ทองพุ่งไม่หยุด ‘ไปต่อแต่ผันผวน’ บาทยังเหวี่ยง

29 ม.ค. 2569 - 15:24

  • ราคาทองคำทำนิวไฮต่อเนื่อง รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

  • นักวิชาการชี้ทองไปต่อ แต่ความผันผวนสูงจากข่าวและเงินทุนระยะสั้น

  • มาตรการ ธปท. ตั้งเพดานซื้อขายออนไลน์ ช่วยลดแรงเหวี่ยงเงินบาทได้แค่ระยะสั้น

ทองพุ่งไม่หยุด ‘ไปต่อแต่ผันผวน’ บาทยังเหวี่ยง

ทองคำทำนิวไฮต่อเนื่อง นักวิชาการชี้ไปต่อแต่ผันผวนสูง มองมาตรการ ธปท. คุมแรงเหวี่ยงบาทได้แค่ระยะสั้น

ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก หนุนบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven asset) ขณะที่นักวิชาการประเมินแนวโน้ม ‘ทองไปต่อ’ แต่ความผันผวนจะเพิ่มขึ้น พร้อมชี้มาตรการกำหนดเพดานซื้อ–ขายทองคำออนไลน์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยลดแรงเหวี่ยงค่าเงินบาทได้เพียงระยะสั้น ไม่ใช่เครื่องมือทำให้เงินบาทอ่อนค่าถาวร

โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมา ทันทีที่เปิดตลาด ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.17 น. ราคาปรับเพิ่มขึ้น 3,700 บาท ล่าสุด ราคาปรับเปลี่ยนขึ้นลงถึง 41 ครั้ง เพิ่มขึ้น 4,050 บาท

โดยทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 81,650 บาท ขายออกบาทละ 81,750 บาท
ทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 80,014.48 บาท ขายออกบาทละ 82,550 บาท

gold-newhigh-baht-SPACEBAR-Photo01.jpg

รศ. ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ อาจารย์ประจำสาขาคณิตศาสตร์และสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ราคาทองคำในช่วงถัดจากนี้ยังมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงโลกที่อยู่ในระดับสูง ทั้งความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน สงคราม และความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจ โดยแรงซื้ออาจมาจากทั้งนักลงทุนและธนาคารกลางบางประเทศ อย่างไรก็ดี ราคาที่อยู่ในระดับสูงมากแล้ว ทำให้ตลาดตอบสนองต่อข่าวเร็วและแรง ส่งผลให้ความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในส่วนของมาตรการกำหนดเพดานซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ รศ. ดร.วิชัย มองว่า ช่วยลดความผันผวนของค่าเงินบาทในเชิง ‘รายวัน’ ได้จริง โดยเฉพาะการลดอาการเหวี่ยงแรงในช่วงสั้นๆ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางค่าเงินบาทให้ ‘อ่อนถาวร’ ได้ เนื่องจากธุรกรรมซื้อขายทองคำออนไลน์วงเงินสูงมักพ่วงกับการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างเงินบาทกับดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเกิดคำสั่งซื้อขนาดใหญ่มากในช่วงเวลาเดียวกัน จะทำให้ค่าเงินขยับแรงเกินกว่าที่ปัจจัยพื้นฐาน เช่น การส่งออก การท่องเที่ยว หรือเงินลงทุนจริง จะอธิบายได้

“แรงกระแทกเหล่านี้มองได้ว่าเป็นกระแสเงินระยะสั้นที่ยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน เพดานซื้อขายจึงทำหน้าที่คล้ายการตัดยอดคลื่น ลดดีลขนาดใหญ่ไม่ให้กระจุกตัวในเวลาเดียวกัน ช่วยลดแรงเหวี่ยงค่าเงิน แต่ไม่ใช่เครื่องมือกำหนดทิศทางบาทในระยะยาว ซึ่งยังขึ้นกับดอกเบี้ยโลก เงินทุนเคลื่อนย้าย และดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นหลัก”

รศ. ดร.วิชัย กล่าว

ทั้งนี้ วงเงินเพดานซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ในช่วง 20-100 ล้านบาทต่อวัน หากออกแบบให้มุ่งคุมเฉพาะธุรกรรมขนาดใหญ่ จะช่วยลดความผันผวนโดยไม่กระทบผู้ลงทุนรายย่อย แต่หากใช้ตัวเลขเดียวแบบตายตัวในทุกสภาวะ อาจไม่เหมาะสม เพราะบางช่วงตลาดสงบ เพดานดังกล่าวอาจไม่ใหญ่ แต่ในช่วงตลาดตึงตัว วงเงินเท่าเดิมอาจสร้างแรงเหวี่ยงได้

นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอให้ใช้เพดานแบบ ‘ยืดหยุ่น’ (Dynamic Cap) เช่น ปรับลดเพดานชั่วคราวเมื่อค่าเงินบาทผันผวนแรงหรือปริมาณธุรกรรมทองสูงผิดปกติ และผ่อนคลายเพดานเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะช่วยคุมแรงกระแทกได้แม่นยำกว่าการใช้ตัวเลขเดียวตลอดเวลา

ขณะเดียวกัน กลไกกำกับดูแลควรยืนบนระบบมากกว่าดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สม่ำเสมอและข้อครหาการเลือกปฏิบัติ โดยควรมีเกณฑ์อัตโนมัติที่ชัดเจน เช่น การตั้ง Trigger ตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติ การรายงานข้อมูลเกือบเรียลไทม์ การเข้มงวด KYC และการเชื่อมโยงกับระบบป้องกันฟอกเงิน (AML)

“มาตรการเพดานซื้อขายทองออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเพิ่มโทษอาญาใหม่ แต่ควรทำให้กติกา ข้อมูล และระบบตรวจสอบแข็งแรง โปร่งใส เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพค่าเงินในระยะยาว”

รศ. ดร.วิชัย กล่าว

ท่ามกลางราคาทองคำที่ยังทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง บทบาทของนโยบายกำกับดูแลจึงไม่ใช่การสกัดทิศทางตลาด แต่คือการลดความผันผวนที่อาจกระทบเสถียรภาพค่าเงินและระบบการเงินในภาพรวม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์