ไฟป่าปะทุทั่วยุโรปในช่วงฤดูร้อน โดย เบลเยียม รับมือกับเพลิงไหม้รุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ ขณะที่ กรีซ สามารถควบคุมไฟบนเกาะซาลามิสใกล้กรุงเอเธนส์ได้เมื่อวันจันทร์ ส่วน สเปน และ ฝรั่งเศส ยังคงเร่งดับไฟที่ลุกลามต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารจัดการวิกฤตของภาครัฐ
เบลเยียมสู้ไฟใหญ่สุดในรอบ 100 ปี
ไฟป่าในเขตสงวนธรรมชาติ High Fens ทางตะวันออกของเบลเยียม เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 3,000 เฮกตาร์ นับเป็นวิกฤตไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศในรอบศตวรรษ แม้เพลิงจะหยุดอยู่ก่อนถึงชายแดนเยอรมนี แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่าสถานการณ์ยังควบคุมไม่ได้และอาจลุกลามต่อ เยอรมนีส่งเฮลิคอปเตอร์ทหาร 2 ลำเพื่อช่วยดับเพลิง และสั่งอพยพประชาชนเกือบ 30 คนในเมืองมอนชาวใกล้ชายแดน
ฝนที่ตกลงมาช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อนักดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 500 นาย แม้ทางการจะย้ำว่าสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
สเปนมองบวก วัดประวัติศาสตร์รอดพ้นอันตราย
ในแคว้นอารากอนทางตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน เจ้าหน้าที่แสดงความมองโลกในแง่ดี หลังสามารถยับยั้งการลุกลามของไฟที่เผาพื้นที่ไปกว่า 17,000 เฮกตาร์ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ส่วนใหญ่ของเพลิงได้รับการควบคุมแล้ว และอารามประวัติศาสตร์สองแห่งที่ถูกคุกคามโดยเปลวไฟไม่ได้รับความเสียหาย
กรีซควบคุมไฟเกาะซาลามิสได้
เพลิงไหม้สองจุดบนเกาะซาลามิสใกล้กรุงเอเธนส์ที่ปะทุขึ้นคร่าชีวิตผู้คนไป 2 ราย และนำไปสู่การอพยพผู้คนเกือบ 600 คนทางเรือ ได้รับการควบคุมเป็นส่วนใหญ่แล้วในวันจันทร์ ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วเพียง 7 นาทีเนื่องจากลมแรง ทำให้คู่สูงอายุคู่หนึ่งติดอยู่ใกล้บ้านพักของตน
นายกฯ ฝรั่งเศสถูกโห่ไล่กลางพื้นที่ประสบภัย
นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เซบาสเตียง เลอกอร์นู เผชิญการประท้วงจากชาวบ้านกว่า 200 คนที่แต่งชุดดำมารวมตัวกันระหว่างการเยี่ยมหมู่บ้านในแคว้นจิรงด์ ซึ่งมีบ้านเรือนถูกเพลิงเผาผลาญไปถึง 183 หลัง ชาวบ้านส่วนหนึ่งกล่าวหาว่าทางการให้ความสำคัญกับการปกป้องคาบสมุทรกัป-แฟร์เรต์ อันเป็นแหล่งพักผ่อนของชนชั้นสูงจากปารีส มากกว่าการดูแลบ้านเรือนของคนในพื้นที่ เลอกอร์นูประกาศให้เงินช่วยเหลือ 12 ล้านยูโรแก่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดสองแห่ง




