YLG ชี้ Silver ร้อนแรงรับปี 2569 พุ่งแรง 55% ในเดือนเดียว ทำสถิติสูงสุด $121.64

30 ม.ค. 2569 - 15:55

  • Silver พุ่งแรง 55% ในเดือนเดียว ทำสถิติใหม่ $121.64

  • แรงหนุนจากสินทรัพย์ปลอดภัย + ดีมานด์อุตสาหกรรม

  • จีนคุมส่งออก ดัน Silver ขาดแคลนทั่วโลก

YLG ชี้ Silver ร้อนแรงรับปี 2569 พุ่งแรง 55% ในเดือนเดียว ทำสถิติสูงสุด $121.64

วายแอลจี (YLG) ชี้ราคาโลหะเงิน (Silver) ร้อนแรงไม่แพ้ทองคำ หลังปี 2569 ผ่านไปเพียงเดือนเดียว ราคาปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 55% จากต้นปี ก่อนทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 121.64 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากแรงซื้อของนักลงทุนทั่วโลกและภาคอุตสาหกรรม ขณะที่สถาบันการเงินรายใหญ่อย่าง Citigroup ปรับราคาเป้าหมาย Silver ขึ้นเป็น 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ราคาโลหะเงิน (Silver) พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนแรกของปี 2569 ถึง 55% จากราคาเปิดตลาดที่ 71.58 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ไปแตะจุดสูงสุดที่ 121.64 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ขณะที่ Citigroup ปรับราคาเป้าหมายสู่ระดับ 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิม 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์

3 ปัจจัยหลักหนุนราคา Silver พุ่ง

1. กำแพงภาษีและการเมืองโลก ความไม่แน่นอน  สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีใหม่ และวิกฤตความเชื่อมั่นในธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สร้างความกังวลเรื่องสงครามการค้าโลก สิ่งนี้กระตุ้นให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยจากการเสื่อมค่าของเงินตรา ทำให้นักลงทุนแห่มาถือ Silver ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในภาวะที่ราคาทองคำทรงตัวอยู่ในระดับสูง 

2. Silver เป็นแร่ที่หายากและเป็นที่ต้องการของตลาด  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 จีนได้เริ่มใช้ระบบ ใบอนุญาตส่งออกแร่เงิน (Export Licensing) ที่เข้มงวดขึ้น เพื่อรักษาทรัพยากรไว้ใช้ในประเทศ เนื่องจากจีนเป็นผู้ถลุงและส่งออกแร่เงินรายใหญ่ของโลก มาตรการนี้จึงทำให้ซัพพลายในตลาดโลกหายไปอย่างมีนัยสำคัญ

3. ปัจจัยด้านเทคนิค การพุ่งขึ้นของ Silver ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง ล่าสุดสถาบันการเงินหลายแห่ง เช่น Citigroup ประกาศปรับเป้าหมายเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 สู่ระดับ 150 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากเป้าหมายเดิมที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากความต้องการเก็งกำไรที่รุนแรง และภาวะอุปทานตึงตัวในพื้นที่นอกสหรัฐฯ

อุตสาหกรรมใช้จริง ดันดีมานด์แข็งแร็ง

Silver ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เพื่อการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 55% ของความต้องการทั่วโลก โดยเฉพาะ

       •      อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เช่น แผงโซลาร์เซลล์

       •      อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งใช้ Silver มากกว่ารถยนต์ทั่วไป

       •      อุตสาหกรรม AI และ Data Center ที่ต้องใช้ชิปและระบบนำไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง

ดีมานด์จากการใช้งานจริงเหล่านี้ช่วยสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่งให้กับ Silver ในระยะยาว 

นักลงทุน-ETF แห่เข้าซื้อ เสริมแรงขาขึ้น

ขณะเดียวกัน แรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยและกองทุน ETF ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนบางส่วนมอง Silver เป็น “Gold ของคนจน” และเลือกสะสมทั้งในรูปแบบเหรียญเงิน แท่งเงิน และกองทุน ETF อย่าง iShares Silver Trust (SLV) ส่งผลให้กระแสเงินไหลเข้าตลาด Silver อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี

นอกจากนี้ยังมีกำลังซื้อจากจีน (The China Factor) ซึ่งจีนเป็นทั้งผู้ผลิตรายใหญ่และผู้ใช้รายใหญ่ที่สุด ล่าสุดจีนได้เริ่มกักตุนและควบคุมการส่งออก เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้ง แผงโซลาร์เซลล์ อุตสาหกรรม EV และการพัฒนาชิป ทำให้ Silver ในตลาดโลกยิ่งขาดแคลนและราคาดีดตัวสูงขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์