โลกร้อนกำลังมอบ (อีก) บทเรียนราคาแพงให้มนุษยชาติ เมื่องานวิจัยระบุว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 ) ที่พุ่งสูงขึ้นไม่เพียงแต่ทำให้อุณหภูมิโลกวิกฤต แต่กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างระดับโมเลกุลของพืชผัก ทำให้สารอาหารสำคัญที่ร่างกายมนุษย์ต้องการลดปริมาณลงอย่างน่าตกใจ
ปรากฏการณ์ Nutrient Dilution
เมื่อพืชอิ่มคาร์บอนจนลืมสะสมแร่ธาตุ
การศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Global Change Biology โดยทีมของ Sterre ter Haar จากสถาบันวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยไลเดน (Leiden University) ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลการวัดผลกว่า 60,000 ครั้ง ในพืช 43 ชนิด พบว่าเมื่อระดับ CO2 ในอากาศพุ่งเกิน 425 ppm พืชจะสังเคราะห์แสงเร็วขึ้นและสร้างคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตมีขนาดใหญ่และน้ำหนักเพิ่มขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้กลับแลกมาด้วยปรากฏการณ์ “การเจือจางสารอาหาร” (Nutrient Dilution)
กลไกทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า เมื่อพืชตัวโตขึ้นจากแป้งและน้ำตาล แต่ความสามารถในการดูดซึมแร่ธาตุจากดินกลับเท่าเดิม ทำให้สัดส่วนสารอาหารรอง (Micronutrients) เช่นสังกะสี (Zinc), ธาตุเหล็ก (Iron) และโปรตีน (Protein) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะใน ถั่วชิกพี (Chickpeas) ที่พบว่าสังกะสีหายไปถึง 37.5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่นักวิจัยระบุว่าน่ากังวลอย่างยิ่ง

ผลกระทบในมื้ออาหารและคนกินพืช
การที่สารอาหารลดลงไม่ได้กระทบเพียงแค่เกษตรกร แต่กำลังสั่นคลอนความยั่งยืนทางสุขภาพ (Health Sustainability) ของคนทั้งโลก โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่บริโภคพืชเป็นหลัก (Plant-based) และเด็กในวัยเจริญเติบโต ภาวะความหิวโหยแฝง (Hidden Hunger) นี้จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากแคลอรีครบถ้วน แต่อยู่ในสภาวะขาดสารอาหารจำเป็นที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาการทางสมองโดยไม่รู้ตัว
นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบประเด็นที่น่ากังวลเกี่ยวกับสารพิษปนเปื้อน โดยพืชบางชนิดมีแนวโน้มสะสมโลหะหนักอย่าง ตะกั่ว (Lead) เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสภาวะโลกเดือดกำลังทำให้ระบบการกรองสารของพืชผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติ
เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องยืนยันว่าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ทั้ง SDG 2: Zero Hungerขจัดความหิวโหย และ SDG 13: Climate Actionการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้องถูกพิจารณาร่วมกัน เพราะความมั่นคงทางอาหารในอนาคต ไม่ใช่แค่การมีอาหารให้ “อิ่มท้อง” แต่ต้องเป็นอาหารที่ “มีคุณภาพ”
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายเกษตรกรรมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือทางออกเดียวที่จะรักษาคุณค่าทางโภชนาการในจานอาหารของเราไว้ได้ ก่อนที่อาหารทุกคำที่เรากินเข้าไปจะเหลือเพียงแคลอรีที่ว่างเปล่า ท่ามกลางโลกที่ร้อนขึ้นทุกวัน



