ปัญหาลักลอบนำเข้าขยะพิษสะเทือนรัฐบาลโครเอเชียชาวบ้านประท้วงเดือดเรียกร้องรัฐจัดการภายใน 20 วัน

7 ก.ย. 2569 - 15:14

  • ชาวโครเอเชียไม่พอใจที่ทางการใช้เวลาหลายเดือนในการพยายามกำจัดขยะกว่า 30,000 ตัน

  • ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ารัฐบาลอนุรักษนิยมทุจริตและปกปิดขนาดที่แท้จริงของมลพิษ

  • ผู้ต้องหาปลอมแปลงเอกสารโดยระบุว่า ขยะพลาสติกเหล่านั้นสามารถนำไปรีไซเคิลได้

ปัญหาลักลอบนำเข้าขยะพิษสะเทือนรัฐบาลโครเอเชียชาวบ้านประท้วงเดือดเรียกร้องรัฐจัดการภายใน 20 วัน

ผู้ประท้วงหลายหมื่นคนเดินขบวนผ่านกรุงซาเกร็บ เมืองหลวงของโครเอเชีย เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการกำจัดขยะอันตรายจำนวนมหาศาลที่ถูกทิ้งอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งชาวบ้านบอกว่ากำลังเป็นพิษต่อพื้นที่ภูเขาที่เคยบริสุทธิ์

การชุมนุมประท้วงในกรุงซาเกร็บเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (5 ก.ย.) เป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในโครเอเชียในรอบหลายปี โดยมีสาเหตุมาจากความไม่พอใจที่ทางการใช้เวลาหลายเดือนในการพยายามกำจัดขยะกว่า 30,000 ตัน ซึ่งรวมถึงวัสดุทางการแพทย์และอุตสาหกรรม ที่ถูกฝังอยู่ใกล้เมืองกอสปิก ในเขตภูเขาลิกา ห่างจากกรุงซาเกร็บไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 200 กิโลเมตร

ความโกรธแค้นได้ขยายวงกว้างออกไปเป็นการท้าทายรัฐบาลอนุรักษนิยมของนายกรัฐมนตรี อันเดรย์ เพลนโควิช ซึ่งฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่า ทุจริตและปกปิดขนาดที่แท้จริงของมลพิษ

เรื่องนี้เริ่มมาจากการจับกุมผู้คน 13 คน และบริษัท 4 แห่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยตำรวจและยูโรโพล ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหภาพยุโรป ในข้อหาการนำเข้าและทิ้งขยะอย่างผิดกฎหมาย โดยนำเข้ามาจากที่อื่นในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปตั้งแต่ปี 2023

จากข้อมูลของยูโรโพล ขยะ 35,000 ตันส่วนใหญ่มาจากอิตาลี แต่ก็มีมาจากสโลวีเนียและเยอรมนีด้วย โดยประกอบด้วยขยะพลาสติกและของเสียจากโรงพยาบาลที่เป็นพิษ ทำให้ผู้ต้องสงสัยได้กำไรประมาณ 4 ล้านยูโร (153 ล้านบาท) และผู้ต้องหายังปลอมแปลงเอกสารโดยระบุว่า ขยะพลาสติกเหล่านั้นสามารถนำไปรีไซเคิลได้

นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นโต้แย้งจำนวนตันของขยะและกล่าวว่ามีขยะถึง 37,000 ตันที่ถูกทิ้งอย่างผิดกฎหมายในเมืองกอสปิกเพียงแห่งเดียว

เจ้าหน้าที่โครเอเชียกล่าวว่า การทดสอบดินและน้ำรอบๆ เมืองกอสปิกไม่พบการปนเปื้อน ซึ่งขัดแย้งกับการประเมินที่เผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้วโดยหน่วยงานต่อต้านการทุจริตของโครเอเชีย ที่พบระดับโลหะในดินสูง และตรวจพบสารเคมี PFAS หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สารเคมีตลอดกาล” ในน้ำใต้ดินบริเวณใกล้เคียง ส่วนรายงานของพนักงานอัยการเมื่อเดือนสิงหาคมยืนยันว่า พบดินในเมืองกอสปิกปนเปื้อน โดยกาปนเปื้อนได้แพร่กระจายออกไปนอกพื้นที่แล้ว

ผู้ประท้วงรวมตัวกันที่จัตุรัสบัน เยลาซิช ระหว่างการชุมนุมเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการทิ้งขยะอันตรายอย่างผิดกฎหมายในเขตลิกาของโครเอเชีย ในกรุงซาเกร็บ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 Photo by MARKO PERKOV / AFP
ผู้ประท้วงรวมตัวกันที่จัตุรัสบัน เยลาซิช ระหว่างการชุมนุมเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการทิ้งขยะอันตรายอย่างผิดกฎหมายในเขตลิกาของโครเอเชีย ในกรุงซาเกร็บ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 Photo by MARKO PERKOV / AFP

ทำลายสิ่งแวดล้อมเท่ากับฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างช้าๆ

ในการชุมนุมมีการชูป้ายที่มีข้อความต่างๆ เช่น “การทำลายสิ่งแวดล้อมเท่ากับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างช้าๆ” และ “หยุดการนำเข้าขยะ” โดยผู้เข้าร่วมจำนวนมากถือธงชาติโครเอเชียด้วย

ผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการรื้อถอนบ่อขยะผิดกฎหมายทั้งหมด เนื่องจากเป็นแหล่งปนเปื้อนน้ำใต้ดิน รวมถึงจัดทำแผนการจัดการขยะใหม่ทั่วประเทศภายใน 20 วัน และกำจัดขยะที่ฝังอยู่ทั้งหมดภายใน 3 เดือน นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งห้ามการนำเข้าขยะเป็นการชั่วคราวด้วย

ผู้ประท้วงหลายคนบอกว่า พวกเขาไม่เชื่อคำอธิบายอย่างเป็นทางการอีกต่อไปแล้วว่าทำไมจึงมีขยะจำนวนมากขนาดนี้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นมาเป็นเวลานาน

“ฉันอยากเห็นโครเอเชียที่สวยงาม สะอาด และมีสุขภาพดีสำหรับลูกๆ ของฉัน พวกเขาจะได้ดื่มน้ำจากก๊อกใดก็ได้ในประเทศนี้ นี่เป็นเหตุการณ์ร้ายแรงมาก และต้องหยุดยั้งเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ทั้งโครเอเชียจะถูกฝังอยู่ใต้กองขยะ” คาทารินา เคนดา ผู้เข้าร่วมการเดินขบวน

คาทารินา เคนดา ผู้เข้าร่วมการเดินขบวน

อันเดรย์ เพลนโควิช นายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษนิยมกล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ว่า พื้นที่ดังกล่าวจะถูกปิดคลุมภายในกลางเดือนตุลาคม และจะดำเนินการรื้อถอนต่อไป

 Photo by MARKO PERKOV / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์