มื้อพิเศษ 12 ดาวจากเชฟมิชลินกับภารกิจที่มากกว่าความอร่อย

28 ก.พ. 2569 - 10:20

  • กินไรดี #HungryForHope แคมเปญมื้ออาหารที่ดีต่อใจและดีต่ออนาคตของเด็ก ในงานยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า 2026

มื้อพิเศษ 12 ดาวจากเชฟมิชลินกับภารกิจที่มากกว่าความอร่อย

“กินข้าวกัน” เชฟปริญญ์ ผลสุข เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายหลังจากนำเสนอเมนูของเขา

เชฟปริญญ์เป็นคนพูดน้อย จึงมักจะให้รสชาติของอาหารเล่าเรื่องแทน สำหรับเขาและเชฟอีกหลายท่าน อาหารไม่ใช่เพียงเรื่องของรสสัมผัส แต่มีทั้งความใส่ใจและความรับผิดชอบรวมอยู่ในจาน ในวันที่ 6 มีนาคมนี้ คำเชิญชวนของเขาจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโต๊ะอาหารที่ร้านสำรับสำหรับไทย แต่เป็นในงานยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่า 2026 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อกฯ

hungryforhope-meal-for-children-future-unicef-gala-2026-SPACEBAR-Photo02.jpg

งานกาล่าในครั้งนี้คือไฮไลต์สำคัญของแคมเปญ “กินไรดี #HungryForHope” โดยองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ซึ่งมุ่งหวังยกระดับโภชนาการที่ดีแก่เด็ก ๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เชฟปริญญ์ไม่ได้รังสรรค์มื้ออาหารนี้เพียงลำพัง แต่เขาคือหนึ่งในแปดเชฟชื่อดังที่จะมารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารมื้อค่ำสุดพิเศษ

เหล่าเชฟแถวหน้าของวงการ เริ่มจาก เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ จากร้านบ้านเทพา เชฟชุมพล แจ้งไพร จากร้าน R-Haan, เชฟโจ-ณพล จันทรเกตุ และ เชฟซากิ โฮชิโนะ จากร้าน Kwann และร้าน NAWA Thai Cuisine เชฟซาชิน พูจารี จากร้าน INDDEE พร้อมด้วยแขกรับเชิญระดับโลกอย่าง เชฟชิโนบุ นามาเอะ จากร้าน L’Effervescence ประเทศญี่ปุ่น และ เชฟโช ฮี ซุก จากร้าน Hansikgonggan ประเทศเกาหลีใต้ โดยเชฟทั้งหมดที่มารวมตัวกันในครั้งนี้คว้าดาวมิชลินรวมกันถึง 12 ดวง

งานกาล่าในครั้งนี้ขับเคลื่อนโดยสุภาพสตรีผู้ทรงอิทธิพล 4 ท่าน ได้แก่ นวลพรรณ ล่ำซำ ทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย บุษดี เจียรวนนท์ มาริษา เจียรวนนท์ และ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่ยูนิเซฟ ประเทศไทยรวมพลังของผู้นำหญิงและเหล่าเชฟระดับมิชลินสตาร์ภายใต้ปณิธานเดียวกันว่า ภาวะทุพโภชนาการไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นแค่ในต่างประเทศอีกต่อไป แต่คือวิกฤตที่แฝงตัวอยู่ในสังคมไทย และควรได้รับการยกระดับเป็นวาระสำคัญของชาติ ด้วยการยืนหยัดเคียงข้างกันของกลุ่มผู้นำทางสังคมและเหล่าเชฟในครั้งนี้ พวกเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถดึงให้สังคมหันมาสนใจประเด็นด้านโภชนาการเด็กอย่างเป็นรูปธรรม

hungryforhope-meal-for-children-future-unicef-gala-2026-SPACEBAR-Photo V01.jpg

ทั่วโลกมีเด็กราว 150 ล้านคน ที่ต้องเผชิญภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต บั่นทอนทั้งศักยภาพทางร่างกายและพัฒนาการทางสติปัญญา ตัวเลขของวิกฤตนี้คือสัญญาณเตือนที่ไม่อาจมองข้าม ในขณะเดียวกัน เด็กอีก 188 ล้านคน กำลังเผชิญภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ทำร้ายสุขภาพในระยะยาว นี่คือภาพสะท้อนของปัญหาทุพโภชนาการสองด้าน ในขณะที่เด็กกลุ่มหนึ่งได้รับสารอาหารน้อยเกินไป ยังมีเด็กอีกกลุ่มที่ได้รับสารอาหารที่ไร้คุณภาพมากเกินไป

สถานการณ์ในประเทศไทยสะท้อนภาพที่น่ากังวลไม่แพ้กัน เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ราวร้อยละ 13 ตกอยู่ในภาวะเตี้ยแคระแกร็น ขณะที่เด็กเล็ก 1 ใน 10 คน ต้องเผชิญความยากจนด้านอาหารอย่างรุนแรง ในทางกลับกัน อัตราส่วนของเด็กในวัยเรียนที่เป็นโรคอ้วนกลับพุ่งสูงขึ้นถึงสองเท่าในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา หากแนวโน้มนี้ยังไม่ลดลง ภายในหนึ่งทศวรรษข้างหน้า เด็กไทยถึง 3 ใน 5 คน อาจต้องเผชิญภาวะโรคอ้วน ซึ่งจะส่งผลกระทบมหาศาลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและระบบสาธารณสุขของประเทศ

ยูนิเซฟมุ่งมั่นยกระดับโภชนาการทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ปัจจุบันยูนิเซฟได้จัดหาอาหารช่วยชีวิตในสถานการณ์ฉุกเฉินถึงร้อยละ 80 เข้าถึงเด็กกว่า 200 ล้านคน ทว่าความต้องการความช่วยเหลือยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ยูนิเซฟมุ่งหวังที่จะใช้พลังจากงานยูนิเซฟ บลูสตาร์ กาล่าเป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อสร้างความตระหนักรู้และระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมกระตุ้นให้ครอบครัว ชุมชน และผู้กำหนดนโยบาย หันมาให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่สมดุลและการเลือกโภชนาการที่เหมาะสมเพื่ออนาคตที่แข็งแรงของเด็กทุกคน

การหยิบยื่นโภชนาการที่มีคุณค่าแก่เด็ก ๆ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ควรทำเพื่อพวกเขาเท่านั้น แต่คือการลงทุนในอนาคตทั้งต่อตัวเด็กเองและต่อประเทศชาติที่พวกเขาจะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญต่อไป สำหรับเหล่าเชฟที่มาร่วมงานในครั้งนี้ พวกเขาต่างมีความรู้สึกเดียวกันว่าอาหารไม่ใช่แค่สิ่งที่ทำให้คนมีความสุข แต่คือรากฐานสำคัญของพัฒนาการ การได้รับโภชนาการที่ดีตั้งแต่เล็กคือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ยั่งยืนตลอดชีวิต ถึงเวลาแล้วที่ผู้ใหญ่ต้องหันมาใส่ใจอย่างจริงจังต่ออาหารในจานของเด็ก

hungryforhope-meal-for-children-future-unicef-gala-2026-SPACEBAR-Photo01.jpg

แม้การทำอาหารในบ้านจะควบคุมคุณภาพและสารอาหารได้ดีกว่า แต่เชฟปริญญ์สังเกตเห็นว่าวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบันบีบให้หลายครอบครัวต้องหันไปพึ่งพาข้าวแกงถุงที่เน้นความสะดวกมากกว่าคุณค่าทางโภชนาการ เขาแนะนำให้ทุกครอบครัวเลือกอาหารพร้อมรับประทานอย่างพิถีพิถัน เลือกเมนูที่มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ความสมดุลในมื้ออาหารยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยไม่ว่าเราจะเร่งรีบเพียงใด  

ครอบครัวของเชฟโจและเชฟซากิเลือกใช้แนวทางใกล้เคียงกันเพื่อดูแลเอาใจใส่ลูกสาวตัวน้อย เชฟโจย้ำว่าอาหารที่เด็กรับประทานในช่วงปฐมวัยไม่ได้ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการหล่อหลอมรสชาติที่โปรดปรานของเด็ก หากเด็กคุ้นชินกับรสชาติจัดจ้านจากอาหารแปรรูป ความชอบในรสชาติที่หลากหลายก็อาจถูกปิดกั้นลงไปอย่างน่าเสียดาย

ด้วยเหตุนี้ ทั้งคู่จึงเลือกจำกัดการบริโภคอาหารแปรรูปภายในบ้าน โดยเก็บเมนูที่ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างไส้กรอกหรือขนมหวานไว้สำหรับโอกาสพิเศษเท่านั้น เช่น ในบ่ายวันอาทิตย์เด็ก ๆ จะได้ลิ้มรสไอศกรีมด้วยข้อแม้ว่าต้องรับประทานอาหารกลางวันให้หมดเสียก่อน เชฟโจยอมรับความจริงที่ว่า พ่อแม่ไม่สามารถควบคุมสิ่งที่ลูกรับประทานได้ตลอดเวลาเมื่ออยู่นอกบ้าน แต่เมื่อใดที่อยู่บ้าน พ่อแม่คือผู้สร้างแบบอย่างของพฤติกรรมการกินที่ดีที่สุด เพราะเด็กๆ มักเรียนรู้ผ่านสิ่งที่พวกเขาเห็นจากคนใกล้ชิดเสมอ

แม้แต่ในศูนย์อาหาร เชฟโจเชื่อว่าเราสามารถแนะแนวทางในการเลือกอาหารให้เด็กได้ โดยให้พวกเขามีสิทธิ์เลือกภายใต้กรอบของความสมดุลและความหลากหลาย เช่น หากเด็กต้องการกินมังสวิรัติ หน้าที่สำคัญของผู้ใหญ่คือการดูแลให้มื้ออาหารนั้นยังคงครบถ้วนตามหลักโภชนาการ

hungryforhope-meal-for-children-future-unicef-gala-2026-SPACEBAR-Photo03.jpg

สำหรับเชฟตาม อาหารคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงทั้งร่างกายและอารมณ์ เธอเชื่อว่าการ "กินดี" และ "กินพอ" หมายถึงการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนไปพร้อมกับความรู้สึกอิ่มเอมใจ เพราะช่วงวัยเด็กคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเติบโตอย่างมีความสุข นอกจากนี้เธอยังสะท้อนภาพความย้อนแย้งในชนบทของไทย เมื่อเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งเพาะปลูกกลับมีโอกาสเข้าถึงผลิตผลสดใหม่น้อยกว่าที่ควร เพราะผลผลิตจำนวนมากถูกส่งตรงเข้าสู่เมืองใหญ่เป็นหลัก ด้วยเหตุนี้การให้ความรู้ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน

การกินดีจะเกิดขึ้นได้เมื่อเด็ก ๆ เข้าถึงอาหารได้ง่ายและสอดคล้องกับวิถีชีวิตอย่างกลมกลืน เชฟตามเสนอไอเดียการเปลี่ยนมื้อกลางวันในโรงเรียนโดยหยิบยกเมนูยอดนิยมที่เด็ก ๆ ชื่นชอบอย่างหมูกระทะหรือข้าวไข่ข้นมาตีโจทย์ใหม่ ด้วยการเพิ่มวัตถุดิบคุณภาพดี เสริมด้วยสมุนไพรและผักนานาชนิดเพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน เธอย้ำว่าอาหารที่มีคุณค่าต้องมาพร้อมความน่ารับประทาน ความทันสมัย และดึงดูดใจ เพราะสิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของเด็ก ๆ ได้อย่างยั่งยืน

เชฟชุมพลถ่ายทอดแนวคิดการกินดีผ่านวิธีการที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เขาเริ่มต้นจากสิ่งที่เด็ก ๆ หลงใหล โดยใช้เมนูอย่างสปาเก็ตตี้เป็นเสมือนตัวกลางในการนำเสนอผัก สมุนไพร และสารอาหารที่ครบถ้วน แปลงโฉมอาหารยอดนิยมให้กลายเป็นมื้อที่มอบทั้งรสชาติที่ดีและคุณประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ภายใน สำหรับเชฟชุมพลแล้ว การกินดีคือความอิ่มท้องที่ส่งพลังถึงทั้งร่างกายและสมอง เขามักตอกย้ำความเชื่อที่ว่า You are what you eat ซึ่งเป็นบทเรียนล้ำค่าที่ควรปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์ โดยเมนูของเขาในงานกาล่าครั้งนี้จะยืนหยัดบนหลักการ 3 ประการคือ ต้องอร่อย อิ่มท้อง และดีต่อสุขภาพ

เชฟซาชินนำเราย้อนกลับสู่พื้นฐานสำคัญผ่านประสบการณ์ในวัยเด็กที่นครมุมไบ เมืองที่มีทั้งความหิวโหยและความอุดมสมบูรณ์ ประสบการณ์นั้นหล่อหลอมให้เขาเชื่อมั่นว่าการลงมือแก้ไขปัญหานี้ต้องเป็นรูปธรรมและเกิดขึ้นโดยทันที สำหรับเขาแล้วอาหารคือประสบการณ์แรกที่เด็กจะรับรู้ได้ถึงความใส่ใจและความปลอดภัยในชีวิต หากเด็ก ๆ ได้รับอาหารที่ไม่เพียงพอแล้ว โอกาสที่พวกเขาจะได้เติบโตอย่างแข็งแรงก็จะลดน้อยถอยลงตามไปด้วย

เหล่าเชฟล้วนเห็นตรงกันว่า ทุกมื้ออาหารนั้นมีความหมายมากกว่าแค่การทำให้อิ่มท้อง จานแต่ละใบคือโอกาสที่จะมอบอนาคตที่ดีกว่าเดิมให้เด็กทุกคน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์