ศาลสูงสั่งเบรก EIA เหมืองอมก๋อยจนกว่าจะมีคำพิพากษา ชี้อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

18 ก.พ. 2569 - 13:06

  • ศาลปกครองสูงสุดยืนยันคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโครงการเหมืองถ่านหินอมก๋อย หน่วยงานรัฐห้ามนำ EIA ไปใช้อนุญาตเหมือง ชี้อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

  • ตั้งคำถามธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมไทย ปมข้อมูลไม่ครบถ้วน-กระบวนการรับฟังความเห็นประชาชนถูกทักท้วง

  • หมุดหมายสำคัญสิทธิชุมชนและ SDGs ตอกย้ำหลักการป้องกันไว้ก่อน ในยุคที่โลกกำลังลดการพึ่งพาถ่านหิน

ศาลสูงสั่งเบรก EIA เหมืองอมก๋อยจนกว่าจะมีคำพิพากษา ชี้อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นับเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่ปักหมุดหมายกระบวนการยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมไทย เมื่อศาลปกครองเชียงใหม่ นัดฟังคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด กรณีหน่วยงานรัฐผู้ถูกฟ้องคดียื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในคดีโครงการเหมืองถ่านหิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โดยศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้น ให้ระงับการใช้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการเหมืองถ่านหินในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษา

ผลของคำสั่งทำให้หน่วยงานรัฐไม่สามารถนำ EIA ฉบับดังกล่าวไปใช้ประกอบการพิจารณาออกประทานบัตรหรืออนุญาตดำเนินโครงการได้

โดยหัวใจของคำสั่งนี้ ไม่ได้อยู่แค่ “หยุด” หรือ “เดินหน้า” โครงการ แต่คือการย้ำว่าการพัฒนาใดๆ ต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมที่แท้จริง

“ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้น โดยยืนยันว่ามติเห็นชอบรายงาน EIA น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีข้อมูลว่าการศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ครบถ้วนรอบด้าน และตามรายงานการตรวจสอบของกรรมการสิทธิฯ ชี้ว่ามีการใช้ข้อมูลการรับฟังความคิดเห็นที่เป็นเท็จ”

วัชลาวลี คำบุญเรือง ทนายความประจำมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ผู้รับมอบอำนาจผู้ฟ้องคดี ให้ความเห็น

จุดตั้งต้น...เสียงจากบ้านกะเบอะดิน

คดีนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2565 เมื่อตัวแทนชุมชนบ้านกะเบอะดิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ 50 คน พร้อมผู้สนับสนุนรวม 615 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงาน EIA และสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ขอให้เพิกถอนมติเห็นชอบรายงาน EIA โครงการเหมืองถ่านหินตามคำขอประทานบัตรที่ 1/2543

ข้อกล่าวหาหลักประกอบด้วย

  • ข้อมูลไม่ครบถ้วนและล้าสมัย
  • ขอบเขตการประเมินผลกระทบจำกัดเพียงรัศมี 3 กิโลเมตร
  • ไม่ประเมินผลกระทบต่อการใช้น้ำของชุมชน ทั้งที่มีแผนเบี่ยงเบนและปิดกั้นทางน้ำ
  • มีข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า มีการใช้ข้อมูลรายชื่อชาวบ้านที่เป็นเท็จในการจัดทำ EIA

วันที่ 23 กันยายน 2565 ศาลปกครองเชียงใหม่ มี “คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว” ระงับการใช้รายงาน EIA ไว้ก่อน ระหว่างรอคำพิพากษา

...เกือบ 4 ปีต่อมา ศาลสูงสุด “ยืนยัน” คำสั่งดังกล่าว

sustainability-supreme-administrative-court-suspends-eia-omkoi-coal-mine-until-final-ruling-SPACEBAR-Photo01.jpg

ศาลชี้อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมยกหลักป้องกันไว้ก่อน

คำสั่งของศาลปกครองสูงสุดสะท้อน 2 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย

หนึ่ง รายงาน EIA อาจมีปัญหาเรื่องความถูกต้อง ความครบถ้วน และความชอบด้วยกฎหมายในการใช้ดุลพินิจ

สอง หากปล่อยให้โครงการเดินหน้า อาจก่อให้เกิดความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งมีลักษณะ “รุนแรงและยากแก่การเยียวยา”

นี่คือการยืนยันหลักการสากลด้านสิ่งแวดล้อม ที่เรียกว่า Precautionary Principle หรือหลักการป้องกันไว้ก่อน เมื่อมีความเสี่ยงร้ายแรง แม้ยังพิสูจน์ไม่ครบถ้วน รัฐต้องเลือกทางที่ปลอดภัยต่อสาธารณะ

คำสั่งนี้ยังไม่ใช่คำตัดสินชี้ขาดว่าโครงการถูกหรือผิด แต่เป็นการวางเส้นแบ่งชัดเจนว่า หากกระบวนการ EIA ยังมีข้อสงสัย รัฐไม่ควรเร่งอนุญาต

จากอมก๋อยสู่เวทีอาเซียน สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ยังต้องพิสูจน์

ช่วงปลายปี 2568 อาเซียนเพิ่งประกาศปฏิญญา ASEAN Declaration on the Right to a Safe, Clean, Healthy and Sustainable Environment รับรองสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืน แต่คำถามสำคัญคือ ถ้อยคำระดับภูมิภาคจะมีพลังเพียงใด หากในทางปฏิบัติ โครงการเสี่ยงยังเดินหน้าโดยอาศัย EIA ที่ถูกตั้งข้อกังขา

กรณีอมก๋อย จึงไม่ใช่เรื่องเฉพาะพื้นที่ แต่กำลังสะท้อนโจทย์ใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่าเราจะพัฒนาอย่างไร โดยไม่ทำให้ชุมชนต้องรับต้นทุนสิ่งแวดล้อมระยะยาวแทนรัฐและเอกชน

เหมืองถ่านหินในยุค SDGs ย้อนแย้งหรือจำเป็น?

ในกรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของสหประชาชาติ กรณีนี้เชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับ

  • SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
  • SDG 6: การจัดการน้ำสะอาด
  • SDG 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
  • SDG 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • SDG 16: สถาบันที่โปร่งใสและเข้าถึงความยุติธรรม

คำถามที่สังคมต้องเผชิญคือ ในยุคที่โลกกำลังเร่งลดการพึ่งพาถ่านหินเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero การเดินหน้าโครงการเหมืองถ่านหินใหม่สอดคล้องกับทิศทางความยั่งยืนหรือไม่?

การชะลอ EIA ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงชัยชนะทางกฎหมายของชุมชนชาติพันธุ์ในอมก๋อย แต่เป็นการสะท้อนว่า ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม (Environmental Governance) คือหัวใจของความยั่งยืน

sustainability-supreme-administrative-court-suspends-eia-omkoi-coal-mine-until-final-ruling-SPACEBAR-Photo02.jpg

บรรทัดฐานใหม่ของกระบวนการ EIA?

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา EIA ในไทยถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระ คุณภาพข้อมูล และการมีส่วนร่วม คำสั่งศาลครั้งนี้อาจกลายเป็น “บรรทัดฐาน” สำคัญว่าการมีส่วนร่วมต้องไม่ใช่เพียงพิธีกรรม ข้อมูลต้องตรวจสอบได้ และหากมีข้อสงสัยร้ายแรง รัฐต้องหยุด ไม่ใช่เร่ง

ดังที่นักสิ่งแวดล้อมบางรายให้ความเห็นไว้ว่า “นี่ไม่ใช่การต่อต้านการพัฒนา แต่คือการป้องกันไม่ให้การพัฒนาที่ไม่รอบคอบ กลายเป็นภาระที่ชุมชนต้องแบกรับไปอีกหลายชั่วอายุคน”

คดีหลักยังไม่จบ แต่คำถามใหญ่เริ่มชัด

ขณะนี้คดีหลักยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองเชียงใหม่ ผลคำพิพากษาในอนาคตจะชี้ชะตาโครงการเหมืองถ่านหินอมก๋อยโดยตรง แต่ไม่ว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร “คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว” ที่ศาลสูงสุดยืนยันในวันนี้ ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า

สิทธิในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ใช่เพียงถ้อยคำในปฏิญญา หากแต่เป็นสิทธิที่ศาลพร้อมยกขึ้นมาคุ้มครอง เมื่อกระบวนการพัฒนาเริ่มมีรอยร้าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์