ระเบิดเวลาขั้วโลกใต้! น้ำแข็งแอนตาร์กติกาละลายปล่อย ‘สารปรอท’ ไหลทะลักลงมหาสมุทร

15 ส.ค. 2569 - 09:35

  • อัตราสะสมพุ่ง 160% การสะสมของสารปรอทบริเวณคาบสมุทรแอนตาร์กติกาเร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่วิวัฒนาการยุคอุตสาหกรรม

  • เข้มข้นกว่าทั่วโลก 2 เท่า ผลวิเคราะห์ตะกอนใต้ทะเลพบปริมาณปรอทสะสมสูงกว่าค่าเฉลี่ยชายฝั่งทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

  • ปลดล็อกพิษแช่แข็ง ธารน้ำแข็งที่ละลายอย่างรวดเร็วเปลี่ยนแอนตาร์กติกาจากแหล่งกักเก็บสารพิษ ให้กลายเป็นแหล่งปล่อยมลพิษระลอกใหม่

ระเบิดเวลาขั้วโลกใต้! น้ำแข็งแอนตาร์กติกาละลายปล่อย ‘สารปรอท’ ไหลทะลักลงมหาสมุทร

นับเป็นระเบิดเวลาของแอนตาร์กติกา น้ำแข็งขั้วโลกใต้ที่ละลายเนื่องจากอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ชะล้างสารปรอทสะสม 200 ปีลงสู่มหาสมุทร นักวิทยาศาสตร์เตือนสารพิษในชั้นน้ำแข็งพุ่ง 160% จ่อกระทบสัตว์ทะเลและห่วงโซ่อาหาร

ผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลก Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ได้เปิดเผยความจริงอันน่าสะพรึงว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเปลี่ยนทวีปแอนตาร์กติกาให้กลายเป็น “ระเบิดเวลาทางเคมี” หลังธารน้ำแข็งที่กำลังละลายเริ่มปลดปล่อยสารปรอทสะสมที่ถูกแช่แข็งไว้นานกว่า 200 ปี ไหลลงสู่มหาสมุทร

เปิดข้อมูลวิจัย ยุคอุตสาหกรรมทิ้งมรดกพิษไว้ที่ขั้วโลก

ตลอดสองศตวรรษที่ผ่านมา มนุษย์เผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ถ่านหิน และทำเหมืองแร่อย่างหนัก สารปรอทปนเปื้อนในชั้นบรรยากาศได้ลอยไปตกสะสมอยู่บนหิมะและชั้นน้ำแข็งของแอนตาร์กติกา ทำหน้าที่เสมือน “อ่างกักเก็บมลพิษธรรมชาติ” ขนาดใหญ่ที่ช่วยปกป้องระบบนิเวศส่วนอื่นของโลกไว้

ทว่า ทีมนักวิจัยได้ขุดเจาะตัวอย่างตะกอนใต้ทะเล 16 จุด บริเวณคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ซึ่งเป็นจุดที่น้ำแข็งละลายเร็วที่สุด และพบความจริงว่า

อัตราการสะสมของสารปรอทเพิ่มขึ้นถึง 160% นับตั้งแต่เริ่มยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19

พื้นที่ชายฝั่งแอนตาร์กติกามีการสะสมสารปรอทสูงถึง 93 ไมโครกรัมต่อตารางเมตรต่อปี ซึ่งสูงเป็น 2 เท่า ของค่าเฉลี่ยชายฝั่งทั่วโลก

โลกร้อนสับสวิตช์ เปลี่ยน “แหล่งกักเก็บ” เป็น “แหล่งกระจายพิษ”

เมื่ออุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธารน้ำแข็งที่เคยตรึงสารปรอทไว้กลับหดตัวลงอย่างรวดเร็ว สายน้ำจากการละลายและการกัดเซาะหน้าดินได้ชะล้างสารปรอทที่สะสมมานานลงสู่มหาสมุทร งานวิจัยชี้ว่ากระบวนการละลายของน้ำแข็งส่งผลให้การปล่อยสารปรอทลงสู่ทะเลเพิ่มขึ้นสูงถึง 550% เมื่อเทียบกับอดีต

sustainability-new-antarctic-record-8km-ice-melt-in-2-months-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

ภัยเงียบสู่ห่วงโซ่อาหารทางทะเลและความยั่งยืน

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กังวลมากที่สุดไม่ใช่แค่การละลายของน้ำแข็ง แต่คือกระบวนการขยายขนาดทางชีวภาพ (Biomagnification) อาทิ

•                         แบคทีเรียในน้ำทะเลจะเปลี่ยนปรอทธรรมดาให้กลายเป็น เมทิลปรอท (Methylmercury) ซึ่งเป็นสารพิษร้ายแรงทางระบบประสาท

•                         แพลงก์ตอนและกุ้งเคย จะดูดซึมสารพิษนี้ไว้ ก่อนถูกกินต่อโดยปลา เพนกวิน แมวน้ำ และวาฬ

•                         ผลการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า นกทะเลในแอนตาร์กติกากว่า 62% มีระดับสารปรอทเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยแล้ว


การทะลักของสารปรอทจากธารน้ำแข็งแอนตาร์กติกาจึงเป็นมากกว่าวิกฤตเฉพาะพื้นที่ เพราะเป็นภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่จะกระทบต่อความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) และระบบนิเวศทางทะเลทั่วโลก หากประชาคมโลกยังไม่สามารถหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกได้อย่างจริงจัง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์