เจาะสัดส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2569 พบ 'Gen X-Gen Y' เสียงกลุ่มใหญ่คุมเกมกำหนดทิศทางประเทศไทย

13 ม.ค. 2569 - 12:33

  • เปิดข้อมูลวิเคราะห์ เจาะลึก 53 ล้านเสียง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2569 Gen X - Gen Y ครองสัดส่วนเสียงกลุ่มใหญ่

  • ขณะที่ Gen Z ตัวแปรสำคัญ อาจเป็นสวิงโหวตที่ยากคาดเดา

  • จับตาพื้นที่ 4 จังหวัด 'ตาก-ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส' กลุ่มนิวโหวตเตอร์มากสุด

เจาะสัดส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2569 พบ 'Gen X-Gen Y' เสียงกลุ่มใหญ่คุมเกมกำหนดทิศทางประเทศไทย

นับถอยหลังอีกเพียง 1 เดือนข้างหน้า จะเป็นวันที่มีการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป ซึ่งกำหนดในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดุเดือด โดยแต่ละพรรคยังคงเดินสายหาเสียง เรียกคะแนนจากประชาชนทั่วประเทศเพื่อคว้าชัยในการเลือกตั้ง

ในการเลือกตั้ง 2569 นี้ สิ่งที่น่าสนใจไปกว่าคำถามที่ว่า “ใครจะชนะในการเลือกตั้ง”  คือ “ใครมีโอกาสจะกำหนดทิศทางประเทศ?”

โครงสร้างผู้มีสิทธิ 53 ล้านเสียงกำลังเปลี่ยนเกมเลือกตั้ง 2569 วัยทำงาน Gen X และ Gen Y คือเสียงข้างมาก ขณะที่ Gen Z (First-time voter) นิวโหวตเตอร์กว่า 3 ล้านคน กลายเป็นตัวแปรใหม่ในเขตแข่งขันสูง

info_ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง2569-1.jpg

ข้อมูลจากกรมการปกครองชี้ชัด ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 53.06 ล้านคน ไม่ได้กระจายอำนาจเท่ากัน โดยกลุ่มวัยทำงาน Gen X (44-59 ปี) และ Gen Y (28-43 ปี) รวมกันกว่า 30.9 ล้านเสียง เกือบ 60% ของทั้งประเทศ กลายเป็น “เสียงข้างมากเชิงโครงสร้าง” ที่มีบทบาทกำหนดทิศทางรัฐบาล นโยบายเศรษฐกิจ และเสถียรภาพทางการเมืองในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569

ระหว่างปี 2566-2569 ประเทศไทยจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกประมาณ 3.2–3.4 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Gen Z ตอนต้น (18–20 ปี) ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ยึดติดพรรค แต่ตัดสินใจจากภาพอนาคตมากกว่าอดีต ทำให้กลายเป็นตัวแปรสำคัญในเขตที่ผลแพ้ชนะต่างกันเพียงหลักพันเสียง

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ ซึ่งสะท้อนความจริงที่ชัดเจนว่า Gen X และ Gen Y คือกำลังหลักในสมรภูมิเลือกตั้งครั้งนี้ โดยแบ่งจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แยกตามเจเนอเรชั่น เรียงตามจำนวนมากที่สุดคือ Gen Y 28% Gen X 27.7% Baby Boomers 25.8% และ Gen Z 18.5%

ขณะที่ เขตที่มี Gen Z (นิวโหวตเตอร์) มีสัดส่วนสูงที่สุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ ตาก เขต 2, 3มีกลุ่มนิวโหวตเตอร์สัดส่วน 28.46% ปัตตานี เขต 1-5 นิวโหวตเตอร์ 27.35% นราธิวาส เขต 1-5 นิวโหวตเตอร์ 26.59% และจังหวัดยะลา เขต 1-3 นิวโหวตเตอร์ 26.49%

จิสด้า ยังวิเคราะห์ด้วยว่า ท่ามกลางสภาวะการเกิดต่ำและสังคมสูงวัย เสียงของเจน Z และเจนอัลฟ่า อาจไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดเพียงลำพัง ในขณะที่กลุ่มผู้สูงวัยและวัยทำงานตอนกลาง (Gen X-Gen Y) ยังคงเป็นฐานเสียงส่วนใหญ่ที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและทิศทางอนาคตของประเทศอย่างมั่นคง

ที่มาข้อมูล :

*สถิติจำนวนประชากร, กรมการปกครอง (กรกฎาคม 2568)

*GISTDA

สามารถเข้าชม Interactive Map ได้ที่ https://arcg.is/05fbby2

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์