ภาพคนในพื้นที่ลุ่มต่ำย่ำน้ำเอ่อล้น คนทำงานออกจากบ้านพร้อมน้ำท่วมและรถติด กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งความปกติใหม่ในยุคนี้ ล่าสุด สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทย ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงต้นปี ถึงวันที่ 9 มกราคม 2569 หลังพบปัจจัยเสริมจากทั้งน้ำทะเลหนุนตามวัฏจักรดาราศาสตร์ และอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรงขึ้น อาจส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักยกตัวสูงจนเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ

สองปัจจัยหลักเพิ่มระดับน้ำทะเลหนุน
สทนช. ระบุว่า ปรากฏการณ์น้ำหนุนรอบนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของสองปัจจัยหลัก คือ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นตามรอบเดือนข้างขึ้น–ข้างแรม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ส่งแรงดันน้ำทะเลเข้าสู่ปากแม่น้ำ ทำให้การระบายน้ำลงสู่ทะเลเป็นไปอย่างชะลอตัว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง
7 จังหวัดพื้นที่เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง
จากการประเมินสถานการณ์ พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดมีทั้งหมด 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม
โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ หรือจุดที่ยังไม่มีแนวป้องกันถาวร รวมถึงพื้นที่ท้ายน้ำที่การระบายลงทะเลทำได้ช้าในช่วงน้ำหนุน
เช็กตารางระดับน้ำทะเลหนุนสูงเดือนมกราคม 2569
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ อ้างอิงข้อมูลจากสถานีป้อมพระจุลจอมเกล้า กองสมุทรศาสตร์ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ระบุว่าในเดือนมกราคม 2569 ระดับน้ำทะเลจะขึ้นสูงสุดมากกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1.30 เมตรขึ้นไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งอ่าวไทย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คูคลอง และพื้นที่ลุ่มต่ำในหลายจังหวัด

จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตรวจสอบตารางน้ำขึ้น–น้ำลงอย่างสม่ำเสมอ เตรียมความพร้อมป้องกันบ้านเรือน โดยเฉพาะการตรวจสอบคันกั้นน้ำชั่วคราว การเตรียมกระสอบทรายในจุดเสี่ยง และการเคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่า รวมถึงปลั๊กไฟขึ้นสู่ที่สูง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ขณะเดียวกัน สทนช. ระบุว่า ได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ให้เตรียมเครื่องสูบน้ำ กำลังเจ้าหน้าที่ และแผนเผชิญเหตุไว้พร้อม หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที โดยย้ำว่าการเฝ้าระวังในช่วงนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลและปริมาณน้ำในแม่น้ำมีโอกาสสูงขึ้นพร้อมกันจากปัจจัยธรรมชาติหลายด้าน



