งานวิจัยยืนยันโลกร้อนเร่งตัวตั้งแต่ปี 2015 และวันกำลังยาวนานขึ้น

17 มี.ค. 2569 - 16:04

  • งานวิจัยชี้ชัดว่านับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกได้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • 10 ปีล่าสุดอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 0.35 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดิมที่ต่ำกว่า 0.2 องศาเซลเซียส

  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมมนุษย์กำลังทำให้โลกหมุนช้าลง ส่งผลให้ความยาวของวันเพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 3.6 ล้านปี

งานวิจัยยืนยันโลกร้อนเร่งตัวตั้งแต่ปี 2015 และวันกำลังยาวนานขึ้น

“ภาวะโลกร้อน” ไม่ได้แค่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น แต่กำลังเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2015 ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าผลกระทบหยั่งรากลึกไปถึงระดับที่คาดไม่ถึง เมื่อความร้อนที่สะสมจากกิจกรรมมนุษย์เริ่มรบกวนสมดุลของระบบโลก จนแม้แต่ “ความยาวของวัน” ยังเปลี่ยนไป สะท้อนว่าวิกฤตภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังสั่นคลอนกลไกพื้นฐานของโลกที่มนุษย์พึ่งพาอยู่ทุกวินาที

Global warming rate (in °C per decade) from the Berkeley Earth global temperature data: The blue line shows the linear trends for the time before and after 2015 (light blue the uncertainty range). The red line shows the linear trend for 10‐year windows of the data, at 1-year intervals. Figure: PIK
Global warming rate (in °C per decade) from the Berkeley Earth global temperature data: The blue line shows the linear trends for the time before and after 2015 (light blue the uncertainty range). The red line shows the linear trend for 10‐year windows of the data, at 1-year intervals. Figure: PIK

โลกร้อนเร่งตัวตั้งแต่ปี 2015

งานวิจัยจาก Potsdam Institute for Climate Impact Research ชี้ชัดว่านับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกได้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยในช่วง 10 ปีล่าสุด อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 0.35 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดิมที่ต่ำกว่า 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษในช่วงปี 1970–2015

ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงสถิติ แต่เป็นสัญญาณเตือนเชิงระบบ เพราะหากแนวโน้มดังกล่าวยังดำเนินต่อไป โลกมีแนวโน้มจะทะลุเพดาน 1.5 องศาเซลเซียสตาม Paris Agreement ก่อนปี 2030 ซึ่งถือเป็นเส้นแบ่งสำคัญของการควบคุมความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ

การวิเคราะห์ครั้งนี้อ้างอิงข้อมูลจาก NASA และ Berkeley Earth โดยนักวิจัยได้พยายาม “กรองสัญญาณรบกวน” จากปัจจัยธรรมชาติ เช่น เอลนีโญ ภูเขาไฟ และความแปรผันของดวงอาทิตย์ เพื่อให้เห็นแนวโน้มโลกร้อนจากกิจกรรมมนุษย์ได้ชัดเจนขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ภาพของโลกที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกอุณหภูมิในปี 1880 โดยปี 2023 และ 2024 กลายเป็น 2 ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้จะหักล้างอิทธิพลของปัจจัยธรรมชาติออกไปแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เสียงจากบางส่วนของแวดวงวิทยาศาสตร์ยังคงเตือนให้ระมัดระวังในการตีความ โดยงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Communications Earth & Environment ระบุว่ายังไม่มีหลักฐานทางสถิติที่ชัดเจนเพียงพอที่จะยืนยันว่า “อัตราเร่ง” ของภาวะโลกร้อนเปลี่ยนไปจากแนวโน้มระยะยาวตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจาก Intergovernmental Panel on Climate Change ชี้ว่าปัจจัยอย่างการลดลงของ “ละอองลอย” ซึ่งเคยช่วยสะท้อนรังสีดวงอาทิตย์ อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม

sustainability-greenland-climate-change-warming-4-times-global-average-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

อุณหภูมิโลกพุ่ง ทำวันยาวนานขึ้น

ในอีกด้านหนึ่งของโลกวิทยาศาสตร์ ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนกำลังขยายไปสู่มิติที่คาดไม่ถึง “การหมุนของโลก” โดยงานวิจัยจาก University of Vienna และ ETH Zurich พบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมมนุษย์กำลังทำให้โลกหมุนช้าลง ส่งผลให้ความยาวของวันเพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 3.6 ล้านปี

กลไกสำคัญอยู่ที่การละลายของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก เมื่อมวลน้ำเคลื่อนจากขั้วโลกไปสะสมใกล้เส้นศูนย์สูตร จะทำให้การหมุนของโลกช้าลง คล้ายกับนักสเก็ตที่หมุนตัวช้าลงเมื่อเหยียดแขนออก

แม้การเปลี่ยนแปลงจะอยู่ในระดับ “มิลลิวินาที” และมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้โดยตรง แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป ความยาวของวันอาจเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2.62 มิลลิวินาทีภายในสิ้นศตวรรษนี้ และอาจกระทบต่อระบบที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น GPS และการนำทางอวกาศ

นัยสำคัญของปรากฏการณ์นี้จึงไม่ได้อยู่แค่ “วันยาวขึ้น” แต่สะท้อนว่า ภาวะโลกร้อนได้ก้าวข้ามจากปัญหาสิ่งแวดล้อมไปสู่การเปลี่ยนแปลงระดับ “ฟิสิกส์ของโลก”

ในมิติของความยั่งยืน นี่คือสัญญาณเตือนตรงไปยังเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสาหประชาชาติ SDG 13: Climate Action ที่กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ใช่เพียงการรักษาสภาพอากาศ แต่เป็นการรักษาเสถียรภาพของระบบโลกในภาพรวม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์