ฤดูร้อน 2026 ฝันร้ายของยุโรป เผชิญวิกฤตรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ สร้างนิวไฮใหม่หลายประเทศ

26 ส.ค. 2569 - 16:15

  • ยุโรปบันทึกอุณหภูมิสูงสุดใหม่หลายประเทศ เช่น สโลวะเกีย 42.2°C เดนมาร์ก 37°C ขณะที่ฝรั่งเศสเผชิญคลื่นความร้อนรวม 52 วันในซัมเมอร์นี้

  • ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่เกือบ 600,000 เฮกตาร์ทั่วทวีปภายในกลางเดือนสิงหาคม พร้อมภัยแล้งรุนแรงกระทบครึ่งทวีปยุโรปสิ้นเดือนกรกฎาคม

  • นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าหากไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยุโรปกำลังมุ่งหน้าสู่หายนะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

ฤดูร้อน 2026 ฝันร้ายของยุโรป เผชิญวิกฤตรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ สร้างนิวไฮใหม่หลายประเทศ

ฤดูร้อน 2026 ฝันร้ายของยุโรป วิกฤตโลกเดือดกลายเป็นความจริงที่โหดร้ายของยุโรป

คลื่นความร้อนที่ไม่หยุดหย่อนถล่มทวีปยุโรปต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสในหลายประเทศ ทำลายสถิติที่เคยบันทึกไว้ ทั้งในชาติที่คุ้นเคยกับอากาศร้อนอย่างสเปนและอิตาลี รวมถึงประเทศที่มีอากาศเย็นตามปกติอย่างสโลวะเกีย ซึ่งอุณหภูมิแตะ 42.2°C และเดนมาร์กที่ 37°C ขณะที่ฝรั่งเศส ต้องเผชิญสภาวะคลื่นความร้อนรวม 52 วันในช่วงซัมเมอร์ โดยมีวันที่อากาศเย็นลงเพียงประปราย

ภัยแล้งในยุโรปทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบแห้งขอด
ภัยแล้งในยุโรปทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบแห้งขอด

ความร้อนที่คร่าชีวิตและทำลายจิตใจ

อุณหภูมิที่สูงต่อเนื่องแม้ในเวลากลางคืนกลายเป็นภัยคุกคามชีวิตโดยตรง ตัวเลขเบื้องต้นระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 32,000 รายทั่วยุโรประหว่างกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม ในกรุงปารีสซึ่งบ้านเรือนส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ผู้อยู่อาศัยต้องติดฟอยล์สะท้อนแสงปิดหน้าต่างเพื่อบรรเทาความร้อน

นอกจากความสูญเสียทางกายภาพ ผลกระทบด้านจิตใจก็รุนแรงไม่แพ้กัน ผลการศึกษาของ OBESCA ฝรั่งเศสพบว่าประชาชนกว่า 2.6 ล้านคนกำลังเผชิญกับ ความวิตกกังวลเชิงนิเวศ หรือความรู้สึกสิ้นหวังและโดดเดี่ยวอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สเปนและฝรั่งเศสประสบเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเดือนกรกฎาคม
สเปนและฝรั่งเศสประสบเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเดือนกรกฎาคม

ไฟป่าและภัยแล้งระบาดทั่วทวีป

ความร้อนที่สะสมต่อเนื่องก่อให้เกิดวงจรอันตรายของภัยแล้ง พายุ และไฟป่า โดยไฟป่าเผาผลาญพื้นที่เกือบ 600,000 เฮกตาร์ทั่วยุโรป รวมถึงเพลิงขนาดใหญ่ในฝรั่งเศสและสเปน ที่บังคับให้อพยพประชาชนหลายหมื่นคน

มาเรีย อันเฆเลสกาเญเต วัย 54 ปี ระบุว่า เธอสูญเสียสถานที่กางเต็นท์สองแห่งในบริเวณภูเขาทางตะวันตกของกรุงมาดริด

สิ้นเดือนกรกฎาคม ภัยแล้งลุกลามครอบคลุมพื้นที่กว่าครึ่งทวีป โดยฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และสโลวีเนีย รายงานระดับความชื้นในดินต่ำเป็นประวัติการณ์ แม่น้ำสายสำคัญอย่างไรน์ ดานูบ และลัวร์ เหลือปริมาณน้ำเพียงเสี้ยวหนึ่งของระดับปกติ

แม่น้ำไรน์เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักหลายสายของยุโรปที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภัยแล้ง
แม่น้ำไรน์เป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักหลายสายของยุโรปที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภัยแล้ง

วิกฤตพลังงานนิวเคลียร์และคำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์

ระดับน้ำที่ลดต่ำในแม่น้ำดานูบ บังคับให้โรมาเนีย บัลแกเรีย และฮังการี ต้องปิดหรือลดกำลังผลิตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ขณะที่เยอรมนี เผชิญความวุ่นวายด้านโลจิสติกส์ เมื่อท่าเรือริมแม่น้ำไรน์หลายแห่งต้องปิดตัว

ฌ็อง ฌูแซล นักวิทยาศาสตร์และอดีตรองประธานคณะกรรมการ IPCC แห่งสหประชาชาติ ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พยากรณ์ไว้มานานสามทศวรรษ

"เราต้องเข้าใจว่ากำลังมุ่งหน้าสู่หายนะหากไม่สามารถหักเส้นโค้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้" ฌูแซล กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์