ด่วน! กรมชลฯ แจ้งเพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาจ่อ 2,000 ลบ.ม. เตือน 7 อำเภออยุธยารับน้ำขึ้นสูง 1.2 ม.

23 ก.ย. 2569 - 09:12

  • น้ำเหนือสมทบหนัก สถานี C.2 นครสวรรค์ คาดพุ่งแตะ 1,800 ลบ.ม./วิ บวกลำน้ำสาขาดันยอด C.13 เขื่อนเจ้าพระยาสูงถึง 2,200 ลบ.ม./วิ

  • ปรับเพิ่มการระบาย กรมชลฯ จำเป็นต้องทยอยปรับการระบายน้ำไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วิ เพื่อรักษาเสถียรภาพตัวเขื่อน

  • 7 อำเภออยุธยาเสี่ยงสูง ระดับน้ำท้ายเขื่อนจะเพิ่มสูงขึ้น 0.70–1.20 เมตร เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเตรียมยกของขึ้นที่สูง

ด่วน! กรมชลฯ แจ้งเพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาจ่อ 2,000 ลบ.ม. เตือน 7 อำเภออยุธยารับน้ำขึ้นสูง 1.2 ม.

สภาพอากาศและปริมาณฝนที่ตกสะสมอย่างต่อเนื่องทางตอนบนของประเทศ กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยอุทกภัยระลอกใหม่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด มวลน้ำป่าและน้ำท่าจากลำน้ำสาขากำลังไหลสมทบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดสำคัญเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ และกำลังไหลมุ่งหน้ามาประชิดปราการสำคัญอย่าง “เขื่อนเจ้าพระยา” จังหวัดชัยนาท บีบให้ต้องมีการปรับแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือกับมวลน้ำก้อนใหญ่ที่กำลังเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

วิกฤตมวลน้ำเหนือทะลักนครสวรรค์แตะ 1,800 ลบ.ม./วิ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 วิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เตือนภัยด่วนว่า กรมชลประทานเตรียมปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรองรับปริมาณน้ำเหนือจากพื้นที่ตอนบนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง โดยเป็นไปตามมติคณะอนุกรรมการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

จากการติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วงวันที่ 23–25 กันยายน 2569 พบว่า

  • ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 นครสวรรค์ อาจเพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที)  
  • ประกอบกับปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาที่คาดว่าจะมีประมาณ 300–400 ลบ.ม./วินาที
  • ส่งผลให้มีปริมาณน้ำที่สถานี C13 เขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,100–2,200 ลบ.ม./วินาที  

“กรมชลประทานจึงมีความจำเป็นต้องทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที  เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น“

กรมชลประทาน ระบุ

เปิดพิกัดเสี่ยงภัย! ท้ายเขื่อนน้ำขึ้น 0.70–1.20 เมตร เตือน 7 อำเภออยุธยา

การปรับเพิ่มการระบายน้ำในครั้งนี้ จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วประมาณ 0.70–1.20 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ

พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 7 อำเภอ ได้แก่

  1. อำเภอเสนา
  2. อำเภอผักไห่
  3. อำเภอบางบาล
  4. อำเภอพระนครศรีอยุธยา
  5. อำเภอบางปะอิน
  6. อำเภอบางไทร
  7. พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน้อยและพื้นที่ใกล้เคียง
chai-nat-chao-phraya-dam-increase-water-release-11-provinces-flood-warning.jpg

กำชับรับมือ 24 ชั่วโมง หากต้องเพิ่มการระบายพร้อมแจ้งเตือนทันที

กรมชลประทานขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการเรือและกิจการริมแม่น้ำ รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว และพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจต้องขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะติดตามประเมินสถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หากมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำมากกว่าเกณฑ์ดังกล่าว จะเร่งประสานงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบล่วงหน้าโดยเร็วที่สุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์