คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ประจำปี 2569 ตามข้อเสนอของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งขับเคลื่อนการทำงานเชิงรุกแบบบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤตฝุ่นละออง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการในปี 2569 ให้ความสำคัญกับการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในทุกมิติ ตั้งแต่พื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร ไปจนถึงเขตเมือง โดยตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ในป่าและภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการกำกับดูแลยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการขยายกลุ่มเป้าหมายควบคุมการระบายฝุ่นในเขตเมือง และยกระดับความร่วมมือเพื่อจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนในกรอบทวิภาคี ไตรภาคี และอาเซียน
สำหรับแนวทางการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 2 ระยะสำคัญ ได้แก่ ระยะเตรียมการ ซึ่งจะเน้นการจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงต่อการเผา วางแผนจัดการไฟป่า สนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อส่งเสริมการทำเกษตรแบบไม่เผา ขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้ไฟ ควบคุมรถควันดำ โรงงาน และกิจการเป้าหมาย ตลอดจนเตรียมความพร้อมของระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า

ขณะที่ระยะปฏิบัติการ ซึ่งจะเริ่มใช้ในช่วงสถานการณ์วิกฤต รัฐจะเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย ประกาศปิดป่าในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตั้งจุดเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง จำกัดการเข้าเขตเมืองของรถบรรทุกขนาดใหญ่ ควบคุมการนำเข้าพืชอาหารสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดการเผา พร้อมจัดตั้งศูนย์สั่งการทุกระดับ และดูแลกลุ่มเปราะบางด้วยการจัดหาห้องปลอดฝุ่นและอุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งเป้าหมายเชิงผลลัพธ์ด้านคุณภาพอากาศ โดยมุ่งลดค่าเฉลี่ย PM2.5 และจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในพื้นที่เสี่ยงสำคัญ อาทิ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก พร้อมยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงทีและสามารถปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
รองโฆษกฯ ระบุด้วยว่า มาตรการทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีกรมควบคุมมลพิษทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานหลัก และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว ขณะนี้หลายหน่วยงานได้เริ่มดำเนินการบางส่วนล่วงหน้า เพื่อให้การรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองในปี 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลคุณภาพอากาศได้ผ่านเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai เพื่อใช้ประกอบการวางแผนการดำเนินชีวิตและดูแลสุขภาพในช่วงที่ค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับสูง หากต้องการ ผมสามารถปรับสำนวนให้เข้ากับโทนของสำนักข่าวที่คุณใช้อยู่ได้อีกครับ




