‘เชียงใหม่’ เริ่มเกิดไฟป่าลุกลามพื้นที่ทางตอนใต้ เร่งระดมมาตรการแก้ปัญหา ลดผลกระทบประชาชน

18 ก.พ. 2569 - 08:00

  • เชียงใหม่ เริ่มเกิดไฟป่าลุกลามในหลายพื้นที่ทางตอนใต้ เริ่มมีจุดความร้อนสะสม และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในตัวเมืองเริ่มสูงขึ้นเกินมาตรฐาน

  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมมาตรการดับไฟ วางแผนการเข้าถึงพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน

‘เชียงใหม่’ เริ่มเกิดไฟป่าลุกลามพื้นที่ทางตอนใต้ เร่งระดมมาตรการแก้ปัญหา ลดผลกระทบประชาชน

สภาพป่าในพื้นที่หลายอำเภอทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเต็งรังเริ่มผลัดใบ ส่งผลให้มีเชื้อเพลิงสะสมหนาแน่น และเริ่มเกิดไฟป่าปะทุขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภออมก๋อย อำเภอฮอด อำเภอแม่แจ่ม และอำเภอดอยเต่า เกิดจุดความร้อนอย่างต่อเนื่อง

Wildfires-have-spread-extensively-in-several-areas-of-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

“สาเหตุหลักก็ยังคงมาจากการลักลอบเผาป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ เผาเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตร โดยข้อมูลจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ของจังหวัดเชียงใหม่พบจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดเชียงใหม่มีจุดความร้อนสะสม จำนวน 180 จุด”

Wildfires-have-spread-extensively-in-several-areas-of-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo04.jpg

กริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน สถานการณ์ยังไม่รุนแรง สภาพป่ายังคงมีความชื้นอยู่ แต่ในช่วง 1 - 2 สัปดาห์จะเห็นว่าไฟเริ่มเข้ามาในโซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ แต่เดิมเริ่มที่ จ.ตาก และเข้ามา จ.ลำพูน และมาโซนใต้ของเชียงใหม่

“สถานการณ์ที่รุนแรงขณะนี้ก็อยู่ที่ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง อีกพื้นที่หนึ่งที่มีความสมบูรณ์ของป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ สภาพป่าก็มีใบไม้ร่วงหล่นจากความแห้งแล้ง ทำให้มีเชื้อเพลิงสูง ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) มีการเฝ้าระวังในจุดทางเข้าออกของป่า และมีการประกาศปิดป่า พี่น้องประชาชนที่จะเข้ามาหาของป่าก็อยากให้มีการลงทะเบียนทางเข้าป่าจะได้ไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย”

Wildfires-have-spread-extensively-in-several-areas-of-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo05.jpg

กริชสยาม กล่าวด้วยว่า บริเวณใจกลางป่าก็มีการปรับแผนในการลาดตระเวน ปกติทางเจ้าหน้าที่ก็มีการลาดตระเวนคุณภาพอยู่แล้ว แต่ก็จะเน้นจุดไฟไหม้ซ้ำซาก ห้วงนี้ก็ฝากพี่น้องประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน ดูแลเรื่องไฟป่า อยากให้สถิติปีนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมา

สำหรับการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในหลายๆ พื้นที่ โดยเฉพาะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ซึ่งเชื้อเพลิงก็คล้ายกับอุทยานแห่งชาติออบหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ รวมทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบ้านโฮ่ง และอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จ.ลำพูน เริ่มมีการชิงเผา บริหารจัดการเชื้อเพลิง แต่ทำเป็นแปลงขนาดเล็ก ที่สามารถดับไฟได้ก่อนช่วงเวลาค่ำ

“ก็ได้เน้นย้ำว่า ให้บริการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ที่มีความจำเป็นและพื้นที่ไฟไหม้ซ้ำซากจริงๆ อย่างเช่นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง จ.ลำพูน ก็มีประมาณ 100 ไร่ เป็นพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนหาของป่าด้วย ก็จะเป็นลดความกดดันในพื้นที่”

Wildfires-have-spread-extensively-in-several-areas-of-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo06.jpg

ส่วนการดำเนินการตามแผน ครม. จะมีการปรับหรือไม่ นั้น กริชสยาม กล่าวว่า ตรงจุดนี้คงไม่มีการปรับ เพราะทุกปีที่ผ่านมาทำตามแผนได้ไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ซึ่งการจะดำเนินการบางครั้งสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย อัตราการระบายอากาศไม่ดี หรือบางครั้งอาจจะกระทบกับพี่น้องประชาชนจึงไม่ดำเนินการ จึงต้องดำเนินการที่ในจุดไฟดับยาก ไฟไหม้ซ้ำซาก พื้นที่เสี่ยงจริงๆ การบริหารจัดการเชื้อเพลิงก็เป็นไปตามหลักวิชาการที่ ครม. กำหนดไว้

Wildfires-have-spread-extensively-in-several-areas-of-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo03.jpg

รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้เชียงใหม่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเผชิญเหตุอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ซึ่งพื้นที่อำเภอโซนใต้ จะเป็นจุดยุทธศาสตร์แรกที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แม้ภาพรวมในปีนี้ ค่าฝุ่น PM 2.5 และจุดความร้อน (Hotspots) จะลดลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการรณรงค์เคาะประตูบ้านสร้างความเข้าใจ

“แต่ปีนี้มีโจทย์ยากเพิ่มเติมคือ ปรากฏการณ์เอลนีโญ ปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ อากาศร้อนจัด สภาพป่าแห้งแล้งจัด เสี่ยงต่อการที่ไฟลุกลามรวดเร็วและดับไฟได้ยาก โดยเฉพาะ 8 อำเภอไข่แดง (16 ตำบลเฝ้าระวัง) ซึ่งจากข้อมูลปีที่ผ่านมา (2568) พบว่าพื้นที่ 16 ตำบล ใน 8 อำเภอทางตอนใต้ คือจุดวิกฤตที่กินพื้นที่เผาไหม้สูงถึง 410,000 ไร่ หรือ 65% ของทั้งจังหวัด โดยมีสาเหตุหลักจากการหาของป่าและการดำรงชีวิตในป่า การเตรียมพื้นที่เกษตรบนที่สูง”

“ปีนี้จึงต้องมีกลยุทธ์ “แยกไฟ” และหาจุดสมดุล และย้ำชัดว่า “ปีนี้จะไม่ใช้แค่การห้าม แต่จะใช้การบริหารจัดการอย่างมีชั้นเชิง เน้นสร้างทางเลือกสนับสนุนอาชีพให้ชาวบ้านอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการเผา แยกไฟจำเป็น และไฟไม่จำเป็น หากมีความจำเป็นสุดวิสัย ต้องมีการบริหารจัดการเชื้อไฟอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้เกิดการเผาพร้อมกันจนฝุ่นพุ่งสูง เพราะเป้าหมายของเราคือ การบริหารจัดการไฟต้องไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่กระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน”

รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

Wildfires-have-spread-extensively-in-several-areas-of-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo07.jpg

ด้าน บัณรส บัวคลี่ ผู้ประสานงานเครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ กล่าวว่า ฤดูไฟป่าภาคเหนือ 2569 เริ่มขึ้นแล้ว ไฟกองแรกของหลายๆ ป่าโซนใต้จุดขึ้นแล้ว หลายป่ามีไฟต่อเนื่องพยายามไล่ดับตามจุดมาหลายวัน แต่ฤดูฝุ่นยังไม่มา เพราะไฟยังไม่มากพอถึงระดับ critical scale 

Wildfires-have-spread-extensively-in-several-areas-of-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo02.jpg

“สองปีมานี้เราเริ่มมีความหวัง พอเห็นแสงสว่างไกลๆ ว่า การจัดการป้องกันเผชิญเหตุที่ดี สามารถชะลอฤดูฝุ่น และผลกระทบอันเกิดจากไฟในสภาพอากาศปิดได้ หากมีแผนกลยุทธ์ที่ดี พุ่งเป้าพื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก ไฟแปลงใหญ่ ตัดไฟต้นลม อย่าให้มันลามต่อเนื่องเป็น active fire เกินสองวัน ต่อให้มีก็คุมแบบทยอยเกิด”

“เราพอมองเห็นว่า มาตรการที่ดี จะสามารถรักษาอากาศดีๆ ของภาคเหนือได้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ และหากจัดการดีขึ้นอีกจะคุมระดับฝุ่นอยู่ในโซนส้ม 50-60 ไมโครกรัมได้ถึงกลางมีนาคมด้วยซ้ำไป เพราะในช่วงนั้นลมยังพัดขึ้นจากทิศใต้เป็นหลัก อันเป็นพื้นที่ในประเทศเราเอง ลมจะเริ่มเปลี่ยนพัดจากตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันตก จากพม่า รัฐมอญ กระเหรี่ยง พัดเฉียงขึ้นมาในช่วงกลางมีนาคมเป็นต้นไป งานจะเริ่มยากเพราะมีข้ามแดนมาผสม”

Wildfires-have-spread-extensively-in-several-areas-of-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo08.jpg
Wildfires-have-spread-extensively-in-several-areas-of-Chiang Mai-province-SPACEBAR-Photo09.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์