการเสียชีวิตของอดีตผู้นำสูงสุด ผู้ซึ่งเคยรวมกลุ่มต่างๆ ในระบอบการปกครองและทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างกลุ่มต่างๆ” “การขาดผู้นำที่แข็งแกร่งที่จะควบคุมกลุ่มต่างๆ ใน ​​IRGC หมายความว่า กลุ่มเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดการตัดสินใจของอิหร่านต่อไป”

IRGC เตือนว่า การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านจะขัดขวางการเปิดช่องแคบอีกครั้ง ในวันศุกร์ ทรัมป์ยืนยันว่าการปิดล้อมจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลง

พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลาง เผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การปิดล้อมสามารถดำเนินต่อไปได้ “ตราบเท่าที่จำเป็น” พร้อมเสริมว่า ไม่มีเรือลำใดสามารถหลบเลี่ยงได้ และกองกำลังสหรัฐฯ ยังดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในอ่าวเปอร์เซียด้วย

ขณะเดียวกัน Lloyd’s List Intelligence รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 5 ลำที่เชื่อมโยงกับอิหร่านซึ่งมุ่งหน้าไปยังมาเลเซียได้เปลี่ยนเส้นทางนับตั้งแต่กองทัพเรือสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติการสกัดกั้นโดยขยายรวมไปถึงเรือที่บรรทุกน้ำมันของอิหร่านทั่วโลกด้วย

การที่สหรัฐฯ มุ่งเป้าไปที่รายได้จากน้ำมันของอิหร่านผ่านการปิดล้อมทางทะเล ทำให้เศรษฐกิจของอิหร่าน รวมถึงแหล่งเงินทุนของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) จะได้รับผลกระทบมากขึ้น

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เรือในอ่าวเปอร์เซียรายงานว่า ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและเรือเร็วขนาดเล็ก ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า IRGC ใช้

แต่ผู้นำทางทหารของอิหร่านก็ส่งสัญญาณว่า การเจรจาทางการทูตยังคงดำเนินอยู่ โดยสถานีโทรทัศน์ของรัฐระบุว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดกำลังหารือเกี่ยวกับข้อเสนอใหม่ของสหรัฐฯ สำหรับข้อตกลงสันติภาพ

เกรกอรี บรูว์ นักวิเคราะห์อาวุโสที่ติดตามเรื่องน้ำมันและอิหร่านของกลุ่มยูเรเซีย ลดความสำคัญของความขัดแย้งภายในระบอบการปกครองลง แม้ว่าการที่ทรัมป์รีบประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงก็ตาม

“การทะเลาะวิวาทอย่างเปิดเผยระหว่างนักการทูตและ ‘สนามรบ’ เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แม้ว่าจะไม่มีมากนักในช่วงสงคราม” บรูว์อธิบายไว้ในโพสต์บน X เมื่อวันเสาร์ “หลักฐานของการสื่อสารที่ผิดพลาด ไม่ใช่ความแตกแยกอย่างรุนแรง แม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งก็คือ ท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นจาก IRGC และสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน การใช้กำลังทางทหารต่อเรือบรรทุกน้ำมัน และความเงียบจากกระทรวงการต่างประเทศ จะสอดคล้องกับแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการขยายอำนาจทางทหารก็ตาม”

Photo by - / SEPAH NEWS / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


ความสับสนในการเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซจากฝั่งอิหร่านสะท้อนความแตกแยกภายในกลุ่มอำนาจ