เมื่อเศษอาหารยังนำหน้ารีไซเคิล ‘ขยะคอนโด’ บททดสอบ ‘ไม่เทรวม’

13 ก.พ. 2569 - 09:38

  • ผลสำรวจพบ “ขยะอาหาร” ยังเป็นอันดับหนึ่งในถังขยะคอนโด สะท้อนช่องว่างการแยกตั้งแต่ต้นทาง

  • นโยบาย “ไม่เทรวม” ผูกค่าธรรมเนียมตามหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย เปลี่ยนแรงจูงใจจากสมัครใจสู่เชิงระบบ

  • ไทยจับมือเดนมาร์ก ทดลองโมเดลแยกขยะ 10 คอนโด ปูทางสู่มาตรฐานใหม่การจัดการขยะเมือง

เมื่อเศษอาหารยังนำหน้ารีไซเคิล ‘ขยะคอนโด’ บททดสอบ ‘ไม่เทรวม’

... รู้หรือไม่?

กรุงเทพมหานครต้องจัดการขยะมากกว่า 9,000 ตันต่อวัน!!

ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงสถิติด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังสะท้อนภาระเชิงโครงสร้างของเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ที่ยังพึ่งพาการจัดการ “ปลายทาง” เป็นหลัก ล่าสุดโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียม โดย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กำลังพยายามขยับโจทย์นี้กลับมาที่ “ต้นทาง” ของการเกิดขยะในชีวิตประจำวันของคนเมือง

sustainability-condo-waste-food-vs-recycle-no-mix-policy-SPACEBAR-Photo01.jpg

ขยะอาหารยังครองแชมป์: ภาพสะท้อนพฤติกรรมเมืองสูง

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยผลการสำรวจองค์ประกอบขยะจากคอนโดมิเนียมในโครงการนำร่องว่า ขยะที่พบมากที่สุดในถังขยะทั่วไป 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. ขยะอาหาร
  2. กระดาษเลอะหรือเปื้อน
  3. พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
  4. พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้
  5. แก้ว

“ขยะทั่วไป” เป็นสัดส่วนองค์ประกอบของขยะมูลฝอยที่พบมากที่สุดร้อยละ 41 รองลงมา คือ “ขยะเศษอาหาร” ร้อยละ 35 “ขยะรีไซเคิล” ร้อยละ 21 และ “ขยะอันตราย” ร้อยละ 3 ตามลำดับ

ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เผยข้อมูลจากการนำองค์ประกอบขยะมูลฝอยมาแยกประเภท

สถิตที่ได้สะท้อนว่าวัสดุจำนวนมากที่ควรถูกจัดการเฉพาะทางยังคงถูกทิ้งรวมกัน ส่งผลให้ทั้งภาระการกำจัดและโอกาสในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะขยะอาหาร ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการปนเปื้อนและลดคุณภาพของขยะรีไซเคิลในระบบ

sustainability-condo-waste-food-vs-recycle-no-mix-policy-SPACEBAR-Photo02.jpg

“ไม่เทรวม” จากนโยบายสู่แรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์

นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร ชี้ว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ ต้องแบกรับภาระขยะมากกว่า 9,000 ตันต่อวัน และกว่าครึ่งเป็น “ขยะเศษอาหาร” ที่ควรถูกแยกตั้งแต่ต้นทาง

นี่คือเหตุผลที่กรุงเทพมหานครผลักดันนโยบาย “ไม่เทรวม” ควบคู่กับการบังคับใช้ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ ซึ่งยึดหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” เพื่อใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์สร้างแรงจูงใจให้ครัวเรือนที่คัดแยกขยะเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง ขณะที่ผู้ไม่คัดแยกต้องรับภาระมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าแม้หลายคอนโดมิเนียมมีความตั้งใจดี แต่ยังขาดระบบที่เหมาะสมกับโครงสร้างอาคารสูง โครงการนำร่องใน 10 คอนโดฯ พื้นที่เขตคลองเตยและวัฒนา จึงถูกออกแบบมาเพื่อถอดบทเรียนและสร้างโมเดลที่สามารถขยายผลไปทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ

sustainability-condo-waste-food-vs-recycle-no-mix-policy-SPACEBAR-Photo03.jpg

บทเรียนเดนมาร์ก: ทำให้การแยกขยะเป็นเรื่องง่ายก่อนจะหวังผลลัพธ์ใหญ่

“ประเทศเดนมาร์ก มีระบบคัดแยกขยะครัวเรือนมากถึง 10 ประเภท และสามารถรีไซเคิลขยะได้เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด”

H.E. Mr. Danny Annan, Ambassador of Denmark to Thailand กล่าว

ขณะที่ Mr. Jens Nytoft Rasmussen ผู้จัดการโครงการจากองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA) เสริมว่า ประสบการณ์จากเดนมาร์กชี้ชัดว่าการคัดแยกขยะต้อง “ง่าย ไม่ซับซ้อน และเข้าถึงได้” ตั้งแต่การวางถังให้ใกล้ผู้ใช้งาน ไปจนถึงการใช้สัญลักษณ์ภาพมาตรฐานเดียวกันเพื่อให้ประชาชนเข้าใจตรงกัน วิสัยทัศน์ของโครงการคือการเปลี่ยนสิ่งที่ยังเป็น “โครงการนำร่อง” ให้กลายเป็น “มาตรฐาน” ในอนาคต

เมื่อมองผ่านกรอบเศรษฐกิจหมุนเวียน ตัวเลขขยะรีไซเคิล ร้อยละ 21 ที่ยังหลุดเข้าไปอยู่ในระบบขยะทั่วไป คือทรัพยากรที่เมืองกำลังสูญเสียไปโดยไม่จำเป็น ขณะที่ขยะอาหาร ร้อยละ 35 คือภาระด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถลดได้ หากระบบต้นทางทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนำร่องคัดแยกขยะในคอนโดมิเนียมจึงไม่ใช่เพียงการทดลองเชิงเทคนิค แต่เป็นบททดสอบสำคัญว่า กรุงเทพมหานครจะสามารถขยับจากการจัดการขยะปลายทาง ไปสู่การออกแบบระบบที่ลดขยะตั้งแต่ต้นทางได้จริงเพียงใด และคำตอบนั้นอาจสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนที่สุดในถังขยะของคนเมืองเอง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


เมื่อเศษอาหารยังนำหน้ารีไซเคิล ‘ขยะคอนโด’ บททดสอบ ‘ไม่เทรวม’