ทองคำทำนิวไฮต่อเนื่อง นักวิชาการชี้ไปต่อแต่ผันผวนสูง มองมาตรการ ธปท. คุมแรงเหวี่ยงบาทได้แค่ระยะสั้น
ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก หนุนบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven asset) ขณะที่นักวิชาการประเมินแนวโน้ม ‘ทองไปต่อ’ แต่ความผันผวนจะเพิ่มขึ้น พร้อมชี้มาตรการกำหนดเพดานซื้อ–ขายทองคำออนไลน์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยลดแรงเหวี่ยงค่าเงินบาทได้เพียงระยะสั้น ไม่ใช่เครื่องมือทำให้เงินบาทอ่อนค่าถาวร
โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมา ทันทีที่เปิดตลาด ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.17 น. ราคาปรับเพิ่มขึ้น 3,700 บาท ล่าสุด ราคาปรับเปลี่ยนขึ้นลงถึง 41 ครั้ง เพิ่มขึ้น 4,050 บาท
โดยทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 81,650 บาท ขายออกบาทละ 81,750 บาท
ทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 80,014.48 บาท ขายออกบาทละ 82,550 บาท

รศ. ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ อาจารย์ประจำสาขาคณิตศาสตร์และสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ราคาทองคำในช่วงถัดจากนี้ยังมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงโลกที่อยู่ในระดับสูง ทั้งความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน สงคราม และความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจ โดยแรงซื้ออาจมาจากทั้งนักลงทุนและธนาคารกลางบางประเทศ อย่างไรก็ดี ราคาที่อยู่ในระดับสูงมากแล้ว ทำให้ตลาดตอบสนองต่อข่าวเร็วและแรง ส่งผลให้ความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของมาตรการกำหนดเพดานซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ รศ. ดร.วิชัย มองว่า ช่วยลดความผันผวนของค่าเงินบาทในเชิง ‘รายวัน’ ได้จริง โดยเฉพาะการลดอาการเหวี่ยงแรงในช่วงสั้นๆ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางค่าเงินบาทให้ ‘อ่อนถาวร’ ได้ เนื่องจากธุรกรรมซื้อขายทองคำออนไลน์วงเงินสูงมักพ่วงกับการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างเงินบาทกับดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเกิดคำสั่งซื้อขนาดใหญ่มากในช่วงเวลาเดียวกัน จะทำให้ค่าเงินขยับแรงเกินกว่าที่ปัจจัยพื้นฐาน เช่น การส่งออก การท่องเที่ยว หรือเงินลงทุนจริง จะอธิบายได้
“แรงกระแทกเหล่านี้มองได้ว่าเป็นกระแสเงินระยะสั้นที่ยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน เพดานซื้อขายจึงทำหน้าที่คล้ายการตัดยอดคลื่น ลดดีลขนาดใหญ่ไม่ให้กระจุกตัวในเวลาเดียวกัน ช่วยลดแรงเหวี่ยงค่าเงิน แต่ไม่ใช่เครื่องมือกำหนดทิศทางบาทในระยะยาว ซึ่งยังขึ้นกับดอกเบี้ยโลก เงินทุนเคลื่อนย้าย และดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นหลัก”
— รศ. ดร.วิชัย กล่าว
ทั้งนี้ วงเงินเพดานซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ในช่วง 20-100 ล้านบาทต่อวัน หากออกแบบให้มุ่งคุมเฉพาะธุรกรรมขนาดใหญ่ จะช่วยลดความผันผวนโดยไม่กระทบผู้ลงทุนรายย่อย แต่หากใช้ตัวเลขเดียวแบบตายตัวในทุกสภาวะ อาจไม่เหมาะสม เพราะบางช่วงตลาดสงบ เพดานดังกล่าวอาจไม่ใหญ่ แต่ในช่วงตลาดตึงตัว วงเงินเท่าเดิมอาจสร้างแรงเหวี่ยงได้
นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอให้ใช้เพดานแบบ ‘ยืดหยุ่น’ (Dynamic Cap) เช่น ปรับลดเพดานชั่วคราวเมื่อค่าเงินบาทผันผวนแรงหรือปริมาณธุรกรรมทองสูงผิดปกติ และผ่อนคลายเพดานเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะช่วยคุมแรงกระแทกได้แม่นยำกว่าการใช้ตัวเลขเดียวตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน กลไกกำกับดูแลควรยืนบนระบบมากกว่าดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สม่ำเสมอและข้อครหาการเลือกปฏิบัติ โดยควรมีเกณฑ์อัตโนมัติที่ชัดเจน เช่น การตั้ง Trigger ตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติ การรายงานข้อมูลเกือบเรียลไทม์ การเข้มงวด KYC และการเชื่อมโยงกับระบบป้องกันฟอกเงิน (AML)
“มาตรการเพดานซื้อขายทองออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเพิ่มโทษอาญาใหม่ แต่ควรทำให้กติกา ข้อมูล และระบบตรวจสอบแข็งแรง โปร่งใส เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพค่าเงินในระยะยาว”
— รศ. ดร.วิชัย กล่าว
ท่ามกลางราคาทองคำที่ยังทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง บทบาทของนโยบายกำกับดูแลจึงไม่ใช่การสกัดทิศทางตลาด แต่คือการลดความผันผวนที่อาจกระทบเสถียรภาพค่าเงินและระบบการเงินในภาพรวม



