2026 ร้อนตับแตก! นักวิทย์ฯ ชี้มีโอกาส 1 ใน 3 ที่จะเกิด Super El Nino ดันปี 2027 ร้อนนิวไฮ

18 มี.ค. 2569 - 14:30

  • เอลนีโญมีแนวโน้มกลับมาในปี 2026 และอาจยาวถึงปลายปีหรือมากกว่านั้น

  • “ซูเปอร์เอลนีโญ” คืออะไร และมีโอกาสแค่ไหน?

  • ปี 2027 เสี่ยงทำลายสถิติอุณหภูมิโลกอีกครั้ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้-ออสเตรเลีย เสี่ยงร้อน-แล้ง, สหรัฐฯ-แอฟริกาตะวันออก เสี่ยงฝน-น้ำท่วม

2026 ร้อนตับแตก! นักวิทย์ฯ ชี้มีโอกาส 1 ใน 3 ที่จะเกิด Super El Nino ดันปี 2027 ร้อนนิวไฮ

“ขณะที่สงครามรุนแรง น้ำมัน ปุ๋ยแพง เราอาจเจอ Super El Nino ในช่วงใกล้ปลายปี ฝนน้อย ร้อนผิดปรกติ ระวังกันไว้”

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เตือนไว้ในโซเชียลมีเดีย

แม้จะยังไม่คอนเฟิร์ม แต่ อ.ธรณ์ ชี้ว่า เริ่มมีแวว และหากเกิดจริงธรรมชาติปั่นป่วน โดยทั่วไปจะฝนน้อย แต่อาจมีไต้ฝุ่นแรงๆ มาเป็นจังหวะ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำ

hot-super-el-nino-1-in-3-chance-global-heat-2026-SPACEBAR-Photo01.jpg

เตือนหน้าร้อนปีนี้ “ดัชนีความร้อน” แนวโน้มสูง

สำหรับหน้าร้อนปีนี้ ล่าสุดรัฐบาลเตือน “ดัชนีความร้อนสูง” เสี่ยงระดับอันตราย! หลายคนจึงพุ่งเป้าไปที่ปรากฏการณ์ El Niño ที่กำลังส่งสัญญาณหวนกลับอีกครั้งในปี 2026 พร้อมแนวโน้มรุนแรงกว่าที่เคยประเมินไว้ และอาจกลายเป็นตัวเร่งให้โลกเผชิญความร้อนระดับทำลายสถิติซ้ำในเวลาอันใกล้

งานวิจัยล่าสุดจาก Scientific Report บ่งชี้ว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่ร้อน และได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในโลก

“ไทยติดอยู่ใน 3 อันดับ (ไทย กัมพูชา และเมียนม่า) เป็นประเทศที่ร้อนที่สุด โดยคาดการณ์ว่าจะมีอุณหภูมิกระเปาะเปียก (Wet bulb Temperature) สูงกว่า 30°C ซึ่งเริ่มเป็นอันตรายต่อชีวิต โดยหากแตะ 35°C คือขีดจำกัดทางสรีรวิทยาซึ่งแม้อยู่ในที่ร่ม ร่างกายก็ไม่สามารถระบายความร้อนได้ อาจเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมง การทำให้ประเทศเย็นลงโดยธรรมชาติจึงต้องมีนโยบายเร่งด่วนออกมา โดยเฉพาะในเมืองซึ่งมีแต่ป่าคอนกรีต”

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุ

hot-super-el-nino-1-in-3-chance-global-heat-2026-SPACEBAR-Photo03.jpg

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานฯ ที่มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่าใกล้ถึงวันสงกรานต์ปีนี้ สภาพอากาศจะร้อนในตอนบ่าย อุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะสูงกว่าปกติประมาณ 0.5°C (เทียบกับช่วงสงกรานต์ปี 2567 ทีอุณหภูมิสูงกว่าปกติประมาณ 1-2°C) โลกกำลังอยู่ในภาวะสงครามตะวันออกกลาง ค่าน้ำมัน ค่าครองชีพ อาหารการกินสูงขึ้นแน่ สงกรานต์ปีนี้ภายใต้อากาศร้อน ใจต้องไม่ร้อนตาม เล่นกันแบบพอเพียง ระวังรักษาสุขภาพทั้งกาย และจิตใจกันดีที่สุด

hot-super-el-nino-1-in-3-chance-global-heat-2026-SPACEBAR-Photo02.jpg

ลานีญากำลังจบ เปิดทางเอลนีโญ

ปัจจุบันมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนยังอยู่ในช่วง La Niña ซึ่งเป็นระยะเย็นของ ENSO โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอย่างน้อย 0.5°C

อย่างไรก็ตาม ศูนย์พยากรณ์ของ NOAA ระบุว่าลานีญาจะสิ้นสุดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลเริ่มสูงขึ้น และหากอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างน้อย 0.5°C อย่างต่อเนื่อง ก็จะเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ

sustainability-new-enso-cycle-likely-by-end-of-2025-SPACEBAR-Photo02.jpg

“ซูเปอร์เอลนีโญ” คืออะไร และมีโอกาสแค่ไหน?

หากเอลนีโญก่อตัวตามคาด อาจทวีความรุนแรงจนกลายเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งหมายถึงภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึงอย่างน้อย 2°C

รายงานจาก AccuWeather ประเมินว่ามีโอกาสราว 15% ที่จะเกิดซูเปอร์เอลนีโญภายในเดือนพฤศจิกายน (ปลายฤดูเฮอริเคน)

ขณะที่รายงานเตือนล่าสุดจาก National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ระบุว่า เอลนีโญมีแนวโน้มก่อตัวในช่วงกลางปี และอาจยืดเยื้อไปจนถึงปลายปี 2026 หรือยาวนานกว่านั้น โดยมีโอกาสถึง 1 ใน 3 ที่จะพัฒนาเป็น “เอลนีโญระดับรุนแรง” (หรือ Super El Nino) ในช่วงฤดูหนาว ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มความเสี่ยงจากการคาดการณ์ก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังย้ำว่า “ระดับความรุนแรงยังมีความไม่แน่นอนสูง”

การกลับมาของเอลนีโญครั้งนี้ไม่ใช่เพียงวัฏจักรธรรมชาติทั่วไป แต่กำลังเกิดขึ้นบนฐานอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นแล้วจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มนุษย์เป็นตัวเร่งสำคัญ

sustainability-new-enso-cycle-likely-by-end-of-2025-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

“เอลนีโญ” เปลี่ยนกติกาโลกไม่ใช่แค่ร้อนขึ้น แต่แปรปรวนขึ้น

ในเชิงกลไก เอลนีโญเกิดจากการอ่อนกำลังของลมสินค้าในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้น้ำทะเลและอากาศในบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรร้อนกว่าปกติ ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก ทำให้สภาพอากาศ “สุดขั้วในทิศตรงข้าม” เกิดขึ้นพร้อมกัน

  • เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย เสี่ยงภัยแล้งรุนแรง
  • สหรัฐฯ และแอฟริกาตะวันออก เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วม

รูปแบบเช่นนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในเอลนีโญช่วงปี 2014–2016 และ 2023–2024 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลกเผชิญอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์

เมื่อ “โลกร้อน” + “เอลนีโญ” = ความร้อนที่ไม่เคยมีมาก่อน

ปี 2024 ถูกบันทึกว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ จากการซ้อนทับกันของ “ภาวะโลกร้อน” ระยะยาวและเอลนีโญรุนแรง และการกลับมาของเอลนีโญในรอบใหม่อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง

Zeke Hausfather นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ ประเมินว่า ปี 2027 มีแนวโน้มสูงที่จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดครั้งใหม่ของโลก

ขณะที่ Adam Scaife จาก UK Met Office ชี้ว่า ภายใต้ภาวะโลกร้อน ผลกระทบของเอลนีโญจะ “ยิ่งทวีความรุนแรง” และเมื่อรวมกับแนวโน้มอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โลกมีโอกาสเผชิญคลื่นความร้อนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

วิเคราะห์สัญญาณเตือนที่ชัดขึ้นของ “โลกที่กำลังเสียสมดุล”

การกลับมาของเอลนีโญในปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงข่าวสภาพอากาศ แต่เป็นสัญญาณเตือนเชิงระบบของโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ในอดีต เอลนีโญเป็นเพียงตัวแปรธรรมชาติที่ทำให้สภาพอากาศผันผวนเป็นช่วงๆ แต่ในปัจจุบัน เมื่อฐานอุณหภูมิโลกสูงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปรากฏการณ์เดียวกันกลับสร้างผลกระทบที่ “รุนแรงกว่าเดิม” อย่างมีนัยสำคัญ

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ

  • โลกไม่ได้เริ่มจากศูนย์อีกต่อไป แต่เริ่มจาก “ระดับความร้อนที่สูงผิดปกติอยู่แล้ว”
  • ความแปรปรวนตามธรรมชาติ กลายเป็น “ตัวคูณ” ของวิกฤต ไม่ใช่แค่ตัวแปร

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เอลนีโญกำลังเปลี่ยนจาก “เหตุการณ์ชั่วคราว” เป็น “ตัวเร่งวิกฤตภูมิอากาศ”

หากการคาดการณ์เป็นจริง โลกอาจกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ “ความร้อนสุดขั้ว” ไม่ใช่เหตุการณ์ผิดปกติอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นความปกติใหม่ ส่วนเอลนีโญครั้งนี้จะรุนแรงแค่ไหน และระบบโลกจะรองรับความร้อนที่เพิ่มขึ้นนี้ได้หรือไม่เพียงใด เราคงต้องรอชมและตั้งรับพร้อมกับปรับตัวให้ทัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์