กรุงเทพมหานครเดินหน้าขับเคลื่อนการจัดการขยะเชิงระบบ จับมือประเทศเดนมาร์กพัฒนาต้นแบบการคัดแยกขยะในคอนโดมิเนียม หวังยกระดับการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ลดภาระปลายทาง และสร้างมาตรฐานใหม่ให้เมืองหลวงภายใต้นโยบาย “ไม่เทรวม”
นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นายภาณุวัฒน์ อ่อนเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานยุทธศาสตร์จัดการมูลฝอย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการ (Project Steering Committee – PSC) ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศไทยและประเทศเดนมาร์กด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการขยะ (SSC) ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย
โจทย์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการ “แปลงนโยบายให้เป็นแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริง” โดยเฉพาะในกลุ่มที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ได้ส่งเสริมโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม” จนมีคอนโดมิเนียมจำนวนมากแสดงความสนใจเข้าร่วม แต่ยังขาดคู่มือหรือแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและเข้าใจง่าย นายพรพรหม ระบุ
“ความร่วมมือกับเดนมาร์กจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการออกแบบแนวทางที่ทุกคอนโดฯ สามารถนำไปใช้ได้จริง เป็นเครื่องมือสำคัญในการจูงใจให้โครงการขยายผลในวงกว้าง พร้อมสร้างเครือข่ายจัดการขยะเศษอาหารที่เข้มแข็ง ร่วมกับภาคเอกชนและภาคเกษตร”
— นายพรพรหม กล่าว
ด้านนางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2541 ว่าด้วยการควบคุมกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย และจัดทำร่างระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตให้เอกชนเข้ามาดำเนินกิจการดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่มีศักยภาพเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
การดึงเอกชนเข้ามาร่วมบริหารจัดการ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บขนขยะให้รวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่ ลดข้อจำกัดด้านทรัพยากรของภาครัฐ และทำให้ระบบจัดการขยะของเมืองมีความคล่องตัวมากขึ้นในระยะยาว

ขณะที่ นายภาณุวัฒน์ อ่อนเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานยุทธศาสตร์จัดการมูลฝอย ย้ำว่า หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาขยะคือ “การลดและคัดแยกที่ต้นทาง” เพื่อลดการปนเปื้อนและเพิ่มโอกาสนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของโครงการ “มือวิเศษกรุงเทพ” ที่สะท้อนว่า หากมีระบบปลายทางและการส่งต่อขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ชัดเจน ประชาชนก็พร้อมจะให้ความร่วมมือ
สำหรับโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร (Pilot Project for Household Waste Sorting in Bangkok Condominiums) เป็นความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดยกำหนดพื้นที่นำร่องในเขตคลองเตยและเขตวัฒนา

โครงการเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2568 และมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2570 โดยได้คัดเลือกคอนโดมิเนียมในพื้นที่เป้าหมายจำนวน 10 แห่ง ซึ่งมีความหลากหลายในหลายมิติ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และพัฒนาเป็นต้นแบบระบบจัดการขยะที่เหมาะสมสำหรับบริบทของกรุงเทพมหานคร
เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพิ่มปริมาณวัสดุที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และพัฒนาการสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับนโยบาย “ไม่เทรวม”
ในระยะยาว กทม.ตั้งเป้านำผลจากโครงการนำร่องไปต่อยอดและขยายผลสู่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร รวมถึงผลักดันเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ และภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะของเมืองอย่างยั่งยืน โดยการประชุมครั้งนี้ยังได้หารือถึงแผนการดำเนินงานในปี 2569 และการวางกรอบความร่วมมือระยะที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนงานต่อเนื่องในอนาคตด้วย





