เตือนฝนหนักระลอกใหม่ 23–27 ก.ย.69 สทนช.สั่งเฝ้าระวังน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น 1.25 เมตร

22 ก.ย. 2569 - 10:59

  • กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือน 23–27 ก.ย. ฝนหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ภาคอีสานล่าง–ตะวันออกเริ่มก่อน ก่อนขยายไปภาคอื่น

  • สทนช.เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

  • จับตาน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา คาดน้ำหลากแตะ 1,500 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำอาจเพิ่มอีก 0.75–1.25 เมตร กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำ 6 จังหวัด

เตือนฝนหนักระลอกใหม่ 23–27 ก.ย.69 สทนช.สั่งเฝ้าระวังน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น 1.25 เมตร

สถานการณ์ฝนท้ายฤดูและปริมาณการเร่งระบายน้ำจากเขื่อนหลายวันนี้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ล่าสุด สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฉบับที่ 2 (218/2569) เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 - 27 กันยายน 2569) ระบุว่า

ในช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

heavy-rain-warning-23-27-sep-2026-thailand-water-level-SPACEBAR-Photo-V02.png

สาเหตุจากหย่อมความกดอากาศต่ำ

เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

เตือนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์
กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สทนช.ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง

ทางด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2569 เรื่องเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง จากตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน

heavy-rain-warning-23-27-sep-2026-thailand-water-level-SPACEBAR-Photo01.png

ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยง ดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ในช่วงวันที่ 22 - 26 กันยายน 2569 ดังนี้

heavy-rain-warning-23-27-sep-2026-thailand-water-level-SPACEBAR-Photo-V03.png

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

ภาคเหนือ

  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อำเภอสบเมย แม่สะเรียง และขุนยวม)
  • จังหวัดตาก (อำเภออุ้มผาง ท่าสองยาง แม่ระมาด และแม่สอด)
  • จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอเนินมะปราง ชาติตระการ และวังทอง)
  • จังหวัดอุทัยธานี (อำเภอลานสัก และบ้านไร่)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • จังหวัดศรีสะเกษ (อำเภอภูสิงห์)

ภาคกลาง

  • จังหวัดลพบุรี (อำเภอเมืองลพบุรี และหนองม่วง)
  • จังหวัดสระบุรี (อำเภอหนองแคและพระพุทธบาท)
  • จังหวัดปทุมธานี (อำเภอเมืองปทุมธานี)
  • จังหวัดนนทบุรี (อำเภอเมืองนนทบุรี และปากเกร็ด)
  • กรุงเทพมหานคร
  • จังหวัดสมุทรปราการ (อำเภอบางบ่อ)

ภาคตะวันตก

  • จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอสังขละบุรี ศรีสวัสดิ์ พนมทวน และทองผาภูมิ)
  • จังหวัดราชบุรี (อำเภอจอมบึง และสวนผึ้ง)

ภาคตะวันออก

  • จังหวัดนครนายก (อำเภอปากพลี และเมืองนครนายก)
  • จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอเมืองปราจีนบุรี ศรีมหาโพธิ์ และประจันตคาม)
  • จังหวัดสระแก้ว (อำเภออรัญประเทศ วัฒนานคร และเขาฉกรรจ์)
  • จังหวัดชลบุรี (อำเภอเมืองชลบุรี บ่อทอง ศรีราชา และบ้านบึง)
  • จังหวัดจันทบุรี (อำเภอมะขาม แก่งหางแมว โป่งน้ำร้อน ขลุง และเขาคิชฌกูฏ)
  • จังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด และบ่อไร่)

ภาคใต้

  • จังหวัดระนอง (อำเภอกะเปอร์)
  • จังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่ คลองหอยโข่ง และสะเดา)
  • จังหวัดนราธิวาส (อำเภอระแงะ สุคิริน และสุไหงโก-ลก)

เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ

บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่

  • แม่น้ำเมย น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  • แม่น้ำวังทอง จังหวัดพิษณุโลก แม่น้ำภาชี จังหวัดราชบุรี
  • แม่น้ำนครนายก จังหวัดนครนายก
  • แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี คลองพระสทึง และคลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว
  • แม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี
  • คลองกะเปอร์ จังหวัดระนอง
  • แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

คาดการณ์จะมีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.75 – 1.25 เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เสี่ยง บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณ ดังนี้

จังหวัดชัยนาท (อำเภอสรรพยา) จังหวัดสิงห์บุรี (อำเภออินทร์บุรี) จังหวัดอ่างทอง (อำเภอเมืองอ่างทอง และวิเศษชัยชาญ) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาลพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร) และจังหวัดปทุมธานี (อำเภอเมืองปทุมธานี และสามโคก)

heavy-rain-warning-23-27-sep-2026-thailand-water-level-SPACEBAR-Photo-V01.png

สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยา

  1. ภูมิพล: มีปริมาณน้ำ 8,202 ล้าน ลบ.ม. (61%)
  2. สิริกิติ์: มีปริมาณน้ำ 7,486 ล้าน ลบ.ม. (79%)
  3. แควน้อยบำรุงแดน: มีปริมาณน้ำ 572 ล้าน ลบ.ม. (61%)
  4. ป่าสักชลสิทธิ์: มีปริมาณน้ำ 570 ล้าน ลบ.ม. (65%)

ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ

2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก

3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

กรมชลประทานแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 

ทางด้าน กรมชลประทาน แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่าในปัจจุบัน (22 กันยายน 2569) เมื่อเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา สถานี C.2 นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่อัตรา 1,601 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วิ) เมื่อสมทบกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ที่สถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี อัตรา 140 ลบ.ม./วิ ก่อนจะไหลเข้าสู่พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,300 ลบ.ม./วิ

กรมชลประทานจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จากอัตรา 1,300 ลบ.ม./วิ เป็นอัตรา 1,500 ลบ.ม./วิ โดยจะเริ่มทยอยปรับเพิ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. ของวันนี้เป็นต้นไป และจะเพิ่มการระบายน้ำประมาณชั่วโมงละ 25 ลบ.ม./วิ จนถึงอัตรา 1,500 ลบ.ม./วิ ในเวลาประมาณ 15.00 น. จากนั้นจะคงอัตราการระบายน้ำดังกล่าวต่อเนื่อง

กรมชลประทาน ระบุ

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำฝน น้ำท่า และปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการบริหารจัดการน้ำและการลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน จึงขอแจ้งให้ประชาชนและทุกภาคส่วนที่อยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ตลอดจนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และจะประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์