เลือกตั้ง 2569: 53 ล้านเสียง บัตร 160 ล้านใบ ต้นไม้หายไปกี่ต้น?

7 ก.พ. 2569 - 12:41

  • 53 ล้านผู้มีสิทธิเลือกตั้ง = บัตรกระดาษกว่า 168 ล้านใบ ในศึกเลือกตั้ง 2569

  • ต้นไม้โตเต็มวัย 1 ต้น ผลิตกระดาษได้ราว 8,000-10,000 แผ่น

  • การเลือกตั้งปี 2569 ใช้กระดาษเทียบเท่าต้นไม้กว่า 20,000 ต้น และปล่อยคาร์บอนหลายร้อยตัน CO₂

เลือกตั้ง 2569: 53 ล้านเสียง บัตร 160 ล้านใบ ต้นไม้หายไปกี่ต้น?

การเลือกตั้งครั้งใหญ่ของประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งต้องใช้บัตรคนละ 3 ใบ คือ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต + แบบบัญชีรายชื่อ + บัตรออกเสียงประชามติ

แน่นอนว่าการเลือกตั้ง 2569 ใช้งบประมาณประเทศไทยไปมหาศาล (ไม่ขอพูดถึงละกัน) นอกจากเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปตามกระบวนการทางประชาธิปไตย การเลือกตั้งยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมของรัฐที่มี “ต้นทุนสิ่งแวดล้อม” มากที่สุดและแทบไม่ถูกตั้งคำถามว่า ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิตกระดาษ หมึกพิมพ์ การขนส่ง การจัดเก็บ ไปจนถึงการทำลายบัตรหลังการเลือกตั้ง ต้องแลกมาด้วยทรัพยากรมากน้อยแค่ไหน?

นับคะแนน 53 ล้านเสียง บัตร 160 ล้านใบ

เลือกตั้งปี 2569 ประเทศไทยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 52,922,923 คน แบ่งเป็น ชาย 25,278,046 คน และหญิง 27,644,877 คน

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุ

ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงพลังเสียงของประชาชน แต่ยังหมายถึง “ทรัพยากรจำนวนมหาศาล” ที่ถูกใช้ไปเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเกิดขึ้นได้จริง ทั้งกระดาษ หมึกพิมพ์ การขนส่ง และคาร์บอนฟุตพริ้นต์ ที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่การเลือกตั้ง

The-Election-Commission-unveils-sample-ballot-papers-for-the-election-and-referendum-in-green-pink-and-yellow-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

เลือกตั้ง 2569 ประเทศไทยพิมพ์บัตรเลือกตั้งมากแค่ไหน?

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงว่าการเลือกตั้งปี 2569 มีการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต + แบบบัญชีรายชื่อ + บัตรออกเสียงประชามติ รวมทั้งสิ้นประมาณ 168.3 ล้านฉบับ

เฉลี่ยแล้วผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1 คน = บัตรกระดาษ 3 ใบ + สำรองบัตรอีกร้อยละ 5

จำนวนบัตรที่สูงนี้เป็นผลจากข้อกำหนดด้านการจัดพิมพ์เป็นเล่ม (20 ฉบับต่อเล่ม) พร้อมการสำรองบัตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ครอบคลุมและรองรับการลงคะแนนหลายรูปแบบ ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้า การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และการลงคะแนนในวันเลือกตั้งจริงกว่า 100,000 หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ

ถ้า “บัตรเลือกตั้ง” ถูกแปลงเป็น “ต้นไม้”

ต้นไม้โตเต็มวัย 1 ต้น เช่น สนขนาดมาตรฐาน สามารถผลิตกระดาษขนาด A4 ได้ประมาณ 8,000–10,000 แผ่น ขึ้นอยู่กับชนิด อายุ ขนาด และกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษ

การศึกษาด้านอุตสาหกรรมกระดาษ ระบุ

หากคำนวณแบบอนุรักษนิยม

  • บัตรเลือกตั้งไทย ปี 2569 ≈ 168.3 ล้านใบ
  • 1 ต้นไม้ ≈ 8,000 แผ่น

หมายความว่า การเลือกตั้งครั้งเดียวนี้ เราใช้กระดาษเทียบเท่าต้นไม้กว่า 20,000–21,000 ต้น

economic_business_thai_carbon_credits_truemoney_tree_SPACEBAR.jpg

แล้วต้นไม้ 20,000 ต้น เยอะแค่ไหนในชีวิตจริง?

  • ต้นไม้ 20,000 ต้น = สวนสาธารณะขนาดใหญ่ประมาณ 15–20 แห่ง
  • ต้นไม้ 20,000 ต้น = ปลูกต้นไม้ริมถนนยาวหลายร้อยกิโลเมตร
  • ต้นไม้ 20,000 ต้น = ป่าเล็กๆ ขนาด 30–40 ไร่ (ขึ้นกับความหนาแน่น)

และนี่เป็นเพียงตัวเลขของ “บัตรเลือกตั้ง” เท่านั้น ยังไม่รวมซอง เอกสารประกอบ และกระดาษในกระบวนการบริหารจัดการอื่นๆ

แม้ กกต. จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่สามารถใช้กรอบอ้างอิงจากงานประเมินสากลได้ โดยจากการศึกษาการเลือกตั้งทั่วไปในต่างประเทศปี 2019 พบว่า


การพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 375 ล้านใบ ใช้กระดาษประมาณ 818 ตัน


โดยการผลิตกระดาษปล่อยคาร์บอนเฉลี่ย 0.92 ตัน CO₂ ต่อกระดาษ 1 ตัน คิดเป็นการปล่อยคาร์บอนรวม 754 ตัน CO₂

ดังนั้น หากนำมาเทียบสัดส่วนกับประเทศไทย การเลือกตั้งปี 2569

  • พิมพ์บัตรเลือกตั้ง 168.3 ล้านฉบับ
  • ใช้กระดาษประมาณ 367 ตัน
  • ปล่อยคาร์บอนจากการผลิตกระดาษราว 330–340 ตัน CO₂
sustainability-what-can-a-tree-be-SPACEBAR-Photo01.jpg

ต้องปลูกต้นไม้กี่ต้น เพื่อชดเชยการเลือกตั้ง 1 ครั้ง?

จากโมเดลการชดเชยคาร์บอนเดียวกัน การชดเชยคาร์บอน 754 ตัน CO₂ ต้องปลูกต้นไม้ประมาณ 2,035 ต้น เพื่อให้เหลือรอดจริง 1,665 ต้น ในระยะเวลาการดูดซับ 35 ปี

หากคำนวณตามสัดส่วนของประเทศไทย

คาร์บอนจากกระดาษ ≈ 335 ตัน CO₂ ต้องปลูกต้นไม้ราว 900-1,000 ต้น และต้องดูแลต่อเนื่องหลายทศวรรษ เพื่อให้การดูดซับเกิดขึ้นจริง

ที่ไหนใช้กระดาษเพื่อประชาธิปไตยมากที่สุด?

สำหรับภาพรวมผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายภูมิภาค

  • อีสาน 17.6 ล้านคน
  • ภาคกลาง 12.7 ล้านคน
  • ภาคเหนือ 7.9 ล้านคน
  • ภาคใต้ 7.4 ล้านคน
  • ภาคตะวันออก 4.2 ล้านคน
  • ภาคตะวันตก 2.6 ล้านคน

จังหวัดที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งสูงสุด ได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร 4.5 ล้านคน | สส. 33 คน
  • นครราชสีมา 2.14 ล้านคน | สส. 16 คน
  • เชียงใหม่ / ขอนแก่น / อุบลราชธานี จังหวัดละ 1.3–1.5 ล้านคน

ในทางกลับกัน จังหวัดขนาดเล็ก เช่น แม่ฮ่องสอน ระนอง ตราด สิงห์บุรี มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่ำกว่า 200,000 คน แต่ยังต้องใช้ระบบบัตรกระดาษแบบเดียวกันทั้งประเทศ

Tracking-the-2026-Election-Trends-EarlyVoting-Distrust-is-Building-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

เรื่องที่ยังไม่นับในการเลือกตั้ง

  • การเลือกตั้งควรถูกนับเป็นกิจกรรมคาร์บอนสูงของรัฐหรือไม่?
  • ประเทศไทยควรมี Carbon Accounting สำหรับการเลือกตั้งหรือไม่?
  • การชดเชยคาร์บอนควรเป็นหน้าที่ของใคร กกต. รัฐบาล หรือผู้กำหนดนโยบาย?

ยุคนี้ในโลกที่หลายประเทศเริ่มพูดถึง Green Election, Paper Reduction และ e-Voting การเลือกตั้ง 2569 จึงไม่ใช่แค่บททดสอบของประชาธิปไตย แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามใหม่ที่ว่า...เพื่อแลกประชาธิปไตย 1 ครั้ง เราใช้ทรัพยากรของโลกไปเท่าไร? และใครกันที่ต้องรับผิดชอบ? ...ฝากไว้ให้คิด!

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์