ย้อนคดี ‘อลิซ กัว’ จีนเทาสวมสัญชาติฟิลิปปินส์จนได้เป็นนายกเทศมนตรี

13 ก.ค. 2569 - 18:42

  •   เรื่องราวของ อลิซ กัว แดงขึ้นมาหลังตำรวจบุกค้นแหล่งคาสิโนออนไลน์ผิดกฎหมายแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลบัมบัน

  • อลิซ กัว เป็นผู้ลงสมัครหน้าใหม่ที่ชนะการเลือกตั้งในตำแหน่งนายกเทศมนตรีมาได้อย่างฉิวเฉียดในพื้นที่ของตระกูลการเมืองเก่า

  • การสืบสวนพบว่าไม่มีข้อมูลของพ่อแม่ที่กัวอ้างขึ้นมาในฐานข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งฟิลิปปินส์

ย้อนคดี ‘อลิซ กัว’ จีนเทาสวมสัญชาติฟิลิปปินส์จนได้เป็นนายกเทศมนตรี

จากการทลายแก๊ง “พ่อทิพย์แจ้งเกิดเท็จ” รับจ้างสวมสัญชาติไทยให้เด็กจีนในบ้านเราทำให้นึกถึง “อลิซ กัว” จีนเทาที่สวมสัญชาติฟิลิปปินส์จนได้เป็นนายกเทศมนตรีของจังหวัดหนึ่งบนเกาะลูซอน ที่กลายเป็นข่าวดังที่สื่อฟิลิปปินส์ขนานนามให้เป็น “นายกเทศมนตรีสายลับจีน”

เรื่องราวของ อลิซ กัว แดงขึ้นมาเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2024 หลังจากตำรวจฟิลิปปินส์และคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตของประธานาธิบดี สนธิกำลังบุกค้นแหล่งคาสิโนออนไลน์ผิดกฎหมายแห่งหนึ่งที่ดำเนินการโดยบริษัท ซุนหยวน ในเขตเทศบาลบัมบัน จังหวัดตาร์ลัค บนเกาะลูซอนแถบตอนเหนือของฟิลิปปินส์ ที่ อลิซ กัว เป็นนายกเทศมนตรีอยู่

ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการกำลังบุกค้นบริษัท ซุนหยวนอยู่นั้น ก็บังเอิญไปเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดแช่อยู่ในบริเวณอาคาร  จึงค้นหาตัวเจ้าของรถคันนี้ผ่านข้อมูลทะเบียนรถ และพบว่าเป็นชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ อลิซ ลีล กัว ชื่อของผู้หญิงคนนี้ยังปรากฏอยู่บนบิลเรียกเก็บค่าไฟฟ้าที่เจ้าหน้าที่ค้นพบในอาคารแห่งนี้ด้วย กลายเป็นหลักฐานมัดแน่นว่าเธอคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดกิจการคาสิโนผิดกฎหมายแห่งนี้แน่นอน

หลังจากนั้นวุฒิสภาจึงเปิดการสอบสวน อลิซ กัว ในฐานะนายกเทศมนตรีเทศบาลบัมบันที่ปล่อยปละละเลยจนมีคาสิโนออนไลน์ขนาดใหญ่มาตั้งอยู่ปลายจมูกไม่ห่างจากสำนักงานของเธอ

อลิซ กัว ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีบัมบันตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2022 โดยเป็นผู้ลงสมัครหน้าใหม่ที่ชนะการเลือกตั้งในตำแหน่งนี้มาได้อย่างฉิวเฉียด ทั้งที่เพิ่งลงสมัครครั้งแรก ซึ่งเป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ยากในพื้นที่ที่ปกครองโดยตระกูลการเมืองเก่า

เรื่องราวเริ่มบานปลายเมื่อมีการสืบสาวเรื่องราวของ อลิซ กัว ลึกลงไป ริซา ฮอนติเวรอส สมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์เริ่มเอะใจเรื่องพ่อแม่ของเธอ เพราะไม่พบบันทึกการเกิดของกัวในฟิลิปปินส์ หนำซ้ำยังแจ้งเกิดช้า ข้อมูลเรื่องการศึกษาก็น่าสงสัย

หนึ่งในหลักฐานเพียงไม่กี่อย่างคือ สูติบัตร ที่ระบุว่ากัวเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 1986 แต่แจ้งเกิดเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2005 เท่ากับว่าเธอแจ้งเกิดล่าช้าไปถึง 19 ปี 

กัวให้สัมภาษณ์ทางทีวีว่า เธอเติบโตมาในครอบครัวที่ทำฟาร์มโดยมีพ่อ (แองเจลิโต กัว) เป็นชาวจีน และแม่ (อามีเลีย ลีล) เป็นชาวฟิลิปปินส์ และว่า ตอนเด็กไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะพ่อให้เธอเรียนโฮมสคูลโดยมีครูมาสอนที่บ้าน และเหตุผลที่ต้องเก็บตัวเงียบในฟาร์มเป็นเพราะเธอเป็นลูกเมียน้อย

เมื่อสืบเรื่องพ่อแม่ก็โป๊ะอีกว่า ไม่มีข้อมูลของพ่อแม่ที่กัวอ้างขึ้นมาในฐานข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งฟิลิปปินส์ ทั้งบันทึกการเกิด การแต่งงาน หรือแม้แต่การเสียชีวิตใดๆ ดังนั้นลำพังพาสปอร์ตและใบสูติบัตรจึงยังไม่เพียงพอเป็นหลักฐานที่แน่ชัดของการเป็นพลเมืองฟิลิปปินส์

การสืบสวนเชิงลึกพบว่า จริงๆ แล้วแม่ของกัวเป็นนักธุรกิจชาวจีน จึงยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่กัวจะมีเชื้อสายฟิลิปปินส์ แต่กัวก็ยังยืนยันว่าเธอเป็นคนฟิลิปปินส์

เดือนมิถุนายน 2024 วุฒิสมาชิก เชอร์วิน กัตชาเลียน หยิบยกความเป็นไปได้ที่กัวและหญิงชาวจีนชื่อ กัวหัวปิง ซึ่งเดินทางเข้าฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2003 เมื่ออายุ 13 ปี อาจเป็นบุคคลคนเดียวกัน โดยอ้างอิงเอกสารจากสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

เมื่อตรวจสอบก็พบว่า ข้อมูลลายนิ้วมือของกัวตรงกับลายนิ้วมือของกัวหัวปิง โดยเป็นลายนิ้วมือที่ถูกบันทึกไว้ตอนเดินทางเข้าเมืองฟิลิปปินส์ในเดือนมกราคม 2003 โดยใช้พาสปอร์ตของประเทศจีนเป็นหลักฐาน ซึ่งแปลว่า กัวหัวปิงเป็นพลเมืองสัญชาติจีน

นายกเทศมนตรี อลิซ กัว (ซ้าย) เข้าร่วมการพิจารณาคดีที่วุฒิสภาในกรุงมะนิลาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2024 Photo by HANDOUT / SENATE OF THE PHILIPPINES / AFP
นายกเทศมนตรี อลิซ กัว (ซ้าย) เข้าร่วมการพิจารณาคดีที่วุฒิสภาในกรุงมะนิลาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2024 Photo by HANDOUT / SENATE OF THE PHILIPPINES / AFP

แต่เรื่องยังไม่จบ กัวไม่ยอมเข้าให้การกับวุฒิสภาตามนัดจึงถูกออกหมายจับ และหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี หลังจากนั้นกัวก็หลบหนีออกจากฟิลิปปินส์ไปสิงคโปร์และมาเลเซียเพื่อไปยังอินโดนีเซียโดยไม่มีใครตรวจพบ มีการคาดการณ์กันว่ากัวตั้งใจเดินทางไปแถบสามเหลี่ยมทองคำ โดยมีกัมพูชาเป็นจุดหมายปลายทางการกบดาน เนื่องจากครอบครัวกัวมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจอยู่กับแหล่งพนันสีเทาที่นั่น

สุดท้ายกัวถูกจับกุมตัวที่อินโดนีเซียเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2024 และถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ฟิลิปปินส์ เดือนพฤศจิกายน 2025 เธอถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาดำเนินกิจการเครือข่ายค้ามนุษย์

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของฟิลิปปินส์และฮอนติเวรอสกล่าวว่า ศูนย์หลอกลวงที่ดำเนินการโดยกัวและชาวจีนคนอื่นๆ อาจถูกจีนใช้เพื่อการจารกรรมข้อมูลด้วยเช่นกัน

ข้อกล่าวหาสายลับจีนนี้ถูกจุดประกายขึ้นจากสารคดีของสำนักข่าว Al Jazeera ที่ออกอากาศเมื่อเดือนกันยายน 2024 เกี่ยวกับ เสอจื้อเจียง  นักธุรกิจชาวจีนที่ถูกจำคุกซึ่งสารภาพว่าเป็นสายลับเช่นกัน เสออ้างว่ามีเอกสารที่ยืนยันการมีอยู่ของสายลับจีน ซึ่งรวมถึงชื่อภาษาจีนของกัวว่า กัวหัวปิง

สารคดีเดียวกันนี้เปิดเผยว่า เอกสารของเสอระบุที่อยู่ของกัวในมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นสำนักงานท้องถิ่นของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

เสอยังกล่าวหาอีกว่า กัวขอเงินจากเขาเพื่อช่วยสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบัมบันในปี 2022 แต่เขาไม่อยากทำให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ไม่พอใจ จึงไม่ได้ให้เงินกัวไป

เหตุการณ์ที่ชาวต่างชาติอย่างกัวดำเนินการจนได้สัญชาติฟิลิปปินส์ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติครั้งใหญ่ เธอสามารถแทรกซึมเข้าไปในหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น มีตำแหน่งใหญ่โต โดยที่ทางการหละหลวมในการตรวจสอบคุณสมบัตินักการเมือง หรืออาจมีนักการเมืองช่วยอำนวยความสะดวกให้กลุ่มจีนเทา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของอดีตประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต ที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน

นอกจากนี้ จากการสืบสวนเชิงลึกในคดีของกัวก็พบว่า มีนักการเมืองคนสนิทของดูเตร์เตอย่าง แฮร์รี โรก ช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดกิจการคาสิโนออนไลน์ในจังหวัดปัมปางา ที่พี่สะใภ้ของกัวเกี่ยวพันอยู่

Photo by JAM STA ROSA / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์