บทวิเคราะห์: วันแรงงานยุคโลกเดือด ‘ความร้อน’ อุปสรรคและความเสี่ยงใหม่ชนชั้นแรงงาน

1 พ.ค. 2569 - 12:37

  • โลกเดือดกระทบแรงงานกว่า 2,400 ล้านคน เสี่ยงลมแดด ไตวาย และอุบัติเหตุ

  • อุณหภูมิสูงขึ้นทุก 1°C ดึงผลิตภาพแรงงานลดลง 2–3%

  • WHO–WMO ดัน “Heat Action Plan” ยกระดับสิทธิแรงงานในยุคสภาพอากาศสุดขั้ว

บทวิเคราะห์: วันแรงงานยุคโลกเดือด ‘ความร้อน’ อุปสรรคและความเสี่ยงใหม่ชนชั้นแรงงาน

การเปลี่ยงแปลงสภาพอากาศ = ความเสี่ยงใหม่ชนชั้นแรงงานทั่วโลก

1 พฤษภาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันแรงงานแห่งชาติ” นอกจากเป็นวันรำลึกถึงสิทธิและบทบาทของผู้ใช้แรงงานในระบบเศรษฐกิจไทย ในบริบทปัจจุบันยังสะท้อนถึงความเปราะบางรูปแบบใหม่ที่แรงงานทั่วโลกต้องเผชิญ นั่นคือ “วิกฤตสภาพภูมิอากาศ”

วันแรงงาน ในประเทศไทยเริ่มถูกกล่าวถึงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2475 ก่อนจะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2499 และพัฒนาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับสิทธิแรงงาน ท่ามกลางการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของแรงงานในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ค่าจ้างหรือสวัสดิการอีกต่อไป แต่รวมถึง “ความปลอดภัยจากสภาพอากาศสุดขั้ว” ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

sustainability-climate-change-and-workplace-heat-stress-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

“ความร้อน” ภัยเงียบที่กำลังกระทบแรงงานทั่วโลก

องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เปิดเผยรายงาน “Climate Change and Workplace Heat Stress” ซึ่งชี้ให้เห็นว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนกำลังกลายเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อแรงงานนับพันล้านคน

ข้อมูลจากการศึกษาย้อนหลังมากกว่า 50 ปี ระบุว่าแรงงานในภาคเกษตรกรรม ก่อสร้าง และประมง เป็นกลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากต้องทำงานกลางแจ้งหรือในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ภาวะขาดน้ำ โรคลมแดด ไตวาย และโรคหลอดเลือดสมอง

“ความเครียดจากความร้อนกำลังบั่นทอนทั้งสุขภาพและความมั่นคงของแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบและอิงหลักฐาน”

ดร.เจเรมี ฟาร์ราร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ระบุ

ประสิทธิภาพแรงงานถดถอยเมื่อโลกร้อนขึ้นจริงหรือ?

รายงานระบุว่า ปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ และในหลายพื้นที่ของโลก อุณหภูมิทะลุ 50°C ซึ่งเริ่มกลายเป็น “ความปกติใหม่”

ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานลดลง 2–3% ต่อทุก 1°C ที่อุณหภูมิสูงเกิน 20°C

ขณะที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ประเมินว่ามีอุบัติเหตุจากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมากกว่า 22.85 ล้านกรณีต่อปี

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “ความร้อน” ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสุขภาพ แต่เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยตรง

sustainability-climate-change-and-workplace-heat-stress-SPACEBAR-Photo01.jpg

จากสิทธิแรงงานสู่สิทธิในการทำงานอย่างปลอดภัยจากความร้อน

WHO และ WMO เสนอให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนิน “Heat Action Plan” ในระดับสถานประกอบการและนโยบายสาธารณะ โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น การออกแบบเวลาทำงานใหม่ การจัดพื้นที่พักร้อน ระบบเตือนภัย และการใช้นวัตกรรมเพื่อลดความเสี่ยง

ข้อเสนอเหล่านี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของแนวคิดด้านแรงงาน (from labor rights to climate resilience) หรือจาก “สิทธิแรงงาน” สู่ “สิทธิในการทำงานอย่างปลอดภัยภายใต้สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง”

เชื่อมโยง SDGs: ความร้อนกับความยั่งยืนที่ไม่อาจแยกจากกัน

ประเด็นความเครียดจากความร้อนในที่ทำงาน เชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งด้านสุขภาพ (SDG 3)การจ้างงานที่มีคุณค่า (SDG 8) และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13)

การปกป้องแรงงานจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น จึงไม่ใช่เพียงมาตรการด้านสาธารณสุข แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง “ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ” ในโลกที่ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศกระจายตัวไม่เท่ากัน

ไทยในจุดเสี่ยง: เมื่อแรงงานกลางแจ้งเผชิญอุณหภูมิอันตราย

ประเทศไทย ซึ่งมีแรงงานจำนวนมากในภาคกลางแจ้ง เช่น ก่อสร้าง เกษตรกรรม และขนส่ง กำลังเผชิญความเสี่ยงสูงจากอุณหภูมิที่แตะระดับ 44°C ในหลายพื้นที่ตลอดปีที่ผ่านมา

แม้หน่วยงานภาครัฐจะมีระบบเตือนภัยและมาตรการเฝ้าระวัง แต่ยังขาด “นโยบายเฉพาะด้านความร้อนในที่ทำงาน” อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในระดับกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย

การเร่งพัฒนาแนวทางรับมือเชิงระบบ ตั้งแต่การกำหนดเวลาทำงานใหม่ มาตรฐานสถานประกอบการ ไปจนถึงการให้ความรู้แก่แรงงาน จึงเป็นโจทย์เร่งด่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บทสรุป วันแรงงานในโลกที่ร้อนขึ้น

ในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงาน วันนี้กำลังถูกนิยามใหม่ภายใต้บริบทของวิกฤตภูมิอากาศ

คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “แรงงานมีสิทธิอะไรบ้าง?” แต่อยากให้ผู้กำหนดนโยบายหันมาโฟกัสว่า “แรงงานจะอยู่รอดอย่างไรในโลกที่อุณหภูมิยังคงเพิ่มสูงขึ้น?”

หากประเทศไทยและนานาประเทศยังไม่เร่งวางรากฐานการปกป้องแรงงานตั้งแต่วันนี้ ต้นทุนที่ต้องจ่ายในอนาคต อาจไม่ใช่แค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่เป็นคุณภาพชีวิต การเป็นอยู่ที่ดี และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์