อัมสเตอร์ดัมลบภาพ “โฆษณาคาร์บอนสูง” จากพื้นที่สาธารณะ ดันเมืองสู่เป้าหมาย Net Zero
กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ กลายเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่ประกาศสั่งห้ามโฆษณาสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงฟอสซิลในพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นทางการ โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพโฆษณาเบอร์เกอร์ รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป และตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด ถูกถอดออกจากป้ายบิลบอร์ด ป้ายรถราง และสถานีรถไฟใต้ดินทั่วเมือง
มาตรการนี้ครอบคลุมสินค้าที่ถูกมองว่ามีการปล่อยคาร์บอนสูงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่เนื้อสัตว์ทุกประเภท รถยนต์ใช้น้ำมัน บริการสายการบิน ไปจนถึงเรือสำราญ และกิจกรรมท่องเที่ยวทางอากาศ โดยเทศบาลเมืองระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปรับภูมิทัศน์เมืองให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
ปัจจุบันภาพบนท้องถนนของอัมสเตอร์ดัมเริ่มเปลี่ยนไป พื้นที่โฆษณาที่เคยเต็มไปด้วยภาพอาหารฟาสต์ฟู้ด หรือรถ SUV ถูกแทนที่ด้วยงานประชาสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum และคอนเสิร์ตเปียโน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของพื้นที่สาธารณะจาก “การกระตุ้นการบริโภค” ไปสู่ “การสื่อสารเชิงวัฒนธรรม”
นโยบายดังกล่าวเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของเมืองในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2050 พร้อมเป้าหมายเชิงพฤติกรรมที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ของประชาชนลงครึ่งหนึ่ง และเพิ่มสัดส่วนโปรตีนจากพืชให้ถึง 60% ภายในปี 2030
“วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องเร่งด่วน และตั้งคำถามต่อความเหมาะสมของการที่เมืองยังคงเปิดพื้นที่สาธารณะให้กับอุตสาหกรรมที่ขัดกับเป้าหมายสิ่งแวดล้อมของตนเอง โดยมองว่าพื้นที่โฆษณาสาธารณะควรสอดคล้องกับนโยบายสาธารณะ ไม่ใช่สวนทางกัน”
— แอนเนเก วีนฮอฟฟ์ จากพรรค GreenLeft ระบุ
ขณะที่ผู้นำจากบางพรรคมองว่านโยบายนี้ไม่ใช่การจำกัดเสรีภาพประชาชน แต่เป็นการลดอิทธิพลของบริษัทขนาดใหญ่ที่กำหนดพฤติกรรมการบริโภคผ่านการโฆษณา พร้อมระบุว่าการลดสิ่งเราทางสายตาอาจช่วยลดการซื้อแบบหุนหันพลันแล่น และเปลี่ยนบรรทัดฐานทางสังคมในระยะยาว
สำหรับฝ่ายสนับสนุนชี้ว่า การจัดกลุ่มเนื้อสัตว์ร่วมกับเชื้อเพลิงฟอสซิลและการเดินทางทางอากาศ เป็นการปรับกรอบความคิดใหม่ จาก “การเลือกส่วนบุคคล” ไปสู่ “ประเด็นด้านภูมิอากาศ” แม้สัดส่วนโฆษณาเนื้อสัตว์ในเมืองจะมีเพียงราว 0.1% ของตลาดโฆษณากลางแจ้งทั้งหมดก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยสมาคมอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ของเนเธอร์แลนด์มองว่าเป็นการแทรกแซงพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมยืนยันว่าเนื้อสัตว์ยังเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญ ขณะที่สมาคมตัวแทนท่องเที่ยวระบุว่าการห้ามโฆษณาแพ็กเกจท่องเที่ยวที่รวมเที่ยวบินเป็นการจำกัดเสรีภาพทางการค้าอย่างไม่เหมาะสม
จุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์
ในอีกด้านหนึ่ง นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมมองว่านี่คือ “จุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์” ของสังคม โดย ฮันนาห์ พรินส์ จาก Advocates for the Future ชี้ว่าสิ่งที่ปรากฏในพื้นที่สาธารณะมีผลต่อการกำหนดบรรทัดฐานของสังคม และการลดภาพโฆษณาเนื้อสัตว์อาจช่วยปรับความหมายของความปกติใหม่ในสังคมเมือง
“นี่คือการทดลองทางสังคมที่น่าจับตา โดยชี้ว่าการลดสิ่งกระตุ้นทางการตลาดอาจส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในระยะยาว เช่นเดียวกับกรณีการแบนโฆษณาอาหารขยะในลอนดอนที่เคยส่งผลให้การบริโภคลดลง”
— ศ.โจเรนท์เย แมคเคนบัค นักวิชาการจาก Amsterdam University Medical Center ระบุ
แม้อัมสเตอร์ดัมจะเดินหน้าอย่างชัดเจน แต่แนวทางนี้ยังจำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่สาธารณะที่อยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาล ขณะที่โฆษณาในแพลตฟอร์มดิจิทัลและโซเชียลมีเดียยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งสะท้อนความท้าทายสำคัญของนโยบายสิ่งแวดล้อมยุคใหม่ ที่ต้องเผชิญอิทธิพลของโลกการตลาดในพื้นที่ออนไลน์ที่ยังไม่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด





