บทสรุปปี 2025 หายนะแห่งภัยพิบัติซ้ำซ้อนเขย่าเศรษฐกิจโลก ‘ไฟป่า-พายุ-น้ำท่วม’ รุก 4 ทวีปทั่วถึง

29 ธ.ค. 2568 - 07:01

  • ไม่มีที่ไหนปลอดภัยจากโลกร้อน เปิดภัยพิบัติ 10 เหตุการณ์ใหญ่ในปี 2025 ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3.7 ล้านล้านบาท


  • งานวิจัยเชื่อมโยงชัด “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” กับความรุนแรงของไฟป่า พายุ และน้ำท่วม


  • ตัวเลขความเสียหายที่รายงานยังไม่รวมต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจสูงกว่านี้หลายเท่า

บทสรุปปี 2025 หายนะแห่งภัยพิบัติซ้ำซ้อนเขย่าเศรษฐกิจโลก ‘ไฟป่า-พายุ-น้ำท่วม’ รุก 4 ทวีปทั่วถึง

ข่าวนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า สภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) ใกล้ตัวเราเข้ามาทุกขณะ ถ้ามนุษย์ยังไม่ยุติการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อโลก

ช่วงกลางปี เราเคยเขียนเรื่อง “2025 ปีแห่งหายนะ รวมภัยธรรมชาติจาก Extreme Weather ครึ่งปีแรก”ตอนนั้นก็มีเค้าลางแล้วว่าปี 2025 น่าจะหนักข้อขึ้น แล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่อรายงานล่าสุดของ Christian Aid ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ชี้ว่าปี 2025 เป็นปีแห่งภัยพิบัติสภาพอากาศรุนแรงที่เขย่าเศรษฐกิจโลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จากคลื่นความร้อนรุนแรง พายุหมุนเขตร้อน และฝนตกหนัก-น้ำท่วมทุบสถิติ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปี 2025 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มปีที่มีต้นทุนจากภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศสูงที่สุดเท่าที่โลกเคยมี

2025 ต้นทุนของการเผชิญสภาพอากาศสุดขั้ว

ปี 2025 ถูกบันทึกให้เป็นหนึ่งในปีที่โลกต้องเผชิญต้นทุนจากภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศสูงที่สุด หลังรายงานฉบับล่าสุดของ Christian Aid ระบุว่า ภัยพิบัติสภาพอากาศที่สร้างความเสียหายมากที่สุด 10 เหตุการณ์ในปีนี้ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ทวีป และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมกว่า 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3.7 ล้านล้านบาท

รายงานดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยอ้างอิงการประเมินความเสียหายเป็นหลักจากบริษัทประกันภัย Aon ซึ่งสะท้อนภาพรวมของภัยพิบัติที่ไม่ได้กระจุกตัวในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง หากแต่กระจายไปทั่วโลก ตั้งแต่ประเทศพัฒนาแล้วไปจนถึงภูมิภาคที่เปราะบางที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

photo_story_wildfire_los_angeles_california_SPACEBAR_Photo02_1_3ee729db38-1.jpg

ไฟป่าลอสแอนเจลิส ภัยพิบัติราคาแพงที่สะท้อนโลกร้อนชัดสุด

เปิดศักราชมาในเดือนมกราคมเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงในนครลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ เมื่อต้นปี 2025 ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 1 ของภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายสูงสุดในปี 2025 ด้วยมูลค่าความเสียหายมากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ มีผู้เสียชีวิตโดยตรงอย่างน้อย 31 ราย และงานวิจัยในเดือนสิงหาคมยังพบว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกกว่า 400 รายจากผลกระทบทางอ้อม เช่น มลพิษทางอากาศและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ล่าช้า

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งยาวนานขึ้น เป็นเงื่อนไขสำคัญที่เร่งให้ไฟป่ามีความรุนแรงและยากต่อการควบคุมมากกว่าที่เคยเป็นมา

sustainability-analysis-southern-thailand-flood-2568-worst-in-300-years-stationary-heavy-rain-la-nina-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

พายุหมุนซ้อน น้ำท่วมใหญ่เอเชีย เมื่อความเปราะบางปะทะสภาพอากาศสุดขั้ว

อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญคือพายุและน้ำท่วมครั้งใหญ่ในหลายประเทศของเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 1,800 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากพายุหมุนเขตร้อน 2 ลูกที่เคลื่อนตัวทับซ้อนกันและพัดถล่มเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียและคาบสมุทรมลายูพร้อมกัน สร้างความเสียหายราว 25,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้กลายเป็นภัยพิบัติทางภูมิอากาศที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในรายการของ Christian Aid

นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า สภาพอากาศที่อุ่นขึ้นทำให้บรรยากาศกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น ส่งผลให้ฝนตกหนักรุนแรงและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความเปราะบางสูงจากทั้งภูมิประเทศ ความหนาแน่นของประชากร และข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน

hurricane-melissa-caribbean-disaster%20-SPACEBAR.jpg

10 เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปี 2025 ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากที่สุด

ภัยพิบัติทางสภาพอากาศที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในปี 2025 (อ้างอิงจากประมาณการความเสียหายที่เผยแพร่โดยบริษัทประกันภัย Aon เป็นหลักและแหล่งข้อมูลอื่นๆ)

1 ไฟป่าลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ > มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

2 พายุไซโคลนเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทย / อินโดนีเซีย / ศรีลังกา / เวียดนาม / มาเลเซีย > ประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

3 น้ำท่วมจีน > ประมาณ 11,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

4 เฮอริเคนเมลิสซา จาเมกา / คิวบา / บาฮามาส > ประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

5 น้ำท่วม อินเดีย / ปากีสถาน > ประมาณ 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

6 ไต้ฝุ่นและพายุโซนร้อนในฟิลิปปินส์ > ประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

7 ภัยแล้งบราซิล > ประมาณ 4,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

8 พายุหมุนเขตร้อน ออสเตรเลีย > ประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

9 พายุไซโคลน Garance เกาะเรอูนียง (แอฟริกาตะวันออก) > ประมาณ 1,050 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

10 น้ำท่วมรัฐเทกซัส > ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขที่ยังไม่สะท้อน “ต้นทุนสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง”

Christian Aid ระบุชัดว่า ตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจที่นำเสนอในรายงานนี้ ยังไม่รวมต้นทุนที่ยากต่อการประเมินเป็นตัวเงิน เช่น ความเสียหายต่อระบบนิเวศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ รายได้และอาชีพที่หายไป รวมถึงการพลัดถิ่นถาวรของประชาชน

ต้นทุนเหล่านี้มักปรากฏผลในระยะยาว และกระทบต่อความสามารถในการฟื้นตัวของสังคมและเศรษฐกิจ มากกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า

ecoeyes_lanina_2025_global_holidays_are_over_what_next_step_SPACEBAR_Photo02_770b3d6c14.jpg

ทศวรรษที่ร้อนที่สุด กับโครงสร้างความเสี่ยงใหม่ของโลก

ข้อมูลด้านอุณหภูมิโลกชี้ว่า 10 ปีที่ผ่านมาเป็นทศวรรษที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ โดยปี 2024 ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 1 ขณะที่ปี 2025 มีแนวโน้มร้อนเป็นอันดับ 2 และปี 2026 คาดว่าจะติดอันดับ 4

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า สภาพอากาศสุดขั้วกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างระบบโลก ไม่ใช่เหตุการณ์ผิดปกติชั่วคราว และจะยิ่งเพิ่มความถี่และความรุนแรงของภัยพิบัติในอนาคต

วิกฤตภูมิอากาศกับโจทย์ความยั่งยืนโลก

ในมิติของความยั่งยืน รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นความท้าทายต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะ SDG 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับ SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน และ SDG 1: การขจัดความยากจน

เมื่อภัยพิบัติกลายเป็นต้นทุนซ้ำซ้อน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในหลายประเทศจึงเสี่ยงถูกฉุดรั้ง หากโลกยังไม่เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กับการลงทุนด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง

บทเรียนจากปี 2025

มากกว่าภัยพิบัติราคาแพง ปี 2025 ยังเป็นปีที่สะท้อนชัดว่าวิกฤตภูมิอากาศได้กลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของโลก และต้นทุนจากการเพิกเฉยต่อปัญหานี้ กำลังสูงขึ้นเร็วกว่าที่เศรษฐกิจและสังคมโลกจะรับมือได้ในอนาคต

อ้างอิง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์